‘เอไอ’ กับการสืบสวนอาชญากรรม เทคโนโลยีเพื่อการไขคดีอย่างแม่นยำ

  เปิดโลกของเอไอกับการจัดการด้านอาชญากรรม ทำความรู้จักบทบาทต่างๆ ของเอไอในการสืบสวนคดี ตรวจจับ และการป้องกันอาชญากรรม   กระบวนการสืบสวนคดีความและอาชญากรรมเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน การมองข้ามแม้เพียงรายละเอียดเล็ก ๆ ระหว่างกระบวนการอาจนำไปสู่สมมุติฐานที่ผิดพลาด ทำให้ไม่สามารถคลี่คลายคดีความหรือหาต้นตอและอาชญากรตัวจริงได้   ในภาพยนตร์สืบสวนเราต่างเคยเห็นนักสืบอัจฉริยะมากมาย แต่ในความเป็นจริง เราคงไม่สามารถสืบสวนอาชญากรรมอย่างละเอียดและเฉียบขาดได้ตลอดเวลา ด้วยพลังที่มีขีดจำกัดของมนุษย์ แต่ถ้าหากเรามีผู้ช่วยอย่างเอไอแล้ว สิ่งที่เคยทำไม่ได้อาจกลายเป็นเรื่องง่าย   บทความนี้ผมจะพาทุกคนไปเปิดโลกของเอไอกับการจัดการด้านอาชญากรรม ทำความรู้จักบทบาทต่างๆ ของเอไอในการสืบสวนคดี ตรวจจับ และการป้องกันอาชญากรรม เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบันส่งผลให้เอไอมีความสามารถใกล้เคียงนักสืบมือฉมัง และเป็นผู้ช่วยชั้นเยี่ยมของตำรวจเลยทีเดียวครับ   ในกระบวนการพิสูจน์หลักฐาน เอไอก็ได้เข้าไปมีบทบาทไม่น้อยเลย งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยลีออน ประเทศสเปน ได้ทำการเทรนโมเดลโครงข่ายประสาทเทียม (Neural Network) ในการตรวจจับร่องรอยของอาชญากรในสถานที่เกิดเหตุ   โดยใช้ข้อมูลภาพสถานที่เกิดเหตุจำนวนหลายพันภาพเทรนอัลกอริธึมให้ตรวจจับรูปแบบของร่องรอยและหลักฐานในที่เกิดเหตุ อาทิ รอยเท้า กระสุน อาวุธปืน เป็นต้น รวมถึงยังสามารถตรวจจับรูปแบบร่องรอยที่สื่อถึงอาชญากรคนเดียวกันจากหลาย ๆ คดีได้อีกด้วย   สารคัดหลั่งในจุดเกิดเหตุเป็นอีกหลักฐานน่าเชื่อถือและมีประโยชน์ต่อรูปคดีมาก แต่การตรวจสอบอย่างละเอียดนั้น โดยปกติต้องอาศัยกระบวนการทางนิติเวชที่ต้องใช้เวลายาวนาน รวมถึงยังต้องแยกระหว่างสารคัดหลั่งจากผู้ต้องหากับสารคัดหลั่งของตำรวจที่เข้าไปในจุดเกิดเหตุอีกด้วย   หากเราทำการเทรนเอไอให้เข้ามาทำหน้าที่นี้ โดยใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสร้างโมเดลที่ประมวลผลได้อย่างถูกต้องแม่นยำตามหลักการแพทย์ ก็จะช่วยลดเวลาในการทำงานและนำไปสู่การสรุปผลคดีที่ถูกต้องและโปร่งใส…

ถูกมิจฉาชีพนำข้อมูลบัตรประชาชนไปใช้ ต้องทำอย่างไรเช็กเลยที่นี่

  สตช.เผยวิธีการหากถูกมิจฉาชีพนำข้อมูลบัตรประชาชนไปใช้ ต้องทำอย่างไร พร้อมเตือนคนโกงหากปลอมแปลงเอกสารมีโทษหนักคุก 3 ปี ปรับ 6 หมื่น   เมื่อ 26 มี.ค. 65 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า ขอเตือนภัยกรณีมีสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอเกี่ยวกับการนำข้อมูลบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนตัวไปซื้อขายสินค้าออนไลน์ หรือการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีความห่วงใยต่อภัยทางสื่อสังคมออนไลน์ที่หลอกลวงสร้างความเสียหายให้กับประชาชน โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย   ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จึงได้กำชับและสั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนสอบสวน จับกุม ปราบปรามภัยทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกรูปแบบตามกฎหมายอย่างจริงจัง มีผลการปฎิบัติเป็นรูปธรรม รวมถึงสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงภัยดังกล่าวและแนวทางในการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย   ดังเช่น กรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการนำเสนอเกี่ยวกับการนำข้อมูลบัตรประชาชน หรือข้อมูลส่วนตัวไปใช้ สำหรับซื้อขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งอาจจะถูกมิจฉาชีพปลอมลายมือชื่อลงในสำเนาบัตรประชาชนแล้วนำไปใช้ในการกระทำความผิด หรือหลอกลวงผู้อื่น หากมีการแก้ไขข้อความในช่องชื่อ นามสกุล วันออกบัตร หรือวันหมดอายุ ลงในสำเนาบัตรประชาชน ไม่ว่าจะนำไปถ่ายสำเนาใหม่อีกครั้ง…

ข้อมูลรั่วเปิดโปง เครดิตสวิส เป็นแหล่งซุกซ่อนความมั่งคั่งของผู้พัวพันอาชญากรรม

  เครดิตสวิส ผู้ให้บริการด้านการเงินการธนาคารรายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ ปฏิเสธการกระทำผิด หลังเกิดกรณีข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่ที่เผยให้เห็นว่าลูกค้าหลายรายที่พัวพันการกระทำผิดกฎหมายได้ใช้สถาบันการเงินแห่งนี้เป็นแหล่งซุกซ่อนความมั่งคั่ง ผู้แจ้งเบาะแสนิรนามได้ส่งข้อมูลของผู้ฝากเงินไว้กับเครดิตสวิส กว่า 18,000 บัญชี ซึ่งมีทรัพย์สินรวมกันกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่หนังสือพิมพ์สัญชาติเยอรมัน Süddeutsche Zeitung บัญชีเหล่านี้มีทั้งบัญชีส่วนบุคคลและบัญชีนิติบุคคล รวมทั้งผู้ที่เปิดบัญชีมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1940 แต่ส่วนใหญ่เป็นบัญชีที่เปิดขึ้นตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา Organized Crime and Corruption Reporting Project (OCCRP) เครือข่ายผู้สื่อข่าวไม่แสวงหาผลกำไร ที่รายงานเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมและการทุจริต ได้แบ่งปันข้อมูลเหล่านี้ให้แก่องค์กรสื่อเกือบ 50 ราย อาทิ หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน และนิวยอร์กไทมส์ ซึ่งได้ตรวจสอบข้อมูล และพบหลักฐานบ่งชี้ว่า เครดิตสวิสได้เปิดหรือเก็บรักษาบัญชีของลูกค้าความเสี่ยงสูงที่มีส่วนพัวพันกับอาชญากรรมร้ายแรงหลายราย เช่น การฟอกเงิน การค้ายาเสพติด และการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตาม เครดิตสวิสได้ออกแถลงการณ์เมื่อ 20 ก.พ. โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาและการอนุมานใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจโดยมิชอบของธนาคาร เครดิตสวิส ระบุว่า ข่าวที่สื่อนำเสนอครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต ในบางกรณีย้อนหลังไปถึงช่วงทศวรรษที่ 1940…

ตำรวจ’แอลเอ’เผยจับคนร้ายได้แต่ต้องปล่อย?! ทำเหตุอาชญากรรมล้นเมืองยุคโควิด

Los Angeles Police Deputy Chief, Blake Chow (Right) and Captain III, Brent McGuyre (Left) of the Hollywood Police Division participate in the Thai Business Safety meeting at Thailand Plaza, Thai Town, Hollywood, Los Ang   ผู้บัญชาการตำรวจระดับสูงของนครลอส แอนเจลิส หรือ LAPD เข้าร่วมประชุมกับชาวชุมชนไทยเพื่อหลังได้รับร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุก โจรกรรมและชิงทรัพย์ร้านค้าผู้ประกอบการชาวไทยในนครลอส แอนเจลิสบ่อยครั้งมากขึ้น เผยจับมาแล้วต้องปล่อยเพราะนักโทษล้นคุกยุคโควิด-19 “คนร้ายทุบเข้าไปกระจกแตก แล้วก็มุดที่หน้าประตู แล้วก็มุดเข้าไปที่หน้าประตูอันนี้นะคะแล้วก็เดินเข้าไปในร้านทั้งหมด” เจริญพร แฮ็กเกอร์ เจ้าของร้านนวดแผนไทย และฝังเข็ม Thai Spa & Acupuncture ที่เมืองแชทส์เวิร์ธ…

โดรนบินอัตโนมัติติดตั้งไมโครโฟนที่ช่วยในการตรวจจับเสียงดังของปืนและป้องกันอาชญากรรม

  บริษัท Airobotics ประเทศอิสราเอลและ ShotSpotter ประเทศสหรัฐอเมริกาจับมือร่วมกันพัฒนาโดรนบินอัตโนมัติตรวจจับเสียงดังของปืนเพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันอาชญากรรม ปัจจุบันโดรนบินอัตโนมัติถูกนำเข้ามาใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ล่าสุด 2 บริษัทเอกชน Airobotics ประเทศอิสราเอลและ ShotSpotter ประเทศสหรัฐอเมริกาได้จับมือร่วมกันพัฒนาโดรนบินอัตโนมัติที่สามารถใช้ตรวจสอบรักษาความปลอดภัยในตัวเมืองและป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดรนบินติดตั้งเทคโนโลยีไมโครโฟนแบบพิเศษสามารถทำงานได้ต่อเนื่องและมีความแม่นยำสูงในการระบุตำแหน่งของเสียงปืน ปัจจุบันมีการใช้งานระบบโดรนบินอัตโนมัติดังกล่าวแล้ว 120 เมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ และแคริบเบียน โดรนบินอัตโนมัติขนาดเล็กติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมใบพัด 4 ชุด บริเวณลำตัวติดตั้งกล้องบันทึกภาพความละเอียดสูงและติดตั้งอุปกรณ์ไมโครโฟนที่ช่วยในการตรวจจับเสียงดังของปืนหรือเสียงที่ดังผิดปกติในพื้นที่ต่าง ๆ ของเมือง ประมวลผลระบุตำแหน่งของเสียงปืนร่วมกับดาวเทียม GPS เชื่อมต่อข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ส่วนกลางที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมปฏิบัติงานเดินทางไปยังตำแหน่งที่ตรวจพบความผิดปกติทันทีที่ได้รับข้อมูล ทีมงานวิศวกรผู้พัฒนาโดรนบินอัตโนมัติกล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบไมโครโฟนตรวจสอบเสียงที่ติดตั้งบนตัวโดรนมีความละเอียดสูงสามารถแยกแยะความละเอียดของเสียงเป็นมิลลิวินาที นอกจากนี้ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางยังได้รับการติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์ AI เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลว่าเป็นเสียงปืนหรืออาชญากรรมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นมนุษย์ โดยปกติทุกเมืองสำคัญมักมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อยู่เป็นระยะ การมีโดรนบินอัตโนมัติเหนือท้องฟ้าสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ โดรนบินอัตโนมัติหลายลำสามารถบินสับเปลี่ยนหมุนเวียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง การบินของโดรนเกิดเสียงรบกวนน้อยกว่าเฮลิคอปเตอร์และหลีกเลี่ยงการตรวจพบโดรนโดยกลุ่มคนร้ายที่เตรียมก่ออาชญากรรม นอกจากนี้ยังเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนในเมืองต่าง ๆ ซึ่งมีปัญหาอาชญากรรมการก่อการร้ายหรือในบางพื้นที่ที่มีกรณีพิพาทระหว่างประเทศ   ข้อมูลจาก newatlas.com ภาพจาก shotspotter.com   ที่มา : ttnonline / วันที่เผยแพร่ 22 ธ.ค.2564 Link : https://www.tnnthailand.com/news/tech/100073/

“โทริหมะ” อาชญากรรมไม่เลือกหน้าในญี่ปุ่น

ภาพจาก www.sankei.com   สวัสดีค่ะเพื่อนผู้อ่านทุกท่าน หลายท่านคงได้ข่าวหนุ่มญี่ปุ่นถือมีดไล่แทงผู้โดยสารบนรถไฟเมื่อวันฮาโลวีนที่ผ่านา อาชญากรรมแบบทำร้ายคนแบบไม่เลือกหน้าในที่สาธารณะเช่นนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วในญี่ปุ่น ทั้งที่ญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่แสนจะปลอดภัย เมื่อวันฮาโลวีนที่ผ่านมา (31 ต.ค.) เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญภายในรถไฟสายเคโอที่กรุงโตเกียว เมื่อหนุ่มญี่ปุ่นคนหนึ่งถือมีดแทงผู้คนภายในขบวนรถ ก่อนจุดไฟเผาตู้รถไฟ บรรดาผู้โดยสารต่างหนีเอาชีวิตรอด ปีนออกทางหน้าต่างกันจ้าละหวั่น เหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บกว่า 10 ราย และมีคุณปู่วัย 70 ปีคนหนึ่งถูกคนร้ายแทงอาการสาหัส คนร้ายแต่งชุดคอสเพลย์เลียนแบบ “โจ๊กเกอร์” ตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง “แบทแมน” หลังก่อเหตุเขานั่งสูบบุหรี่ภายในตู้โดยสาร รอให้ตำรวจจับกุมอย่างไม่ประหวั่นพรั่นพรึง และยังบอกกับตำรวจว่าต้องการโดนประหารชีวิต พลางโอดครวญว่าตนเองมีปัญหาเรื่องงาน อีกทั้งความสัมพันธ์กับเพื่อนก็ไม่ดี ก่อนหน้านั้นไม่ถึง 3 เดือนก็มีคดีคล้ายกันเกิดขึ้นบนรถไฟสายโอดะคิว ซึ่งในคดีนั้นคนร้ายก็พยายามจะจุดไฟเผาขบวนรถไฟแต่ทำไม่สำเร็จ และในคดีโจ๊กเกอร์นี้คนร้ายก็บอกว่า คดีรถไฟสายโอดะคิวที่ผ่านมาก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงมือของเขาในครั้งนี้ด้วย   ลักษณะเด่นของ “โทริหมะ” ผู้ก่ออาชญากรรมแบบไม่เลือกหน้า ญี่ปุ่นเรียกอาชญากรประเภทนี้ว่า “โท-ริ-หมะ” (通り魔) หมายถึงคนร้ายที่จู่โจมทำร้ายคนที่ผ่านไปมาทั้งที่ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกัน แบ่งออกได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ก่อเหตุในจุดเดียว ก่อเหตุในหลายจุดภายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน และก่อเหตุแบบต่อเนื่อง  …