คนร้าย ‘บึ้มฆ่าตัวตาย’ ถล่มสถานีตำรวจอิเหนาใน ‘บันดุง’ ตาย 2-เจ็บ 8

  เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่สถานีตำรวจในเมืองบันดุงของอินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 8 คนวันนี้ (7 ธ.ค.) โดยเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นสมาชิกกลุ่มอิสลามิสต์ซึ่งต้องการแก้แค้นกฎหมายอาญาใหม่ที่รัฐเพิ่งประกาศใช้   อะหมัด รอมฎอน หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย ยืนยันว่า ตำรวจได้ประสานไปยังหน่วยต่อต้านก่อการร้ายเพื่อสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งคร่าชีวิตทั้งคนร้าย และตำรวจอีก 1 นาย   อิบนุ สุเฮนดรา จากสำนักงานต่อต้านก่อการร้ายอินโดนีเซีย (BNPT) ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Metro TV ว่า กลุ่มติดอาวุธ ญะมาอะห์ อันชารุต เดาละห์ (Jamaah Ansharut Daulah – JAD) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) น่าจะอยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรมครั้งนี้ เนื่องจากเคยก่อเหตุโจมตีลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้งในอินโดนีเซีย   ภาพจากจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นอาคารสถานีตำรวจได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด โดยมีเศษชิ้นส่วนจากอาคารตกเกลื่อนอยู่ที่พื้น และมีกลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่ว   ซุนตานา ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดชวาตะวันตก บอกกับ Metro TV ว่า ทางการกำลังตรวจสอบรถจักรยานยนต์สีฟ้าต้องสงสัยในที่เกิดเหตุ…

อินโดนีเซียเพิ่มมาตรการความปลอดภัยสำหรับการประชุม G20

  กองทัพและตำรวจของอินโดนีเซียวางแผนประจำการเจ้าหน้าที่ราว 18,000 คนเพื่อรักษาความปลอดภัยในช่วงการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศที่สำคัญและชาติที่เศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟู 20 ชาติหรือ G20 ที่จะเริ่มขึ้นที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซียในวันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน   อินโดนีเซียจะเป็นประธานการประชุม G20 เป็นครั้งแรก ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐประกาศว่าจะเข้าร่วมการประชุมนี้ ส่วนนายกรัฐมนตรีคิชิดะ ฟูมิโอะของญี่ปุ่น กำลังเตรียมการเพื่อเข้าร่วมการประชุมเช่นกัน   เมื่อวันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจประมาณ 3,700 นาย รวมตัวกันที่สถานที่จัดงานที่เกาะบาหลี เพื่อจัดพิธีแสดงความสามัคคี 1 สัปดาห์ก่อนเปิดการประชุม G20 ซึ่งกำหนดการประชุมไว้ 2 วัน   ในพิธีดังกล่าว เจ้าหน้าที่เผยให้เห็นยานพาหนะหุ้มเกราะที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยตามข้อสมมุติว่ามีการโจมตีก่อการร้ายครั้งใหญ่ รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ป้องกันไม่ให้โดรนเข้ามาในสถานที่จัดงาน   ด้านหน่วยกองทัพอากาศของอินโดนีเซียที่รับผิดชอบในการสอดส่องเฝ้าระวังทางอากาศมารวมพลเช่นกันที่สนามบินซึ่งบรรดาผู้นำจะเดินทางมาถึง   รัฐบาลอินโดนีเซียจะตื่นตัวเฝ้าระวังขั้นสูงในช่วงการประชุม โดยบังคับใช้ข้อจำกัดการจราจรขนานใหญ่และจำกัดกิจกรรมของประชาชนโดยให้โรงเรียนสอนทางออนไลน์   เมื่อเดือนตุลาคม ความสับสนอลหม่านเกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพในอินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับความท้าทายในการเสริมสร้างความปลอดภัย       —————————————————————————————————————————————- ที่มา…

