รู้จัก ‘หน่วยเฉพาะกิจราชมนู’ แนวหน้า รักษาความปลอดภัยชายแดนไทย-เมียนมา

ภารกิจหลักของ ฉก.ราชมนู ประกอบด้วย การป้องกันและรักษาอธิปไตยไทย การเฝ้าระวังเหตุการณ์ชายแดน การป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การป้องกันการลักลอบเข้าเมือง การปราบปรามการค้าอาวุธ ยาเสพติด และสินค้าผิดกฎหมาย รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่

KNU ลั่นถอนกำลังจากเมียวดีแค่ชั่วคราว แฉกะเหรี่ยง KNA กลับลำ ช่วยทหารพม่า

โฆษกสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNU ลั่นกองกำลัง KNU ถอนกำลังจากเมืองเมียวดีแค่ชั่วคราว หลังกองกำลังกะเหรี่ยง KNA ช่วยทหาร รบ. ทหารพม่ากลับมายึดเมียวดีคืน และทหารพม่ากลับไปยังค่ายผาซองอีกครั้ง

วิเคราะห์อนาคตเมืองสแกมเมอร์ทุนจีนในเมียวดี ทำไมยังอาจรอดปลอดภัยท่ามกลางไฟสงคราม

พ.อ.ชิต ตุ ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงแห่งชาติหรือเคเอ็นเอ (Karen National Army-KNA) ซึ่งเคยเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงหรือกะเหรี่ยงบีจีเอฟ (Karen Border Guard Force-Karen BGF) ให้กับกองทัพเมียนมาเพื่อดูแลรักษาพื้นที่ชายแดนรัฐกะเหรี่ยงที่อยู่ติดกับชายแดนไทย กำลังเป็นตัวแปรสำคัญในสนามประลองยุทธ์ในเมืองเมียวดี ซึ่งมีการปะทะกันระหว่างกองกำลังฝ่ายต่อต้านที่นำโดยสหภาพกะเหรี่ยงแห่งชาติหรือเคเอ็นยู (Karen National Union-KNU) และกองทัพเมียนมา

KNLA ถอนกำลังจากเมียวดี ไปโจมตีทหารเมียนมา กองพล 55 ผู้หนีภัย 658 คน ข้ามฝั่งกลับแล้ว

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอด จังหวัดตาก ถึงสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมา กับฝ่ายต่อต้าน (กองกำลังผสมกะเหรี่ยงเคเอ็นยู และพีดีเอฟ.) ในพื้นที่จังหวัดเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จังหวัดตาก ว่า เสียงปืนสงบทั้งวัน ไม่มีการปฏิบัติการทางทหารจากฝ่ายใด

เกิดอะไรในเมียวดี? สรุปเหตุกะเหรี่ยง KNU ปะทะเดือดทหารเมียนมา ทำผู้อพยพนับพันทะลักเข้าไทย

การสู้รบระหว่างกลุ่มกะเหรี่ยง KNU กับกองทัพเมียนมาในเมืองเมียวดี ติดกับชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทวีความตึงเครียดในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังกองกำลังติดอาวุธ KNLA ของกลุ่มกะเหรี่ยง KNU เปิดฉากใช้เครื่องยิงลูกระเบิดและโดรนโจมตีทหารกองพัน 275 ราว 150 คน ซึ่งปักหลักอยู่บริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 โดยเกิดการปะทะรุนแรงตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 เมษายน) มีเสียงปืนและระเบิดดังเป็นระยะ ขณะที่กองทัพเมียนมาส่งเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดโจมตีในพื้นที่หลายระลอก

กต.ชี้สู้รบเมียนมาไม่แน่นอน ย้ำหลักการรักษาดินแดนไทย

    โฆษก​ กต.​เผย​ที่ประชุม คกก.เฉพาะกิจสถานการณ์ในเมียนมา​ย้ำ​หลัก​การ 3​ ข้อ ยึดมั่นอธิปไตย ไม่ใช้ไทยทำกิจกรรมต่อต้านรัฐบาล​และให้การช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม​   วันนี้ (23 เม.ย.2567) นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการ​เฉพาะกิจ​บริหารสถานการณ์​อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา​ ว่า ที่ประชุมฯ ได้ประเมินสถานการณ์และต้องประเมินเป็นรายชั่วโมง เนื่องจากสถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูง   ขณะที่ช่วงบ่ายวันนี้ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ​ จะเดินทางลงพื้นที่ อ.แม่สอด​ จ.ตาก ซึ่งจะทำให้เห็นภาพสถานการณ์ชัดขึ้น ทั้งเรื่องการสู้รบในฝั่งเมียนมา​ การดูแลความสงบเรียบร้อยของคนไทย รวมถึงการให้ความช่วยเหลือบนพื้นฐาน​หลักมนุษยธรรม​ ซึ่งมีความชัดเจนขึ้นในเรื่องปริมาณคนและวิธีให้การช่วยเหลือ   สำหรับการประชุมวันนี้ (23 เม.ย.) ได้ข้อสรุป 3 หลักการ​ คือ 1.การยึดมั่นรักษาอธิปไตยของไทย ซึ่งเป็นเรื่องหลักในการดูแลคนไทยที่ได้รับผลกระทบ, 2.ไม่ให้ใช้ดินแดนเขตไทยในการดำเนินกิจกรรมต่อต้านรัฐบาล​ต่างประเทศ​ ซึ่งเป็นหลักการปฏิบัติโดยปกติ และ 3.การยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นหัวใจในการดำเนินงานและให้การช่วยเหลือกับทุกฝ่าย   โฆษก กต. ระบุอีกว่า…