วันหยุดการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์ Stop Cyberbullying Day คืออะไร วันที่เท่าไหร่

iT24Hrs-S   วันหยุดการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์ Stop Cyberbullying Day เกิดขึ้นโดย Cybersmile Foundation ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ถูกตั้งขึ้นเพื่อต่อต้าน Cyberbullying หรือการกลั่นแกล้งออนไลน์ทุกรูปแบบ โดยกำหนดทุกวันศุกร์ ของสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายนของทุกปี โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน 2023 วันหยุดการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์ เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงความรุนแรงของการระรานทางไซเบอร์และร่วมหยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะผลกระทบรุนแรงกว่าที่คุณคิด   สาเหตุการเกิด Cyber Bullying   มาจากการกลั่นแกล้งโดยใช้พื้นที่สื่อออนไลน์ในการคุกคามหรือละเมิดสิทธิกัน มาจากการแกล้งกันขำ ๆ ที่ผู้ถูกแกล้งไม่รู้สึกขำไปด้วย ไปจนกระทั่งความเกลียดชังที่มีเหตุผลและไม่มีเหตุผล จนในบางครั้งก็อาจนำไปสู่การทำร้ายร่างกายกันในชีวิตจริง   ที่น่าห่วงคือจากสถิติที่ผ่านมาพบว่า ประเทศไทยมีการ บูลลี่ มากเป็นอันดับสองของเอเชียรองจากประเทศญี่ปุ่น และการ “บูลลี่ในไทย” ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น   และกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า เด็กกว่า 91% เคยถูกบูลลี่ ตบหัว ล้อพ่อแม่ พูดจาเหยียดหยาม พบ 43%…

ความเกลียดกลัวทำให้สังหารกันทั่วอเมริกา | ไสว บุญมา

  ชาวอเมริกันยังใช้อาวุธปืนสังหารกันอย่างต่อเนื่องสมกับเป็นที่ตั้งของเมือง “คาวบอย” ในภาพยนตร์ยอดนิยมในสมัยก่อน   เหตุการณ์สังหารที่ได้รับการวิพากษ์มากที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เกิดขึ้นที่เมืองบัฟฟาโลซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของรัฐนิวยอร์ก กล่าวคือ หนุ่มผิวขาววัย 18 ปีใช้ปืนยิงเร็วจำพวกที่ใช้อยู่ในกองทัพอเมริกันยิงผู้คนทั้งข้างนอกและข้างในตลาดสดขนาดใหญ่   ยังผลให้มีผู้เสียชีวิต 10 คนและบาดเจ็บ 3 คน ในจำนวนนี้ 11 คนมีผิวดำและ 2 คนมีผิวขาวเนื่องจากตลาดดังกล่าวตั้งอยู่ในย่านที่มีประชาชนเป็นคนผิวดำส่วนใหญ่   ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการวิพากษ์มากที่สุด ได้แก่ มันเป็นการสังหารหมู่ที่ผู้กระทำตั้งใจและตระเตรียมไว้เป็นอย่างดีโดยไปตรวจดูสถานที่ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านตัวเองเกิน 300 กม. ล่วงหน้า   เขาจงใจจะให้ตายกันมาก ๆ โดยไม่รู้จักว่าผู้ตายเป็นใครจึงไม่เว้นแม้แต่หญิงชราอายุ 86 ปีซึ่งมีผิวดำ เขาทำอย่างเลือดเย็น และแรงจูงใจได้แก่ความเกลียดและความกลัวเกี่ยวกับคนที่มีสีผิว ชาติพันธุ์และศาสนาต่างกับของชนผิวขาวซึ่งเป็นชาวอเมริกันส่วนใหญ่   เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า สหรัฐมีประวัติอันยาวนานในด้านการรังเกียจผิวมาตั้งแต่ครั้งก่อตั้งประเทศ ซึ่งนับเฉพาะคนผิวขาวเท่านั้นเป็นประชาชน ส่วนคนผิวอื่นไม่มีสถานะเท่าเทียมพวกเขาโดยเฉพาะคนผิวดำ ซึ่งเป็นทาสและมีสถานะเท่ากับทรัพย์สินโดยทั่วไปที่ซื้อขายกันในหมู่คนผิวขาว   แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 200 ปีและมีกฎหมายหลายฉบับที่ปรับแก้ให้คนทุกผิวสีมีสถานะเท่าเทียมกับคนผิวขาว แต่การรังเกียจ หรือเกลียดผู้ที่มีผิวอื่นยังมีฝังอยู่ในจิตใจของคนผิวขาว   ร้ายยิ่งกว่านั้น การกระทำของชายหนุ่มดังกล่าวดูจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วง 20 ปีมานี้หลังเกิดเหตุการณ์วันที่…

มะกันเชื้อสายเอเชียต่อคิวรับแจก ‘สเปรย์พริกไทย’ หลังโดนทำร้ายเพราะเหยียดเชื้อชาติบ่อยขึ้น (ชมคลิป)

    คนอเมริกันเชื้อสายเอเชียในนครนิวยอร์กไปเข้าแถวรับแจก “สเปรย์พริกไทย” เพื่อใช้ป้องกันตนเองเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว หลังเกิดคดีทำร้ายร่างกายคนเอเชียที่ตกเป็นเหยื่อบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ   มิแชลล์ เอลิสซา เจิ่น (Michelle Alyssa Tran) ผู้ก่อตั้งองค์กรไม่แสวงผลกำไร ‘Soar Over Hate’ ซึ่งรณรงค์ต่อต้านความเกลียดชังคนเอเชีย ทวีตคลิปวิดีโอเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (13 มี.ค.) โดยเป็นภาพขณะที่ทางองค์กรนำสเปรย์พริกไทยไปแจกที่ร้าน Yu&Me Books ซึ่งตั้งอยู่ในย่านไชน่าทาวน์   จากในคลิปจะเห็นได้ว่า มีคนเป็นร้อยๆ มายืนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอรับแจกสเปรย์พริกไทย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงเชื้อสายเอเชีย   “ฉันหวังว่าภาพในวันนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความกลัวที่หลายคนต้องเผชิญอยู่ทุกวัน” เจิ่น กล่าว   “เราแจกสเปรย์พริกไทยไปทั้งหมด 1,000 ขวดให้แก่ผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายฉัน เพื่อที่พวกเราจะได้รู้สึกปลอดภัยขึ้น”   ก่อนหน้านั้นไม่ถึงสัปดาห์ ได้เกิดคดีสะเทือนขวัญคนเอเชียในสหรัฐฯ อีกครั้ง เมื่อหญิงเอเชียวัย 67 ปี ถูกคนร้ายผิวสีวัย 42 ปี เดินเข้ามารุมต่อยที่ใบหน้าถึง 125 ครั้ง ทั้งที่ไม่เคยรู้จัก และไม่มีเรื่องผิดใจกันมาก่อน…

ลงพื้นที่ในนครนิวยอร์ก กับ ‘Guardian Angels’ กลุ่มจิตอาสาร่วมพิทักษ์ชุมชน

  เป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่ ‘Guardian Angels’ หรือ กลุ่มจิตอาสาร่วมพิทักษ์ชุมชน ได้ลงพื้นที่เพื่อปกป้องประชากรนิวยอร์กจากภัยอันตรายหลากรูปแบบ พวกเขาได้เเสดงบทบาทอย่างเเข็งขันมากขึ้นตั้งแต่อาชญากรรมจากความเกลียดชังที่มุ่งเป้ามายังชุมชนคนเชื้อสายเอเชียในมหานครนิวยอร์กพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากการระบาดของโควิด-19     ‘Guardian Angels’ เป็นองค์กรจิตอาสาพิทักษ์ชุมชนที่มีพลเรือนกว่า 3,000 คนเป็นสมาชิกทั่วสหรัฐ นาย เคอร์ติส ซิลวา ก่อตั้งองค์กรดังกล่าวในปลายปึคริสต์ทศวรรษที่ 70 ที่นครนิวยอร์ก เพื่อออกลาดตระเวนและดูแลความปลอยภัยให้กับประชากรตามละแวกต่างๆ โดยเฉพาะบนรถไฟฟ้าใต้ดิน เพราะในช่วงเวลานั้น นิวยอร์กมีอัตราการว่างงานสูงและมักจะมีคดีอาชญากรรม เช่น การปล้นและลักขโมยอยู่เป็นประจำ หลังการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว เหตุคุกคามเพราะความเกลียดชังทางด้านเชื้อชาตินั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้งบนรถไฟฟ้าใต้ดิน บริเวณดังกล่าวจึงเป็นจุดหลักที่หัวหน้านำทีม Guardian Angels รุ่นแรก อย่าง นายคริส คาร์บอเนล ให้ความสำคัญในการลงพื้นที่ เขาอธิบายว่า “อาชกรรมด้านการเหยีดเชื้อชาติต่อเอเชียนอเมริกันเป็นสิ่งที่เขาพบเห็นบ่อยขึ้นในช่วงนี้ ผู้กระทำผิดที่เขาเจจอนั้นมักใช้วาจาด่าทอ ไล่ให้เหยื่อที่มีเชื้อสายเอเชียกลับประเทศของตนเองไป ทั้งๆ ที่เหยื่อบางคนเกิดและโตที่สหรัฐและเป็นชาวอเมริกัน นอกจากนี้ ผู้กระทำผิดมักจะเพ่งเล็งคนที่มีร่างเล็กหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถตอบโต้กลับได้”     สำหรับยุทธศาสตร์การล่าตระเวน คริสและสมาชิกกลุ่ม Guaridan Angels…

‘ทูตอาเซียน’ ส่งหนังสือถึง ‘บลิงเคน’ ห่วงเหยียดชาติเอเชียในสหรัฐแรง

    เอกอัครรราชทูตของประเทศสมาชิกอาเซียน ประจำกรุงวอชิงตัน ร่วมส่งหนังสือถึง “แอนโทนี บลิงเคน” ห่วงสถานการณ์เหยียดชาติเอเชียในสหรัฐรุนแรง กระทบคนไทยอยู่ยาก ด้าน รมว.ต่างประเทศสหรัฐ ย้ำทุกคนในสหรัฐจะได้รับคุ้มครองและศักดิ์ศรีเท่าเทียม เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2564 นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน กรณีเหตุการณ์ความรุนแรงและการเหยียดเชื้อชาติต่อชาวเอเชียในสหรัฐ ว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ได้รับทราบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และตระหนักถึงผลกระทบต่อคนไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ร่วมกับเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกอาเซียนประจำสหรัฐ ในนามคณะกรรมการอาเซียนประจำกรุงวอชิงตัน (ASEAN Committee in Washington : ACW) ได้ร่วมกันสะท้อนข้อห่วงกังวลต่อเหตุการณ์นี้ไปยังรัฐบาลสหรัฐ โดยเอกอัครราชทูตมาเลเซียในฐานะประธาน ACW ได้มีหนังสือลงนามถึงนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เพื่อแสดงความห่วงกังวลต่อเหตุการณ์ความรุนแรงและการเหยียดเชื้อชาติชาวเอเชียในสหรัฐที่เกิดเพิ่มมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา       กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ได้มีหนังสือตอบกลับเมื่อวันที่ 6 เมษายน…

หนุ่มนิวยอร์กโดนรวบ หลังข่มขู่ ‘ชาวเอเชีย’ ที่เป็นตร.นอกเครื่องแบบ ที่ดูแลเรื่องนี้

  เมื่อวันที่ 11 เมษายน เอบีซีนิวส์ ได้รายงานว่าชายชาวนิวยอร์กคนหนึ่งถูกตั้งข้อหาก่ออาญากรรมจากความเกลียดชัง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ว่าเขาข่มขู่และต่อต้านชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย กับเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่ได้รับมอบหมายภารกิจ เพื่อจัดการกับอาชญากรรมจากความเกลียดชัง จูเวียน โรดริเกซ วัย 35 ปี ได้ถูกจับกุมเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังได้รับข้อกล่าวหาที่บริเวณใกล้กับสถานีเพนน์ เจ้าหน้าที่ทำรวจได้รายงานว่าโรดริเกซนั้นมีเจตนาข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ “กลับประเทศจีนไปซะ ก่อนที่แกจะไปจบชีวิตลงในสุสาน” พร้อมทั้งขู่ว่าจะตบและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าที่ใบหน้า       จากการกระทำดังกล่าวทำให้เขาถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับความผิดทางอาญา รวมไปถึงการคุกคามและการล่วงละเมิดในฐานะอาชญากรรมแห่งความเกลียดชัง ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบว่าโรดริเกซนั้นเคยถูกจับและถูกดำเนินคดีมาแล้วเกือบ 30 ครั้ง เริ่มตั้งแต่ปี 2545 โดยคดีที่เขาเพิ่งโดนมาครั้งล่าสุดก็คือคดีเกี่ยวกับการขนส่งเมื่อปี 2562 ทั้งนี้การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ และอาชญากรรมแห่งความเกลียดชัง ที่มีต่อคนเอเชียที่อาศัยอยู่ภายในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทางการของสหรัฐฯ เองก็ได้มีการยกระดับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อลดการก่อเหตุอาชญากรรมลง ไม่ว่าจะเป็นการออกลาดตระเวน และการเพิ่มเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบในพื้นที่ที่มีประชากรชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก     ด้าน เดอร์มอท เชน ผู้บัญชาการตำรวจได้ฝากคำเตือนไปยังผู้ที่มีพฤติกรรมต่อต้านชาวเอเชียว่า คนที่พวกเขามองว่านั่นคือเป้าหมาย ที่จะเข้าไปทำให้เขาเกิดอันตรายทั้งวาจาและร่างกาย ตามทางเดิน ถนนหรือสถานีรถไฟนั้น พวกเขาอาจจะกลายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นคิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป อย่างไรก็ตามการแฝงเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไป เพื่อจับตามองพฤติกรรมของผู้ที่ต่อต้านชาวเอเชียนั้นก็ได้ผลพอสมควร เพราะเมื่อวันที่ 8…