โดมยักษ์มัสยิดอินโดฯ พังถล่มหลังไฟไหม้ระหว่างบูรณะซ่อมแซม

  โดมยักษ์ของมัสยิดในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย พังถล่มลงมา หลังเหตุไฟไหม้ครั้งรุนแรง เคราะห์ดี ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต   โซเชียลมีเดียแห่แชร์คลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ระทึกขณะโดมยักษ์ของมัสยิดแห่งศูนย์อิสลามในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย พังถล่มลงมา หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งรุนแรง เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (19 ต.ค.) สร้างความตกใจให้กับผู้อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก     เคราะห์ดี ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้แต่อย่างใด   ด้านตำรวจนครบาลจาการ์ตาเหนือ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุไฟไหม้ที่โดมยักษ์ของมัสยิดแห่งนี้แล้ว     เบื้องต้นคาดการณ์ว่า ต้นเพลิงเกิดจากประกายไฟระหว่างงานซ่อมบำรุงมัสยิด เนื่องจากคนงานใช้ไม้อัดในการปรับปรุงหลังคา และใช้ไฟละลายยางมะตอยชนิดม้วน เพื่อติดวัสดุมุงหลังคา   เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ประกายไฟจากเครื่องมือช่างอาจจะกระเด็นไปถูกฉนวนหลังคาใยแก้ว จนทำให้เกิดไฟไหม้รุนแรงในที่สุด และแม้ว่าคนงานจะพยายามดับไฟด้วยการใช้ถังดับเพลิง แต่เปลวไฟลุกลามเผาผลาญเป็นบริเวณกว้างอย่างรวดเร็ว จนทำให้โดมยักษ์พังถล่มลงมา   หน่วยดับเพลิง พร้อมรถดับเพลิง 9 คันระดมกำลังกันฉีดน้ำเข้าสกัดและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในเวลาต่อมา ขณะที่ยังไม่มีการประเมินความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์ครั้งนี้     ทั้งนี้ มัสยิดดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในอาคารหลายหลังในศูนย์อิสลามจาการ์ตา และโดมของมัสยิดแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้ระหว่างการบูรณะปรับปรุง เมื่อเดือนตุลาคมปี 2002 ที่ผ่านมา ครั้งนั้นใช้เวลาในการดับไฟราว 5 ชั่วโมง  …

อินโดนีเซียสรุป’แก๊สน้ำตา’สาเหตุหลักเหยียบกันตายในสนามฟุตบอล

  อินโดนีเซียเผยผลการสอบสวนเหตุการณ์เหยียบกันตายในสนามฟุตบอล ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 130 ราย มีสาเหตุหลักจากตำรวจยิงแก๊สน้ำตา และเจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่า มีข้อห้ามใช้แก๊สน้ำตาในการแข่งขันฟุตบอล   มาห์ฟุด เอ็มดี รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงของอินโดนีเซีย แถลงวันนี้เกี่ยวกับผลการสอบสวนโดยคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมในสนามกีฬา คานจูรูฮาน ในจังหวัดชวาตะวันออกเมื่อวันที่ 1 ต.ค. เขาระบุว่า ภาพจากกล้องวงจรปิด 32 ตัวช่วยยืนยันว่า เหยื่อเคราะห์ร้ายส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการเหยียบกันตาย หลังตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ฝูงชน ภาพผู้เคราะห์ร้ายล้มทับกันน่ากลัวกว่าที่รายงานทางทีวีและปรากฏในโซเชียลมีเดีย   นอกจากนี้ รายงานผลการสอบสวน ยังระบุว่า ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้นไม่รู้ว่าสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า มีข้อห้ามใช้แก๊สน้ำตาในการแข่งขันฟุตบอล และเจ้าหน้าที่ยังใช้กำลังเกินกว่าเหตุอีกด้วย   ขณะเดียวกัน สมาคมฟุตบอลแห่งชาติ และพีที ลิกา อินโดนีเซีย บารู (PT Liga Indonesia Baru) ผู้จัดการแข่งขัน ถูกระบุว่าละเลยข้อบังคับด้วย   มาห์ฟุด เปิดเผยด้วยว่า รายงานผลการตรวจสอบและข้อเสนอแนะยาว 124 หน้าถูกยื่นต่อ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโดแล้ว และกระทรวงประสานงานเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนทางอาญาต่อทุกฝ่าย…

