กลุ่มผู้แปรพักตร์ไม่สนคำเตือน ส่งบอลลูนไปเกาหลีเหนือ
กลุ่มผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือ ระบุว่า ได้ส่งบอลลูนข้ามไปยังเกาหลีเหนือ พร้อมใบปลิวที่มีข้อความวิพากษ์วิจารณ์ นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ
กลุ่มผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือ ระบุว่า ได้ส่งบอลลูนข้ามไปยังเกาหลีเหนือ พร้อมใบปลิวที่มีข้อความวิพากษ์วิจารณ์ นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ ยกระดับเตือนภัยการก่อการร้าย กับสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกัมพูชา ลาว และเวียดนาม และสถานกงสุลเกาหลีใต้ประจำเมืองวลาดิวอสตอค ในรัสเซีย และที่เมืองเสิ่นหยาง เมืองเอกของมณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
นับตั้งแต่สงครามเกาหลีปี 1950-53 สิ้นสุดลง ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้มีนโยบายที่ปฏิบัติต่อกันแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ด้วยการพึ่งพาหน่วยงานและกระทรวงพิเศษเพื่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีมากกว่าจะใช้ช่องทางของกระทรวงต่างประเทศ และการยอมรับนโยบายสำหรับการรวมชาติอย่างสันติในอนาคต
หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกาหลีเหนือประกาศว่าสามารถส่ง “ดาวเทียมสอดแนม” ดวงแรกขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ ล่าสุดวันนี้ (28 พ.ย.) สื่อเกาหลีเหนือรายงานว่า ดาวเทียมมัลลิจยอง-1 (Malligyong-1) ได้ถ่ายภาพ “ทำเนียบขาว” “เพนตากอน” และ “ฐานทัพเรือนอร์ฟอล์ก” ส่งกลับมาแล้ว เป็นการส่งข้อความถึงทั้งโลกว่า “เราก็สามารถเฝ้าดูพวกคุณได้เช่นกัน”
เกาหลีเหนือพยายามปล่อยดาวเทียมครั้งแรกเมื่อปี 2541 แต่ประสบกับความล้มเหลว จนกระทั่งในปี 2564 นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ประกาศให้การพัฒนาดาวเทียมสอดแนมทางทหารเป็นเป้าหมายสำคัญ ซึ่งบรรดาผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า รัฐบาลเปียงยางต้องการสังเกตการณ์พื้นที่น่าสนใจทางยุทธศาสตร์ รวมถึงเกาหลีใต้ และดินแดนกวมของสหรัฐ
สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือระบุว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเรียกร้องให้พัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่และขยายคลังแสงนิวเคลียร์ เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามที่นำโดยสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปะทุระหว่างสองเกาหลี ในการประชุมของพรรคแรงงาน คิมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษา “อำนาจทางทหารที่ครอบงำ” เพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยและความมั่นคง การประชุมมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองเกาหลี หลังโดรนของเกาหลีเหนือบินข้ามพรมแดนเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และการยิงขีปนาวุธหลายครั้งของเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) คิมกล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ว่า พยายามโดดเดี่ยวและยับยั้งเกาหลีเหนือด้วยการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ที่ถูกนำไปใช้อย่างต่อเนื่องในเกาหลีใต้ โดยเรียกมันว่า “สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ” สำนักข่าวเคซีเอ็นเอระบุว่า นายคิมให้คำมั่นว่าจะพัฒนาระบบขีปนาวุธข้ามทวีปอีกระบบหนึ่ง ซึ่งมีภารกิจหลักคือการโจมตีตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว ภายใต้แผนการหนุนกองกำลังนิวเคลียร์ของประเทศ แถลงการณ์ยังระบุว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกาหลีเหนือต้องใช้ความพยายามเป็นสองเท่าในการเสริมกำลังทหาร เพื่อตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวทางทหารที่น่ากังวลของสหรัฐฯ และกองกำลังศัตรูอื่น ๆ คิมกล่าวว่า เกาหลีใต้กลายเป็น “ศัตรูที่ไม่อาจปฏิเสธของเรา” โดยเป็น “ศัตรูตัวฉกาจในการสร้างอาวุธที่อันตรายและไร้ความรอบคอบ” และการเคลื่อนไหวทางทหารที่ไม่เป็นมิตร “มันเน้นย้ำถึงความสำคัญและความจำเป็นของการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีจำนวนมาก และเรียกร้องให้เพิ่มคลังแสงนิวเคลียร์ของประเทศแบบทวีคูณ” พร้อมเสริมว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็น “แนวทางหลัก” ของยุทธศาสตร์นิวเคลียร์และการป้องกันประเทศในปี 2566 เคซีเอ็นเอรายงานว่า ในส่วนหนึ่งของแผน เกาหลีเหนือจะเปิดตัวดาวเทียมทางการทหารดวงแรก “โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”…
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว