ชีวิตติด TECH-ภัยคุกคามไซเบอร์ ปี 2026 ยกระดับเป็นอุตสาหกรรม

  ใกล้จะผ่านพ้นปี 2568 เข้าสู่ปี 2569 หรือปี 2026 แล้ว ภัยคุกคามไซเบอร์ ก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งว่ากันว่าจะทวีความรุนแรง ใกล้จะผ่านพ้นปี 2568 เข้าสู่ปี 2569 หรือปี 2026 แล้ว ภัยคุกคามไซเบอร์ ก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งว่ากันว่าจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI  ส่งผลให้ภัยไซเบอร์ จะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่ง วันนี้ คอลัมน์ “ชีวิตติด TECH”  มีแนวโน้มคาดการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ ปี 2026 ของ  “ฟอร์ติเน็ต” บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งมีข้อมูลน่าสนใจ อาชญากรรมไซเบอร์ทำเป็นอุตสาหกรรม ฟอร์ติเน็ต  ระบุว่า ในแต่ละปี FortiGuard Labs จะทำการวิเคราะห์ปัจจัยด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และพฤติกรรมมนุษย์ว่าส่งผลต่อความเสี่ยงทางไซเบอร์ทั่วโลกอย่างไร ซึ่งรายงานคาดการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ปี 2026 ชี้ให้เห็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของพัฒนาการด้านภัยคุกคามที่อาชญากรรมไซเบอร์จะยังคงพัฒนาสู่การเป็นอุตสาหกรรมที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และ AI  อย่างไรก็ตามในปี 2026 ปัจจัยที่กำหนดความสำเร็จทั้งในแง่การโจมตีและการป้องกันจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมแค่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความรวดเร็วในการเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามให้กลายเป็นการปฏิบัติจริง   ภาพ pixabay.com โจมตีเร็วไม่ต้องอาศัยการควบคุมจากมนุษย์ เมื่อ AI ระบบอัตโนมัติและซัพพลายเชนด้านอาชญกรรมทางไซเบอร์เติบโตเต็มที่ จะทำให้การเจาะระบบทำได้ง่ายและเร็วกว่าที่ผ่านมา ผู้โจมตีจะใช้เวลาน้อยลงในการคิดค้นเครื่องมือใหม่ๆ และหันมาใช้เวลามากขึ้นในการปรับปรุงเพื่อทำให้เทคนิคที่ใช้งานได้ผลดีอยู่แล้วดำเนินไปได้แบบอัตโนมัติ โดยระบบ AI จะเข้ามาจัดการการสอดแนม (Reconnaissance) เร่งกระบวนการบุกรุก วิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกขโมย และสร้างข้อความสำหรับการเจรจาเรียกค่าไถ่ ขณะเดียวกัน…

ปี 69 จุดเปลี่ยนสงครามไซเบอร์ ฟอร์ติเน็ตชี้ AI เร่งงานแฮกเป็น “อุตสาหกรรม” เต็มรูปแบบ

ฟอร์ติเน็ตเผยรายงานคาดการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ปี 2026 โดย FortiGuard Labs ระบุชัดว่า “ความเร็ว” จะกลายเป็นปัจจัยชี้เป็นชี้ตายของทั้งผู้โจมตีและฝ่ายป้องกัน เมื่ออาชญากรรมไซเบอร์พัฒนาเป็นอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ระบบอัตโนมัติ และโครงสร้างเศรษฐกิจใต้ดินเป็นระบบมากขึ้น ย้ำองค์กรที่ยังพึ่งพาการป้องกันแบบเดิมเสี่ยงตามไม่ทันในเวลาเพียงไม่กี่นาที

การสร้างความปลอดภัยด้วย AI คือแต้มต่อของอุตสาหกรรม 4.0 ของไทยในวันนี้

ประเทศไทยได้มีการวางกรอบวิสัยทัศน์สำหรับอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเวลานานนับสิบปีเพื่อใช้เป็นโรดแมปมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่คือ การปฏิรูปอุตสาหกรรมดั้งเดิมด้วยการนำระบบอัตโนมัติ คลาวด์คอมพิวติ้ง และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยตั้งแต่ภาคการผลิตขั้นสูง โลจิสติกส์อัจฉริยะ ตลอดจนเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ที่นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาผสมผสานเพื่อการเกษตรยุคดิจิทัล

ฟอร์ติเน็ต ชี้ องค์กร 61% กังวลเรื่องความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อบังคับในการใช้คลาวด์

    ฟอร์ติเน็ต เผยผลศึกษาของรายงานสถานะความปลอดภัยระบบคลาวด์ประจำปี 2025 (2025 State of Cloud Security Report) ซึ่งจัดทำโดย Cybersecurity Insiders เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มล่าสุด ความท้าทาย และการกำหนดกลยุทธ์เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ระบบคลาวด์   ภัคธภา ฉัตรโกเมศ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฟอร์ติเน็ต กล่าวถึง การนำคลาวด์มาใช้ ว่าเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูปกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและคล่องตัว ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการแข่งขันในตลาดปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว   การแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ต้องอาศัยการพัฒนาหลายด้าน ทั้งการสร้างประสบการณ์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละราย การปรับใช้นโยบายเพื่อให้ ทำงานได้จากทุกที่    (work-from-anywhere) อย่างจริงจัง ปรับกระบวนการทำงานให้คล่องตัวขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงการดำเนินงานในลักษณะกระจายศูนย์ให้เกิดประสิทธิภาพและสามารถรองรับการขยายได้ดียิ่งขึ้น   แม้ว่าเทคโนโลยีคลาวด์จะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ทีมรักษาความปลอดภัยต้องตระหนักและจัดการให้ได้ ซึ่งความท้าทายเหล่านี้รวมถึงการปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน   การปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ ในขณะที่ยังคงสามารถมองเห็นความเป็นไปพร้อมทั้งควบคุมการดำเนินงานในสภาพแวดล้อมคลาวด์แบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ที่ซับซ้อนมากขึ้นได้   ประเด็นที่น่าสนใจจากผลศึกษาของรายงานสถานะความปลอดภัยระบบคลาวด์ประจำปี 2025 มีการนำกลยุทธ์คลาวด์แบบไฮบริดและมัลติคลาวด์มาใช้มากขึ้น: โดยกว่า 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีการใช้บริการจากผู้ให้บริการคลาวด์สองรายขึ้นไป ซึ่งเน้นให้เห็นว่าแนวทางด้านมัลติคลาวด์มีความสำคัญมากขึ้น โดยช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและให้ประโยชน์ด้านความสามารถเฉพาะทาง ในขณะที่ 54%…

วิกฤตขาดบุคลากร ช่องโหว่ใหญ่เหตุ ‘ละเมิดข้อมูล’

  “ฟอร์ติเน็ต” เผย วิกฤติขาดแคลนบุคลากร เพิ่มช่องโหว่การละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์ สำรวจพบองค์กรในไทยเกินกว่าครึ่งต่างเคยประสบกับปัญหานี้มาแล้ว ด้านผลกระทบมีตั้งแต่ปัญหาด้านการเงิน การดำเนินงานหยุดชะงัก ตลอดจนปัญหาการเสื่อมเสียชื่อเสียง   ภัคธภา ฉัตรโกเมศ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฟอร์ติเน็ต เผยว่า การมีบุคลากรด้านไซเบอร์ที่ได้รับการฝึกอบรมและผ่านการรับรองถือเป็นปราการป้องกันด่านแรกสำหรับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์   ฟอร์ติเน็ตพบว่า 92% ขององค์กรในประเทศไทย พบว่าการละเมิดข้อมูลในปีที่ผ่านมามีส่วนมาจากการขาดทักษะทางไซเบอร์ และ 72% มาจากความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นจากช่องว่างด้านทักษะ โดยรวม 68% ขององค์กรในประเทศไทย ต่างเคยประสบกับการละเมิดเนื่องจากมีช่องว่างด้านทักษะทางไซเบอร์   รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิศวกรรมระบบ ฟอร์ติเน็ต ประเทศไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีด้วยวิธีการที่ซับซ้อน   ตั้งแต่การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ ตลอดจนช่วงโหว่ในซัพพลายเชน ทำให้องค์กรมากมายต้องตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงักและเกิดความไม่ปลอดภัยกับข้อมูลที่ละเอียดอ่อน   ช่องว่าง ‘ทักษะทางไซเบอร์’ กระทบหลายบริษัททั่วโลก   รายงานการศึกษาช่องว่างด้านทักษะความปลอดภัยทางไซเบอร์ในทั่วโลก (Global Cybersecurity Skills Gap Report) ของฟอร์ติเน็ตประจำปี…

ปกติโดนอยู่แล้ว แต่นี่โดนล้วงมากขึ้นอีก! ฟอร์ติเน็ตพบ 72% องค์กรไทยถูกโจมตีขโมยข้อมูลลูกค้าเพิ่มขึ้น 2 เท่า

ฟอร์ติเน็ต เผยผลวิจัยภัยคุกคามครึ่งแรก vs ครึ่งหลังปี 2023 พบอาชญากรไซเบอร์นำช่องโหว่ใหม่ในอุตสาหกรรมมาใช้โจมตีได้เร็วขึ้น 43% พบ 72% องค์กรไทยถูกโจมตีขโมยข้อมูลลูกค้าเพิ่มขึ้น 2 เท่า สะท้อนว่าจากที่โดนล้วงข้อมูลอยู่แล้ว กำลังโดนล้วงมากขึ้นอีก ระบุอุตสาหกรรมที่โดนล้วงข้อมูลบ่อยคือเทคโนโลยี เฮลท์แคร์ โทรคมนาคม หน่วยงานรัฐ และโรงงานภาคการผลิต ชี้กลุ่มหลังสุดมีความเสี่ยงเสียหายมากเมื่อสายการผลิตหยุดชะงัก