สมาคมฟุตบอลอินโดฯ เผยประตูสนามถูกล็อกไว้ก่อนเกิดเหตุจลาจล 131 ศพ

Kondisi di salah satu sudut Stadion Kanjuruhan pasca kerusuhan 1 Oktober 2022. (Foto: VOA/Petrus Riski)   โฆษกสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ประตูบางแห่งของสนามกีฬาที่เกิดเหตุจลาจลเมื่อวันเสาร์ ถูกล็อกไว้หลังจากจบการแข่งขันซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์เหยียบกันจนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 131 คน   เออร์วิน โทบิง หัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบวินัยของสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ประตูบางด้านของสนามกีฬากันจูรูฮาน ในอำเภอมาลัง จังหวัดชวาตะวันออก ควรถูกเปิดออกก่อนการแข่งขันจบลง 10 นาที แต่ประตูดังกล่าวกลับถูกปิดเอาไว้จนถึงช่วงเกิดเหตุการณ์วุ่นวายเพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงประตูเหล่านั้นได้   ตำรวจระบุว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นประตูบางด้านถูกแง้มออกเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอให้แฟนฟุตบอลหลายร้อยคนที่กรูกันออกไปหลังจากที่มีการยิงแก๊สน้ำตาในสนามฟุตบอล   เหตุเหยียบกันตายเมื่อวันเสาร์ เกิดขึ้นหลังจากที่ทีมเจ้าบ้าน อเรมา เอฟซี (Arema FC) พ่ายแพ้ต่อทีมคู่อริ เปอร์เซบายา เอฟซี (Persebaya FC) 3-2 ทำให้แฟนฟุตบอลของทีมเจ้าบ้านต่างไม่พอใจและขว้างปาขวดและสิ่งของต่าง ๆ ใส่นักฟุตบอลและเจ้าหน้าที่ในสนาม หลายคนวิ่งลงไปในสนามฟุตบอลจนเกิดจลาจลครั้งใหญ่  …

อินโดฯ สั่งทบทวนมาตรการความปลอดภัย หลังจลาจลแฟนบอลเหยียบกันตาย 174 คน

  เอเอฟพี – ผู้นำอินโดนีเซียสั่งทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยการแข่งขันฟุตบอล หลังมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 174 คน จากเหตุเหยียบกันตายภายหลังการปะทะกันระหว่างแฟนบอลกับตำรวจ และถือเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในสนามกีฬาทั่วโลก   ตอนแรกนั้นมีการเปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตเพียง 129 คน แต่ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ (2 ต.ค.) รองผู้ว่าการชวาตะวันออกแถลงตัวเลขใหม่ที่อย่างน้อย 174 คน และผู้บาดเจ็บ 180 คน   ระหว่างการแถลงที่ถ่ายทอดทางทีวีในวันอาทิตย์ ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ระบุว่า รัฐมนตรีกีฬาและเยาวชน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และประธานสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย ได้รับคำสั่งให้ประเมินการจัดการแข่งฟันฟุตบอลและกระบวนการรักษาความปลอดภัย   ทางด้านโคฟิฟาห์ อินดาร์ ปาราวันซา ผู้ว่าการชวาตะวันออกประกาศว่า ครอบครัวเหยื่อจะได้รับเงินชดเชย 15 ล้านรูเปียะห์ (980 ดอลลาร์) โดยเป็นเงินจากจังหวัดและคณะผู้สำเร็จราชการท้องถิ่น 10 ล้านรูเปียห์ และ 5 ล้านรูเปียะห์ตามลำดับ   เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในสนามฟุตบอลเมืองมาลัง ทางตะวันออกเมื่อคืนวันเสาร์ (1 ต.ค.) ที่แฟนบอลของสโมสรอาเรมา 3,000 คนกรูกันลงไปในสนามกีฬากันจูรูฮัน…