ชีวิตติด TECH- เปิด 4 เกราะป้องกันภัยออนไลน์ “LINE”ยกระดับความปลอดภัย
คนไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากข้อความหลอกลวง ลิงก์ฟิชชิง การแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ ไปจนถึงการโทรหลอกให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
คนไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากข้อความหลอกลวง ลิงก์ฟิชชิง การแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ ไปจนถึงการโทรหลอกให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
เปิดหลักสูตรความรู้ “อสม.ไซเบอร์” เน้นทักษะจำเป็น 4 ด้าน ตั้งแต่รู้ทันกลโกงออนไลน์ เข้าใจ AI ไปจนถึงรับมือข่าวสุขภาพเท็จ ช่วยประชาชนใช้ดิจิทัลอย่างปลอดภัย
แม้ว่าในปัจจุบัน มิจฉาชีพ แก็งคอลเซ็นเตอร์ จะถูกกวาดล้างอย่างหนักโดยเฉพาะ รังสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่การหลอกหลงก็ยังมีคนตกเป็น… การมีเครื่องมือมาช่วยให้การป้องกันจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ ในการหลงกลมิจฉาชีพ ได้ ซึ่งทาง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) โดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ก็ได้บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนา แอปพลิเคชันป้องกันการโทรหลอกลวง” (DE-FENCE) เพื่อใช้ป้องกันและเตือนภัยจากมิจฉาชีพที่มีกลโกงรูปแบบต่าง ๆ
ในยุคที่ ‘อาชญากรรมออนไลน์’ พุ่งสูงและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ AOC 1441 ได้ดำเนินการตามนโยบายของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยขอให้ประชาชนยึดหลัก ‘4 ไม่’ คือ ‘ไม่กดลิงค์ – ไม่เชื่อ – ไม่รีบ – ไม่โอน’ เพิ่มความปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งเป็นหลักการป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ที่ทุกคนสามารถจดจำและนำไปใช้ได้ง่าย
ดีอีเตือนปี 69 ระวังภัยสแกมเมอร์ 4 รูปแบบคือการส่งข้อความ SMS/LINE ปลอมแนบลิงก์, การหลอกลวงปลอมเสียงโทรศัพท์/วิดีโอปลอม ด้วยเทคโนโลยี AI, หลอกลวงลงทุนเงินคริปโต/หุ้นดิจิทัล และ สร้างโปรไฟล์ปลอมในแอปฯ โซเชียล หลอกหาคู่ / ร้านค้าปลอม / โรงแรมที่พักปลอม โดยพบว่าการหลอกลวงผ่าน Facebook สูงเป็นอันดับ 1 จำนวน 126,672 เคส มูลค่าความเสียหาย 2,810 ล้านบาท
กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มุ่งมั่นปรับปรุงนโยบายและมาตรการทางกฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยการสร้างความตระหนักรู้ด้านดิจิทัลให้กับประชาชนถือเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์อย่างยั่งยืน เมื่อภาคประชาชนมีความเข้มแข็งและรู้เท่าทันภัยออนไลน์ต่าง ๆ
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว