กอ.รมน. สั่งเฝ้าระวังภัยจากโดรนไม่ทราบฝ่าย พร้อมควบคุมแรงงานข้ามชาติ บูรณาการทุกฝ่ายเพื่อความสงบ

วานนี้ (3 สิงหาคม) ทีมโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แจ้งข่าวว่า จากสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งยังคงมีความอ่อนไหวในมิติด้านความมั่นคง และปรากฏความเคลื่อนไหวบางประการที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ 

กองบิน 5 จ.ประจวบฯ ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ พร้อมประกาศห้ามบินโดรนในรัศมี 9 กิโลเมตร ป้องกันภัยด้านความมั่นคง

น.อ.พงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการที่ปัจจุบัน กองทัพอากาศได้ตรวจพบความพยายามในการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน บินสำรวจที่ตั้งทางทหารและหน่วยงานราชการจำนวนมากในหลายพื้นที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงที่ส่อให้เห็นถึงความพยายามในการสอดแนม เพื่อกระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและอาจรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน

มทภ.2 ถก 20 ผู้ว่าอีสาน กำจัดโดรน ล่าไส้ศึก คุมเข้ม ศาลากลาง-คลังอาวุธ-ขนส่ง

3 ส.ค. พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่าวานนี้(2 ส.ค.) ได้มีการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัดภาคอีสาน ผ่านระบบ VTC  เรื่องมาตรการกำจัดโดรน โดยให้ผู้ว่าแต่ละจังหวัดใน ฐานะ ผอ.กอรมน จังหวัด ให้แต่ละหน่วยงานเครื่องแอนตี้โดรน บูรณาการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและภาคเอกชน ประชาชน จัดหาเครื่องแอนตี้โดรน ป้องกันจังหวัดของตัวเอง โดยเฉพาะเพ็งเล็งในพื้นที่สำคัญ ศาลากลางจังหวัด สนามกีฬา คลังอาวุธ สถานีตำรวจ สถานีขนส่ง

กองทัพอากาศไทยประกาศศักดาทดสอบอาวุธเลเซอร์พลังงานสูง (DEW) ทำลายเป้าหมายโดรนสำเร็จ

กองทัพอากาศไทยประสบความสำเร็จในการทดสอบอาวุธเลเซอร์พลังงานสูง (DEW) โดยสามารถยิงทำลายเป้าหมายโดรนได้อย่างแม่นยำ การทดสอบนี้เป็นการแสดงศักยภาพทางเทคโนโลยีเพื่อรับมือภัยคุกคามสมัยใหม่ และส่งสัญญาณเตือนถึงความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

กองทัพอากาศ ได้ตรวจพบความพยายามในการใช้โดรนบินสำรวจที่ตั้งทางทหารและหน่วยงานราชการ

กองทัพอากาศ ได้ตรวจพบความพยายามในการใช้โดรนบินสำรวจที่ตั้งทางทหารและหน่วยงานราชการจำนวนมากในหลายพื้นที่ที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงที่ส่อให้เห็นถึงความพยายามในการสอดแนม เพื่อกระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและอาจรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ได้รับมอบหมาย มีอำนาจในการใช้ระบบ Anti Drone ในการทำลายเป้าหมายได้ทันที และผู้ที่กระทำผิด จะเข้าข่ายความผิดฐานจารกรรม/สายลับ ที่กระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร มีบทลงโทษรุนแรง ถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ปัจจุบัน สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย กัมพูชา ยังคงต้องเฝ้าระวัง โดรนคือภัยคุกคามที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและชีวิตประชาชน กองทัพอากาศจึงขอความร่วมมือประชาชนทุกท่านที่พบเห็นหรือทราบเบาะแสเกี่ยวกับการบินของโดรน รวมทั้งผู้ที่บังคับโดรน ที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายได้แจ้งสายด่วนความมั่นคง 1374 หรือหน่วยงานราชการใกล้เคียง ได้ตลอด 24 ชม.     ที่มา  กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force /     วันที่เผยแพร่ 2 สิงหาคม 2568 Link : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1179122227584124&id=100064590733752&rdid=JQcs9S8Ro4XoQl55#

กัมพูชาอ้างไทยส่งโดรนสอดแนมรุกน่านฟ้า

เว็บไซต์ข่าว Khmer Times รายงานในวันนี้ (03 มิ.ย. 68) ว่ากองทัพกัมพูชาออกมากล่าวหากองทัพของไทยว่า “ละเมิดอธิปไตย” ด้วยการส่งอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน บินล่วงล้ำเข้ามาสอดแนมที่ตั้งทางทหารของกัมพูชาในพื้นที่แนวหน้าจังหวัดพระวิหารโดยไม่ได้รับอนุญาต