สรุปเคส Worldcoin และคำสั่ง สคส. ลงดาบลบข้อมูลสแกนม่านตาในไทย

คำสั่งของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. หรือ PDPC) ที่ลงดาบ “Worldcoin” หรือ World ของ Sam Altman ผู้ก่อตั้ง OpenAI ให้ระงับการเก็บข้อมูลใหม่ทันที และลบข้อมูลไบโอเมตริกซ์ของผู้ใช้ในไทยกว่า 1.2 ล้านรายภายใน 7 วัน นั้นสร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและคริปโตเคอเรนซีในไทย ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการบังคับใช้กฎหมาย PDPA อย่างเข้มข้นต่อโครงการต่างชาติ

สคส. ดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กรณีสแกนม่านตาแลกเหรียญ

มาตรการการจัดเก็บข้อมูลหลังการสแกนม่านตา กระบวนการเก็บรวบรวม การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ โดยเมื่อสแกนม่านตาแล้วจะมีการแปลงเป็น iris code และลบทำลายข้อมูลหรือภาพหน้า หรือม่านตาภายใน 12 วินาที เพื่อความชัดเจนจึงเสนอจัดงานพิสูจน์การลบทำลายร่วมกันต่อสาธารณะ

“สแกนม่านตาแลกเงิน” ไม่ผิดกฎหมายไทย แต่มีอะไรควรกังวลบ้าง ?

ช่วงเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา คนไทยในหลายจังหวัดอาจพบกลุ่มบุคคลชักชวนให้สแกนม่านตาตามห้างสรรพสินค้า เพื่อแลกกับผลตอบแทนเป็นตัวเงินหรือเงินดิจิทัล แม้บางหน่วยงานของรัฐจะออกมาเตือนถึงความเสี่ยง แต่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียืนยันว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วการมอบข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้แท้จริงแล้วมีความเสี่ยงอย่างไรกันแน่

รู้จักเทคโนโลยี “Proof of Human” ของ World ID สแกนม่านตา แยกแยะมนุษย์ออกจาก AI

ล่าสุดมีเทคโนโลยีหนึ่งที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ นั่นก็คือ Proof of Human หรือ เทคโนโลยีพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ จากเดิมที่ต้องใช้ รหัส OTP, CAPTCHA หรือเอกสารราชการโดยเทคโนโลยีนี้ จะใช้การยืนยันตัวตนผ่านการ “สแกนม่านตา” ด้วยเครื่อง “Orb Scanner”