“กพท.” สั่งล็อกโดรน! ห้ามบินเขตเสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา หวั่นกระทบความมั่นคง

วันที่ 29 ก.ค.68 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศ ห้ามมิให้ผู้ใดทำการบินหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินหรือ “โดรน” ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชาประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที เพื่อป้องกันการใช้โดรนในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบ ความไม่ปลอดภัย หรือกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

ทบ.แจ้งยกระดับมาตรการผ่านแดนไทย-กัมพูชา

เพจเฟซบุ๊ก ทีมโฆษกกองทัพบก ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  ทบ. ยกระดับมาตรการผ่านแดนไทย-กัมพูชาอย่างเข้มงวด สอดรับแนวทางของรัฐบาล และ ศบ.ทก. ในการปกป้องอธิปไตย และดูแลประชาชน พร้อมหวังผลตอบโต้ขบวนการ Call Center, Hybrid Scam ส่วนมาตรการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมยังอนุโลมตามความเหมาะสม

ปิดช่อง”สายตะกู”หลังพบทหารกัมพูชาเคลื่อนไหว

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณี การปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ ว่า เป็นมาตรการที่หน่วยทหารในพื้นที่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า มีความจำเป็นต้องดำเนินการ โดยอาศัยการประเมินภาพรวมของสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่

กองทัพภาคที่ 2 สั่งปิดจุดผ่อนปรนการค้า “ช่องสายตะกู”

ตามคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ 806/2568 เรื่องการควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ให้กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี มีอำนาจการควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี วิธีการและเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่จำเป็นเหมาะสม ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี

นายอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้เรียกประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด ซ้อมแผนอพยพหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

6 มิ.ย. 2568 นายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้เรียกประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด เพื่อเน้นย้ำแนวทางการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ในพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ปลัดสธ.สั่ง 35 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงเตรียม 6 มาตรการ รับมือภัยพิบัติธรรมชาติ

กระทรวงสาธารณสุข วาง 6 มาตรการ เตรียมรับสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะ 35 จังหวัดเสี่ยง ให้ เตรียมแผนป้องกันอาคารสถานที่ เคลื่อนย้ายครุภัณฑ์/อุปกรณ์การแพทย์ ไปไว้ในที่ปลอดภัย สำรองยา/เวชภัณฑ์ตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่ พร้อมจัดทีมเฝ้าระวังสถานการณ์ ดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มเปราะบาง และรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินทันที