“แรร์เอิร์ธ” เมื่อแร่หายากกำหนดอำนาจโลก ?

จากเหมืองใต้ผืนดินสู่เทคโนโลยีขั้นสูง “แร่แรร์เอิร์ธ” กลายเป็นสิ่งที่ประเทศมหาอำนาจใช้ต่อรองกันในเวทีโลก ท่ามกลางการแข่งขันของ “จีน” และ “สหรัฐฯ” ประเทศอย่างไทย จะวางตัวอย่างไรใน “เกมแร่” ที่โลกไม่อาจขาดได้ ? ในโลกที่ “แร่แรร์เอิร์ธ” (Rare Earth) จำเป็นต่อภาคการผลิตเทคโนโลยี และเศรษฐกิจ “จีน” กำลังคุมเข้มการส่งออกแร่หายากขณะที่ “สหรัฐฯ” เดินหน้าจับมือหลายประเทศ เพื่อทำให้การผลิตและกระจายแร่เหล่านี้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่กระทบห่วงโซ่อุปทาน ดังเช่นในข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอาเซียน ซึ่งรวมไปถึง “ไทย” ที่เพิ่งลงนาม MOU โดยมีเป้าประสงค์จะทำให้การลงทุนและการค้าแร่ธาตุสำคัญเป็นไปอย่างเสรีและแข็งแกร่งมากที่สุด “แร่แรร์เอิร์ธ” สำคัญแค่ไหน ทำไมใคร ๆ ถึงต้องการ ? “แร่แรร์เอิร์ธ” มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน การใช้งานทางทหาร และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในยุคปัจจุบัน โดยประโยชน์ของแรร์เอิร์ธที่ถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญ เช่น • แบตเตอรี่นิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์ (NiMH) ในรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ hybrid ระบบไฟฟ้าของเครื่องบิน ระบบการระบุตำแหน่งของดาวเทียม เนื่องจากธาตุหายากมีคุณสมบัติในการกักเก็บไฮโดรเจนได้อย่างเหมาะสม และยังมีความสามารถในการปลดปล่อยและดูดซับกลับไฮโดรเจนได้อย่างรวดเร็วทำให้สามารถชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วและมีพลังงานสูง ทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่นานและไม่ต้องซ่อมแซมบ่อย • แม่เหล็กถาวร เป็นแม่เหล็กที่แข็งแรง ไม่เสียสภาพความเป็นแม่เหล็กที่อุณหภูมิสูงในและน้ำหนักเบา, ขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหันลมและน้ำ, ใช้เป็นแม่เหล็กในเครื่อง MRI เพื่อผลิตสนามแม่เหล็ก,…

อะไรคือข้อกังวลต่อการทำเหมืองใต้ทะเลน้ำลึก แม้ว่ามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าแล้วก็ตาม

โลหะดังกล่าวเป็นที่ต้องการสำหรับการใช้ในอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียนและแบตเตอรี่ เป็นต้น แต่การทำเหมืองแร่ใต้ท้องทะเลลึกยังตกเป็นข้อถกเถียงกันในขณะนี้ เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ”เราคิดว่ายานพาหนะที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในการค้นหาสิ่งมีชีวิตและหลีกเลี่ยงไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตนั้นอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่ามาก”