ไม่ใช่แค่ขู่! รัสเซียประกาศแผนติดตั้ง “อาวุธนิวเคลียร์” ในเบลารุส

    ปูตินแถลง บรรลุข้อตกลงติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในดินแดนของเบลารุส เป็นการนำอาวุธนิวเคลียร์ไปใกล้ชาติยุโรปมากขึ้น   หนึ่งในสิ่งที่ทั่วโลกมีความกังวลที่สุดเกี่ยวกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน คือเรื่องของ “การใช้อาวุธนิวเคลียร์” ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้สงครามครั้งนี้รุนแรงขึ้นจนอาจยกระดับกลายเป็น “สงครามโลกครั้งที่ 3”   ตลอดปีที่ผ่านมา คำขู่เรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของฝ่ายรัสเซียดูเหมือนจะเป็นอะไรที่ทีเล่นทีจริง ไม่มีใครเดาใจผู้นำรัสเซียอย่าง วลาดิเมียร์ ปูติน ออกว่า ท้ายที่สุดแล้วเขาจะตัดสินใจใช้อาวุธร้ายแรงนี้ในการทำศึกหรือไม่     อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวานนี้ (25 มี.ค.) ปูตินได้ออกมาแถลงผ่านช่องโทรทัศน์ของรัฐว่า “รัสเซียได้บรรลุข้อตกลงในการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในดินแดนของเบลารุส”   ความเคลื่อนไหวนี้เท่ากับว่า รัสเซียได้นำคลังแสงนิวเคลียร์บางส่วนไปไว้ใกล้กับยูเครน และยุโรป   ปูตินอ้างว่า การตัดสินใจนี้ไม่นับเป็นการละเมิดข้อตกลงไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ โดยมีลักษณะเหมือนกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรหลายชาติในยุโรปที่อนุญาตให้สหรัฐฯ ไปตั้งฐานอาวุธนิวเคลียร์ในประเทศเหล่านั้นได้   “เรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ ประการแรก สหรัฐฯ ทำสิ่งนี้มานานหลายทศวรรษแล้ว พวกเขาติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในดินแดนของประเทศพันธมิตรมานานแล้ว” ปูตินกล่าว   มีการประเมินโดยศูนย์ควบคุมอาวุธและการไม่แพร่ขยายอาวุธว่า สหรัฐฯ มีอาวุธนิวเคลียร์ประมาณ 100 ชิ้นจัดเก็บอยู่ในฐานทัพยุโรป 6 แห่งใน 5 ประเทศ…

“รถถัง-ขีปนาวุธปลอมสำหรับล่อเป้า” ยอดขายพุ่ง จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

  บริษัทผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ปลอมเผย ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้รถถังปลอม-ระบบขีปนาวุธปลอมสำหรับล่อเป้า ขายดีขึ้นมาก   ในการทำสงคราม การสูญเสียรถถัง ระบบยิงขีปนาวุธ HIMARS หรือเครื่องบินรบที่มีมูลค่าสูง ถือเป็นความสูญเสียระดับใหญ่หลวงของกองทัพนั้น ๆ ในขณะเดียวกัน ยุทโธปกรณ์มูลค่าสูงเหล่านี้ก็มักตกเป็นเป้าการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม   ด้วยเหตุนี้ในการศึกสงครามจึงมักมีกลยุทธ์ใช้ “ตัวล่อ” ลวงให้อีกฝ่ายโจมตีเป้าหมายปลอม ทั้งเพื่อจุดประสงค์หลอกให้อีกฝ่ายเสียกระสุนหรือขีปนาวุธฟรี ๆ หรือเพื่อให้อีกฝ่ายโฟกัสด้านหนึ่งแล้วตลบหลังก็มี     และในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ดำเนินมาเป็นระยะเวลา 1 ปีแล้ว หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “ยอดขายรถถังปลอม-เครื่องยิงขีปนาวุธปลอม” ของบริษัทผลิตยุทโธปกรณ์ปลอมเติบโตขึ้นอย่างมาก   หนึ่งในนั้นคือบริษัท Inflactech Decoy ผู้ผลิตยุทโธปกรณ์กองทัพปลอมในสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งรายงานอัตราการผลิตที่เพิ่มขึ้น   วอยเจ็ก เฟรสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Inflactech Decoy เล่าว่า บริษัทมีสินค้าเป็นยุทโธปกรณ์ปลอมมากว่า 30 รายการ ตั้งแต่รถถัง ไปจนถึงสินค้าใหม่ล่าสุดอย่างระบบยิงขีปนาวุธ HIMARS   ลูกค้าของบริษัทมีอยู่ทั่วโลก แต่ไม่มีคำยืนยันชัดเจนว่า ยูเครนเป็นหนึ่งในลูกค้าของบริษัทหรือไม่ กระนั้นเฟรสเซอร์ก็บอกว่า เขาคาดหวังว่าสินค้าของบริษัทจะไปถึงยูเครนได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง…

“ปูติน”สั่งหน่วยงานความมั่นคงรับมือ “จารกรรม-วินาศกรรม”

    ตอนนี้ นอกจากการต่อสู้ที่ดุเดือดที่เมืองบัคมุตในแคว้นโดเนตสก์แล้ว หลายฝ่ายกำลังให้ความสำคัญกับบทบาทของจีนท่ามกลางความขัดแย้งนี้ หลังจากที่ประกาศจุดยืนด้านสันติภาพไปในวันครบ 1 ปีของสงครามยูเครน   อย่างไรก็ดี ชาติตะวันตกไม่ไว้ใจท่าทีดังกล่าวของจีน เนื่องจากจีนได้ส่งนักการทูตระดับสูงไปเยือนรัสเซียในช่วง 2 วันก่อนครบ 1 ปีของสงคราม และมีกระแสข่าวออกมาเป็นระยะๆ ว่า จีนเตรียมส่งอาวุธช่วยเหลือรัสเซีย ขณะเดียวกัน ก็มีอีกความเคลื่อนไหวหนึ่งของจีนที่ทำให้ชาติตะวันตกไม่ไว้ใจ คือ การเชิญพันธมิตรของปูตินอย่าง ประธานาธิบดีลูคาเชนโก ของเบลารุส เข้าพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง     คืนที่ผ่านมา อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุสได้เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมืองหลวงของจีน ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เคยตกลงร่วมกันไว้ในที่ประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว   โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ประธานาธิบดีลูคาเชนโกได้เข้าพบกับหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ก่อนที่จะเข้าหารือร่วมกัน   ผู้นำเบลารุสได้กล่าวชื่นชมความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ และกล่าวว่า “มิตรภาพของทั้งจีนและเบลารุสไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อต่อต้านประเทศอื่น” ขณะที่นายกรัฐมนตรีจีนระบุว่า ความสัมพันธ์ของจีนและเบลารุสกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และผู้นำเบลารุสจะได้หารือร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในภายหลัง   ขณะที่ประธานาธิบดีลูคาเชนโกของเบลารุสเดินทางไปเยือนจีน เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับจีน…

รัสเซียทราบล่วงหน้า ไบเดนจะเดินทางเยือนยูเครน

    ทำเนียบขาวเผย ได้มีการแจ้งรัสเซียไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ปธน.สหรัฐฯ โจ ไบเดน จะเดินทางเยือนยูเครน   การเดินทางเยือนยูเครนสุดเซอร์ไพรส์โดยไม่บอกล่วงหน้าของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน เมื่อวานนี้ (20 ก.พ.) กลายเป็นที่จับตาและพูดถึงทั่วโลก เพราะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเริ่มต้น ที่ผู้นำสหรัฐฯ ได้มาเยือนยูเครน   แทบจะไม่มีใครทราบถึงการเดินทางครั้งนี้เลย ไบเดนปรากฏตัวครั้งสุดท้ายช่วงค่ำวันเสาร์ แล้วหายตัวไปในวันอาทิตย์ โดยทางทำเนียบขาวสับขาหลอกบรรดาสื่อด้วยการแจ้งว่า ไบเดนมีกำหนดการออกเดินทางเยือนโปแลนด์ในวันจันทร์     การเดินทางครั้งนี้กินเวลานานหลายสิบชั่วโมง ไบเดนโดยสารเครื่องบินจากฐานทัพแอนดรูว์สในเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันอาทิตย์ มุ่งหน้าไปยังเยอรมนีเพื่อแวะเติมน้ำมัน จากนั้นบินต่อไปยังโปแลนด์ และนั่งรถไฟมุ่งหน้าไปยังกรุงเคียฟใช้เวลาอีก 10 ชั่วโมง   เขาขึ้นรถไฟจากโปแลนด์ในช่วง 22.00 น. ของคืนวันอาทิตย์ โดยคณะเดินทางเหมาตู้รถไฟไว้ 8 ตู้ การเดินทางตลอดทั้งคืนไม่ได้มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น เพียงต้องจอดที่จุดแวะพัก 2-3 แห่ง จนกระทั่งรถไฟมาถึงสถานีเคียฟในเวลา 8.00 น. ของวันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่น  …

วิเคราะห์: อาวุธใหม่ ‘จรวดติดจีพีเอส’ จะเปลี่ยนทิศทางสงครามยูเครนอย่างไร?

    สหรัฐฯ เตรียมจัดส่งความช่วยเหลือทางทหารรอบใหม่ให้แก่ยูเครน ด้วยจรวดที่สามารถโจมตีในระยะไกลลึกเข้าไปในเขตแนวหน้าของรัสเซีย ซึ่งทำให้รัสเซียอาจต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อรับมืออาวุธชนิดใหม่นี้   อาวุธดังกล่าวเรียกว่าระเบิดนำวิถีขนาดเล็กที่ยิงจากภาคพื้นดิน (Ground Launched Small Diameter Bomb) หรือ GLSDB ซึ่งมีระยะยิงได้ไกล 150 กิโลเมตร ไกลกว่าระบบยิงจรวด High Mobility Artillery Rocket System (HIMARS) ของสหรัฐฯ ที่ยูเครนใช้อยู่ในขณะนี้ราวสองเท่า ซึ่งหมายความว่าจะสามารถโจมตีได้ถึงเส้นทางขนส่งเสบียงของกองทัพรัสเซียในภาคตะวันออกของยูเครน รวมทั้งบางส่วนของแคว้นไครเมีย     ยูเครนเชื่อว่า อาวุธใหม่นี้จะกดดันให้รัสเซียต้องถอยเส้นทางขนส่งเสบียงไปไกลจากแนวหน้ามากกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้กองทัพรัสเซียอ่อนแอลงและยังเพิ่มความยากลำบากให้แก่รัสเซียในการโจมตีรอบใหม่ด้วย   แอนเดรีย ซาโกรอดเนียค อดีตรัฐมนตรีกลาโหมยูเครน เชื่อว่า “ระบบยิงจรวดแบบใหม่อาจทำให้การรุกคืบของรัสเซียช้าลงมาก และจะส่งผลกระทบต่อทิศทางของสงครามครั้งนี้ยิ่งกว่าที่ระบบ HIMARS เคยส่งผลมาแล้ว”   GLSDB คือระเบิดนำวิถีแบบร่อนที่ใช้จีพีเอสนำทาง สามารถสั่งการโจมตีเป้าหมายที่ยากต่อการเข้าถึง เช่น ศูนย์บัญชาการรบ ผลิตโดยบริษัทซาบ เอบี (SAAB AB) และ โบอิ้ง…

โดรนโจมตีโรงงานผลิตกระสุนในอิหร่าน หวังสร้างความไม่มั่นคงภายใน

    โรงงานผลิตกระสุน ทางตอนกลางของอิหร่านระเบิด ท่ามกลางความตึงเครียดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และการจัดหาอาวุธให้กับรัสเซียในสงครามรัสเซีย-ยูเครน   เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เมืองอิสฟาฮาน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางของอิหร่าน เกิดแสงวาบขึ้นมาที่โรงงานผลิตอาวุธทางทหารแห่งหนึ่งของเมืองดังกล่าว โดยสื่อทางการอิหร่านรายงานว่า โรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานผลิตกระสุน ขณะที่รัฐบาลเตหะรานเปิดเผยเมื่อวานนี้ (29 ม.ค.) ว่า เหตุระเบิดครั้งนี้ เกิดจากการโจมตีด้วยโดรนที่ไม่ทราบชื่อผู้ลงมือก่อเหตุ และยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบในทันที แต่สหรัฐฯ ชี้ว่า อิสราเอล อาจอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีในครั้งนี้     นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมอิหร่าน ยังรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันเสาร์ (28 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น กองทัพอิหร่านสามารถสกัดการโจมตีด้วยโดรน 3 ลำ ซึ่งมีเป้าหมายคือ สถานที่ทางทหารในเมืองอิสฟาฮาน โดยเหตุการณ์โจมตีในครั้งนี้้ได้สร้างความเสียหายต่ออาคารเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต   ขณะที่นายฮอสเซน อามีร์ อับดุลลาอิน รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านได้ออกมาประณามการโจมตีดังกล่าวว่า มีเป้าหมายเพื่อสร้างความไม่มั่นคงภายในอิหร่าน พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความมุ่งมั่น และความตั้งใจของอิหร่านในการเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์อย่างสันติ   ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน และชาติตะวันตกเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการจัดหาอาวุธของอิหร่านให้กับรัสเซียในการใช้ในสงครามในยูเครน   และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในประเทศที่ดำเนินมานานหลายเดือน หลังหญิงชาวเคิร์ดวัย…