สำรวจสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา งัดมาตรการตอบโต้ หลังเกิดข้อพิพาท

หลังเกิดการปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่บริเวณพื้นที่ “ช่องบก” หรือ “สามเหลี่ยมมรกต” เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา จนบานปลายสู่การที่กัมพูชาพยายามลากไทยขึ้น “ศาลโลก” แทนการเจรจาในวงประชุม การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2568 เพื่อยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้น

กัมพูชาออกมาตรการตอบโต้ไทย ให้คนไทยเข้าประเทศได้ 7 วันจากเดิม 60 วัน

วันที่ 8 มิถุนายน 2568 พลโท โสก เวียสนา อธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองของกัมพูชา ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนเป็นต้นไป ชาวไทยทุกคนที่เดินทางเข้าสู่กัมพูชา จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศเพียง 7 วันเท่านั้น และเมื่อครบกำหนด จะต้องเดินทางออกและประทับตราหนังสือเดินทางใหม่ เพื่อเป็นการตอบสนองตามคำสั่งของผู้นำประเทศที่ต้องการให้มีมาตรการตอบโต้เท่าเทียมกัน

ปิด‘ด่านช่องสะงำ’ กำหนด‘เงื่อนไข’เข้าออก ตามมาตรการตอบโต้‘กัมพูชา’

มื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 7 มิ.ย.2568 นายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ ร่วมกับทหาร และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกันปิดรั้วประตูเหล็กบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ พื้นที่ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ หลัง พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงนามในคำสั่งที่ 163/68 เรื่องการควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่สุไหงโก-ลก ติดตามเหตุยิงอุสตาซเสียชีวิต สั่งเข้มคุมด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย

(1 พ.ค.68) เวลา 10.00 น. พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ลอบยิงนายอับดุลรอนิง ลาเต๊ะ อายุ 60 ปี อุสตาซประจำชุมชน เสียชีวิตขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากละหมาด ที่บริเวณโกดังของห้างหุ้นส่วนจำกัดฟาร์มิลล์ติ รับเบอร์ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส