FBI ออกปฏิบัติการปราบ ‘Genesis’ ตลาดค้าข้อมูลผิดกฏหมาย (จบ)

  ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปภัยไซเบอร์จะมีความน่ากลัวและทวีความรุนแรงมากขึ้น ธุรกิจต้องอาศัยการทำงานเชิงบูรณาการกันภายในองค์กรคือจากทั้งผู้บริหารและพนักงานในองค์กร โดยให้ทุกคนให้ความสำคัญและตระหนักถึงเรื่องไซเบอร์กันให้มากขึ้น   จากตอนที่แล้ว ผมได้เล่าถึงการเข้าปราบปรามของ FBI ที่ร่วมกันกับหน่วยงานรัฐจากหลากหลายประเทศ เข้าจัดการ Genesis ตลาดมืดค้าข้อมูลที่โจรกรรมจากเหยื่ออย่างผิดกฏหมายยักษ์ใหญ่   ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ลายนิ้วมือ หรือแม้กระทั้ง ข้อมูลทางการเงิน โดยมีการตั้งราคาขายสูงที่สุดอยู่หลายร้อยดอลลาร์เลยทีเดียว   และหากทำการตกลงซื้อขายข้อมูลดังกล่าวแล้ว ผู้ซื้อจะได้รับเครื่องมือเสริมที่ช่วยให้เข้าระบบผ่านบัญชีของเหยื่อรายนั้น ๆ โดยผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์มนั้นได้อย่างง่ายดาย   Genesis ได้ออกแพลตฟอร์มอย่าง Genesium ซึ่งเป็นชื่อของ Chromium browser ที่เป็นทั้งเบราว์เซอร์ช่วยหลบเลี่ยงการตรวจจับและยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เช่น ความสามารถในการเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องระบุชื่อและยังมีฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานรอดจากระบบต่อต้านการฉ้อโกงต่าง ๆ   Genesis Market แตกต่างจาก Hydra และตลาดซื้อขายผิดกฏหมายอื่น ๆ ตรงที่ Genesis สามารถเข้าผ่าน Clearnet ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคในการเข้าระบบสำหรับแฮ็กเกอร์ที่มีทักษะน้อยและต้องการนำข้อมูลยืนยันตัวตนแบบดิจิทัลเพื่อไปใช้เจาะบัญชีของบุคคลทั่วไปและระบบขององค์กร   หลังจากที่ FBI ได้ออกปฏิบัติการครั้งนี้ ส่งผลให้สามารถการจับกุมและยึดโดเมนที่ผิดกฏหมายได้อีกมากมาย และแน่นอนว่าการปราบปรามครั้งนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจใต้ดิน   เนื่องจากเหล่าบรรดาแฮ็กเกอร์จะต้องหาช่องทางอื่น ๆ…

รู้เขาหลอก! นักข่าวอาวุโสมะกันชื่อดังแฉตะวันตกทราบดี อาวุธที่ส่งให้ยูเครนถูกยักย้ายไปขายในตลาดมืด

    ซีย์มอร์ เฮิร์ช นักข่าวอาวุโสชื่อดังชาวอเมริกัน แฉตะวันตกรู้ดีว่าอาวุธจำนวนมากที่ส่งให้เคียฟถูกพวกผู้บังคับบัญชาทหารยูเครนแอบส่งขายให้พ่อค้าอาวุธในโปแลนด์ โรมาเนีย และอีกหลายประเทศ ขณะเดียวกัน เขาด้วยชี้ว่า นิวยอร์กไทมส์ซึ่งเขาเคยทำงานด้วยตอนนี้กลายพันธุ์เป็นสื่อโปรไบเดนเต็มตัว   เฮิร์ช เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับแอฟชิน แรตแทนซี ในรายการ “โกอิ้ง อันเดอร์กราวด์” ว่า ตะวันตกรับรู้เรื่องการซื้อขายอาวุธในตลาดมืดนี้ และสื่ออเมริกันก็เคยรายงานข่าวการสูญหายของอาวุธที่จัดส่งไปให้ยูเครนตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว   นักข่าวอาวุโสผู้นี้อ้างว่า เกือบจะทันทีหลังจากความขัดแย้งระหว่างเคียฟกับมอสโกระเบิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 อาวุธที่ตะวันตกและพันธมิตรส่งให้เคียฟใช้ในสงคราม กลับหลั่งไหลท่วมตลาดมืดในโปแลนด์ โรมาเนีย และประเทศอื่นๆ ซึ่งบ่อยครั้งเป็นฝีมือทหารยูเครนระดับนายพัน และระดับอื่นๆ ที่เอาอาวุธที่ได้รับมาไปขายในตลาดมืดหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง   เฮิร์ชตั้งข้อสังเกตว่า ปีที่ผ่านมามีความกังวลในตะวันตกว่า อาวุธบางส่วนที่ส่งให้ยูเครน เช่น ขีปนาวุธแบบประทับบ่า “สตริงเกอร์” อาจถูกนำไปใช้ในการยิงเครื่องบินที่กำลังบินอยู่ในระดับสูงมากๆ   เขาเสริมว่า เครือข่ายโทรทัศน์ซีบีเอสเคยนำเสนอข่าวนี้แต่ถูกบีบให้ดัดแปลงแก้ไข เนื่องจากสื่อรายนี้สนับสนุนจุดยืนของอเมริกาในการ “ยืนข้างยูเครน และจงเกลียดจงชังรัสเซีย”   สิ่งที่เฮิร์ชพาดพิงถึงนี้น่าจะเป็นสารคดีเรื่อง “การติดอาวุธยูเครน” ที่ซีบีเอสแพร่ภาพเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว โดยปรากฏว่าเนื้อหาบางตอนที่ตัดมาโปรโมต ซึ่งรวมถึงคำพูดเปิดเผยของโจนาส โอห์แมน ผู้ก่อตั้งกลุ่มบลู-เยลโลว์…

รู้ทัน Darknet ตลาดค้าข้อมูล ชุมชนอาชญากรไซเบอร์

    ทำไมข้อมูลถึงเป็นสิ่งมีค่า ? ทำไมยุโรปต้องออกกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทำไมองค์กรธุรกิจที่ปล่อยข้อมูลหลุดถึงต้องโดนปรับหลายพันล้าน บทความนี้มีคำตอบครับ   Techhub อยากพาทุกคนเข้าใจเรื่อง Darknet ตลาดค้าข้อมูล ที่สร้างรายได้ให้กับใครก็ได้สามารถขโมยข้อมูลส่วนตัวมาได้ นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมเราถึงมักได้ยินรายงานข่าวเกี่ยวกับการขโมยข้อมูลจากบริษัทใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Twitter , Facebook และอื่น ๆ   ข้อมูลใน Darknet เปรียบเสมือนกับสินค้าถูกกฏหมายอื่น ๆ มีห่วงโซอุปทาน ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง และผู้บริโภค ซึ่งจะเชื่อมโยงกับกันหว่างองค์กรอาชญากรรมหลายแห่ง   จุดเริ่มส่วนใหญ่จะมาจากแฮกเกอร์ที่สามารถหาช่องโหว่ภายในองค์กรธุรกิจ ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นั้นเพื่อขโมยข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น หมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลบัญชีธนาคาร และหมายเลขประกันสังคม รวมทั้งข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ (อันนี้เรียกผู้ผลิต)   เมื่อได้ข้อมูลมา ส่วนใหญ่แล้วแฮกเกอร์จะไม่ได้เป็นคนขายข้อมูลนั้นเอง ข้อมูลจะถูกส่งต่อให้กับผู้ค้าส่งข้อมูล และถูกส่งไปยังผู้จำหน่ายข้อมูลรายย่อย สุดท้าย ข้อมูลจะถูกซื้อโดยมิจฉาชีพที่ต้องการนำข้อมูลนั้นไปเพื่อทำการฉ้อโกงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ฟิชชิ่ง หรือการหลอกให้โอนเงิน โดยเฉพาะกับแก๊งคอลเซนเตอร์ที่เราเจอกันอยู่ทุกวันนี้  …