ญี่ปุ่นห้ามใช้”พาวเวอร์แบงก์”บนเครื่องบิน ฝ่าฝืนจำคุก 2 ปี -ปรับ 2 ล้านเยน

  กระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่น ระบุว่า กฏระเบียบใหม่นี้มีขึ้นหลังเกิดเหตุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเกิดไฟไหม้หรือมีควันภายในห้องโดยสารหลายครั้ง สร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ ภายใต้กฎระเบียบใหม่นี้ ห้ามให้ผู้โดยสารใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ระหว่างเที่ยวบิน รวมถึงห้ามชาร์จตัวพาวเวอร์แบงก์ผ่านปลั๊กไฟบนเครื่องบิน และยังจำกัดจำนวนพาวเวอร์แบงก์ที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ชิ้นต่อผู้โดยสาร 1 คน ที่สนามบินฮาเนดะ ในกรุงโตเกียว ตามเคาท์เตอร์เช็ค-อินของสายการบินต่างๆพากันติดป้ายประกาศเกี่ยวกับข้อมูลอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่แบบพกพาให้ผู้โดยสารรับทราบโดยทั่วกัน ผู้โดยสารรายหนึ่ง ให้ความเห็นเกี่ยวกับกฏระเบียบนี้ โดยยอมรับว่า กฏใหม่นี้ทำให้เขาไม่สะดวกสบาย แต่ก็เข้าใจได้ เพราะที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้ที่มีสาเหตุมาจากการชาร์จพาวเวอร์แบงก์บ่อยครั้งจริงๆ ส่วนผู้โดยสารอีกคน บอกว่า เขาเคยชาร์จโทรศัพท์มือถือบนเครื่องบินระหว่างเดินทางเพื่อทำธุรกิจ แต่ทุกวันนี้ เขาเลือกที่จะชาร์จอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมก่อนจะเดินทางขึ้นเครื่องบิน เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ปรับกฏระเบียบใหม่ เพื่อห้ามการใช้อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรีแบบพกพาทุกรูปแบบ     ที่มา  กรุงเทพธุรกิจ    /    วันที่เผยแพร่ 25 เมษายน 2569 Link https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1231181  

ลูกเรือสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ อพยพทุกคนออกจากเครื่องบินอย่างปลอดภัยและรวดเร็วได้อย่างไร

ผู้โดยสารต่างเร่งไปที่ประตูทางออกฉุกเฉินของเครื่องบินที่กำลังลุกไหม้โดยที่ไม่ถือสัมภาระอะไรติดตัว ตามคำแนะนำของพนักงานบนเครื่องบิน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การไม่นำสิ่งของมีค่าหรือสัมภาระส่วนตัวไปด้วย ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การอพยพทั้ง 379 คนบนเครื่องเป็นไปได้อย่างราบรื่น

ส่องมาตรการรับมือภัยฉุกเฉินของญี่ปุ่น ช่วยชีวิตคนได้ยกลำใน 2 นาที

  •  เหตุระทึกอุบัติเหตุเครื่องบินชนกันที่สนามบินฮาเนดะ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการรับมือภัยฉุกเฉินของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ รวมทั้งสนามบินฮาเนดะได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถช่วยชีวิตคนเกือบ 400 ชีวิต ออกมาจากเครื่องได้อย่างปลอดภัยในเวลาเพียง 2 นาที   •  แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากต่างชี้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงระบบฉุกเฉินของเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพ จนเกิดปาฏิหาริย์ท่ามกลางเรื่องเลวร้ายขึ้นได้   •  การถอดบทเรียนจากเหตุการณ์จึงนับเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สายการบินต่าง ๆ ทั่วโลก ยึดถือเป็นแนวทาง เพื่อให้สามารถช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุดในยามที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ขึ้นอีก   ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับเหตุการณ์อุบัติเหตุ ภัยพิบัติรุนแรงตั้งแต่ต้นปี ซึ่งถึงแม้จะเป็นเหตุการณ์ใหญ่ แต่กลับพบว่าญี่ปุ่นยังคงสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที จนเกิดความสูญเสียน้อยกว่าที่คาด โดยเฉพาะกับเหตุการณ์เครื่องบินโดยสารสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ชนกับเครื่องบินของหน่วยยามฝั่งที่สนามบินฮาเนดะแบบไม่คาดคิด แต่การอพยพผู้โดยสารเกือบ 400 คน บนเครื่องที่กำลังไฟลุกไหม้ สามารถทำได้รวดเร็วในเวลาเพียง 90 วินาที หรือไม่เกิน 2 นาทีเท่านั้น จนทำให้ทั้งผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมดรอดชีวิตมาได้ราวปาฏิหาริย์ แม้ว่าจะมีผู้บาดเจ็บราว 14 คน แต่ก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง ขณะที่มีผู้เสียชีวิตบนเครื่องบินของหน่วยยามฝั่ง 5 ศพ และรอดชีวิตมาได้เพียง 1 คน  …

ญี่ปุ่นฝึกซ้อมรับมือก่อการร้ายในศูนย์การค้าเอนกประสงค์เปิดใหม่เชื่อมติดสนามบินฮาเนดะ

  มีการฝึกซ้อมต่อต้านการก่อการร้าย โดยจำลองการโจมตีด้วยอาวุธเคมีภายในศูนย์การค้าเอนกประสงค์แห่งใหม่ซึ่งตั้งอยู่ติดกับท่าอากาศยานฮาเนดะในกรุงโตเกียว ศูนย์การค้านี้จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนมกราคมปีหน้า   ตำรวจและพนักงานจากศูนย์การค้าดังกล่าวรวมประมาณ 100 คนเข้าร่วมการฝึกซ้อมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน ที่ศูนย์การค้าเอนกประสงค์ Haneda Airport Gardenซึ่งเชื่อมต่อกับสนามบิน   การฝึกซ้อมได้จำลองเหตุการณ์ว่า มีชายผู้หนึ่งวางขวดพลาสติกบรรจุสารเคมีลงบนพื้น จากนั้นก็เริ่มแกว่งมีดไปมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงได้พาผู้คนในบริเวณนั้นออกไปในที่ที่ปลอดภัยทันที   ตำรวจที่ควบคุมตัวชายคนนี้เป็นหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายจากสำนักงานตำรวจกรุงโตเกียว มีการฝึกการดูแลผู้คนที่นอนราบอยู่บนพื้นและฝึกเก็บขวดโดยใช้อุปกรณ์พิเศษ   ตำรวจโตเกียววางแผนที่จะทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มการเฝ้าระวังการโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่สนามบินและตามสถานที่การค้าพาณิชย์ ก่อนการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ชาติหรือ G7 ในปีหน้า ซึ่งจะจัดขึ้นที่จังหวัดฮิโรชิมา       —————————————————————————————————————————————————————————————- ที่มา :                           สำนักข่าว NHK         …