Wi-Fi ฟรี… ที่อาจต้อง “จ่าย” ด้วยข้อมูลส่วนตัว
ในยุคที่ความสะดวกสบายอยู่แค่ปลายนิ้ว หลายคนเลือกใช้ Wi-Fi สาธารณะตามคาเฟ่ สนามบิน หรือห้างสรรพสินค้า เพื่อทำงานหรือทำธุรกรรม แต่รู้หรือไม่ว่าความสะดวกนี้อาจแลกมาด้วยความเสี่ยงที่มองไม่เห็น
ในยุคที่ความสะดวกสบายอยู่แค่ปลายนิ้ว หลายคนเลือกใช้ Wi-Fi สาธารณะตามคาเฟ่ สนามบิน หรือห้างสรรพสินค้า เพื่อทำงานหรือทำธุรกรรม แต่รู้หรือไม่ว่าความสะดวกนี้อาจแลกมาด้วยความเสี่ยงที่มองไม่เห็น
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อใช้ Wi-Fi สาธารณะ แม้จะเป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะในด้านท่องเที่ยว เดินตามศูนย์การค้า แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่า Wi-Fi มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมาก ไม่ว่าคุณจะท่องเว็บโดยไม่ได้ตั้งใจหรือพยายามทำงานเล็กๆ น้อยๆ ให้เสร็จ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรทำขณะใช้การเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะ เพราะอาจทำให้ถูกแฮกเข้าถึงข้อมูลและขโมยข้อมูลได้
Image : OSXdaily wifi สาธารณะ wifi ฟรี ในโรงแรม เสี่ยงล้วงข้อมูล โดยทั่วไป เครือข่ายที่ไม่ปลอดภัยจะใช้พอร์ทัลแบบ Captive เพื่อเข้าถึงเครือข่าย Wi-Fi โดยที่หน้าจอเริ่มต้นปรากฏขึ้นในหน้าต่างเว็บเบราว์เซอร์ก่อนที่คุณจะได้เข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต มักจะมีข้อกำหนดในการเข้าสู่ระบบเเช่น การป้อนหมายเลขห้องหรือที่อยู่อีเมล แตกต่างจากการป้อนรหัสผ่าน Wi-Fi เพื่อเข้าร่วมเครือข่ายไร้สาย คุณจะทราบได้อย่างไรว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณปลอดภัยหรือไม่ ตรวจสอบได้ดังนี้ wifi สาธารณะ wifi ฟรี วิธีดู Wifi ไหนเชื่อมต่อเน็ตอย่างปลอดภัย? สำหรับผู้ใช้ MAC Image : OSXdaily 1. หากคุณใช้ macOS ให้กดปุ่ม OPTION ค้างไว้ 2. คลิกรายการแถบเมนู Wi-Fi ในขณะที่กดปุ่ม OPTION ค้างไว้อยู่ 3.…
เวลาที่เราไปไหนต่อไหน มักจะได้พบเจอกับบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ Wi-Fi จากสถานที่ต่าง ๆ ที่เป็นสาธารณะให้เราได้ใช้งานกันฟรี ๆ เสมอ แต่ด้วย W-Fi ที่ฟรี นั่นหมายถึงการเปิดโอกาสให้แฮกเกอร์ที่ไหนก็ไม่รู้ เข้าถึง Wi-Fi ฟรีนั้นด้วย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า Wi-Fi ฟรีเหล่านั้นจะปลอดภัย เรามาดูกันว่าแฮกเกอร์เหล่านี้สามารถขโมยข้อมูลเราผ่าน Wi-Fi ฟรีได้อย่างไรบ้าง ! ต่อไปนี้จะเป็น 5 วิธีที่แฮกเกอร์ใช้ในการขโมยข้อมูลส่วนตัว หรือแม้กระทั่งตัวตนบนโลกออนไลน์ของเราไปได้อย่างง่ายดายผ่าน Wi-Fi ฟรีที่เราใช้งาน และวิธีที่เราจะสามารถป้องกันตัวจากการถูกแฮกข้อมูลที่สำคัญเหล่านี้ไป 1. การโจมตีแบบ Man-In-The-Middle (MitM) การโจมตีแบบ Man-In-The-Middle (MitM) คือการโจมตีทางไซเบอร์ โดยที่บุคคลภายนอกเข้ามาแทรกกลางการสื่อสารระหว่างผู้เข้าร่วมสองคน แทนที่จะแชร์ข้อมูลโดยตรงระหว่างเซิร์ฟเวอร์ (Server) และไคลเอนต์ (Client) การเชื่อมต่อนั้นจะถูกเข้ามาแทรกด้วยคนกลางแทน แฮกเกอร์ที่เข้าถึงเครือข่ายแบบสาธารณะ ก็จะสามารถดักจับการรับส่งข้อมูลต่าง ๆ ได้ รวมถึงดักฟัง หรือแม้แต่ขัดขวางการสื่อสารระหว่างสองเครื่อง และขโมยข้อมูลส่วนตัวไปได้ การโจมตีแบบ MitM เป็นปัญหาด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงอย่างมากเลย …
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว