โพสต์รูปบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ลงโซเชียล อันตราย มีความเสี่ยง พร้อมวิธีป้องกัน

  โพสต์รูปบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ลงโซเชียล อันตราย หลังเมื่อเดือนที่ผ่านมามีการแชร์ค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ลืมเบลอหรือเซ็นเซอร์บางสิ่งคือข้อมูลสำคัญลงบนโซเชียล อาจถูกมิจฉาชีพนำข้อมูลไปใช้ได้ เพราะบิลค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์ ส่วนใหญ่คือที่อยู่จริงนั่นเอง ทั้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่จริงด้วย ซึ่งนั่นคือข้อมูลส่วนตัวของเรานั่นเอง หากถูกเจออาจโดนนำไปใช้ในทางที่มิชอบได้   โพสต์รูปบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ลงโซเชียล ทำไมถึงอันตราย บางเว็บไซต์หรือบริการขนส่งออนไลน์บางแห่ง ที่ประกาศให้แนบภาพบิลค่าน้ำค่าไฟ ในกรณีใช้บริการครั้งแรก เพื่อนำมาใช้ประกอบการตรวจสอบนี้ เนื่องจากเป็นหลักฐานสำคัญว่า ที่อยู่นี้มีคนอยู่จริงมีคนรับจริงๆ จึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่นอกเหนือจากการใช้บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (Passports) และ statements การเงินธนาคารด้วย โดยบิลทั้งค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ มีระบุ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ และค่าใช้จ่าย เพราะบิล จะส่งถึงเจ้าของเอกสารแทบทุกเดือนอยู่แล้ว จนกว่าจะเลิกใช้บริการ   วิธีป้องกัน ทั้งนี้การแชร์บิลค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์ ก่อนแชร์ ควรเบลอในส่วนข้อมูลส่วนตัวทั้ง ชื่อ-สกุล ที่อยู่ ก่อนแชร์ทุกครั้ง…

6 บทเรียนจากข้อมูลที่รั่วกว่า 11,000 ล้านรายการบน Have I Been Pwned

  ภายในงานสัมมนา Black Hat Asia 2021 ที่กำลังจัดอยู่ในขณะนี้ Troy Hunt ผู้ก่อตั้งเว็บ Have I Been Pwned ได้มาบรรยายในเซสชัน Keynote และแชร์สิ่งที่เขาได้เรียนรู้หลังจากเก็บรวบรวมข้อมูลที่รั่วไหลมากกว่า 11,000 ล้านรายการตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสามารถสรุปได้ 6 บทเรียน ดังนี้   บทเรียนที่ 1: ภาพลักษณ์ของแฮ็กเกอร์ Hunt ระบุว่า แฮ็กเกอร์ถูกสร้างภาพให้มีความน่ากลัวในสายตาของบุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการใส่ฮูดสีดำเพื่อปกปิดหน้าตา ทำงานในที่มืดๆ ปฏิบัติการด้วยการพิมพ์ข้อความสีเขียวดูเหมือนรหัสบนฉากหลังสีดำ โดยเฉพาะเมื่อการเหตุการณ์ที่มีการสูญเสียมูลค่ามหาศาล หลายคนก็จินตนาการไปก่อนแล้วว่าจะต้องเป็นแฮ็กเกอร์มืออาชีพ มีรัฐบาลหนุนหลัง หรือเกี่ยวข้องกับการทหาร แต่อันที่จริงแล้ว เบื้องหลังของเหตุการณ์เหล่านั้นอาจเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะก็เป็นได้   บทเรียนที่ 2: ข้อมูลอยู่ในรูปดิจิทัลมากกว่าที่คิด แม้ว่าหลายๆ คนจะพยายามลด Digital Footprint บนโลกอินเทอร์เน็ตด้วยการหลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลลงบนเว็บไซต์หรือบริการต่างๆ แต่ด้วยการมาถึงของยุคดิจิทัล หลายองค์กรทั่วโลกได้ทำ Digitization ส่งผลให้ข้อมูลของเราที่เคยอยู่ในรูปเอกสาร ถูกแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลโดยที่เราไม่รู้ตัว…

แคสเปอร์สกี้เตือนระวังทูลร้าย ใช้อีเมลแอดเดรสเชื่อมโยงบัญชี Facebook แนะผู้ใช้เปลี่ยนพาสเวิร์ด

  นายเดนิส เลเกโซ นักวิจัยอาวุโสด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ทีมวิเคราะห์และวิจัยระดับโลก (GReAT) ของแคสเปอร์สกี้ กล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องทูลที่สามารถรวบรวมอีเมลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กและเชื่อมโยงเข้ากับบัญชี ว่า ทูลนี้ช่วยให้สามารถเชื่อมโยงที่อยู่อีเมลกับบัญชีเฟซบุ๊ก แม้ว่าผู้ใช้หรือกลุ่มบนเฟซบุ๊กจะตั้งค่าเลือก “ไม่แสดงอีเมลแอดเดรส” วิธีการป้อนรายชื่ออีเมลแอดเดรสจำนวนมาก จะสามารถโจมตีบัญชีเฟซบุ๊กแบบ brute-force เพื่อค้นหาว่าอีเมลแอดเดรสใดลงทะเบียนกับชื่อบัญชีใด ฐานข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้เพิ่มเติมเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดจริยธรรมและผิดกฎหมายต่างๆ เช่น การก่อกวนหรือกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เนื่องจากบัญชีโซเชียลมีเดียมีข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก ด้วยช่องโหว่ส่วนเสริมหน้านี้ ผู้โจมตีสามารถเพิ่มฐานข้อมูลของตนได้ ตัวอย่างเช่น สามารถเพิ่มชื่อเต็มและข้อมูลอีเมลแอดเดรสที่เชื่อมโยงกับบัญชีเฟซบุ๊กเหล่านี้ได้ แคสเปอร์สกี้ขอแนะนำว่า หากผู้ใช้เฟซบุ๊กกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ควรลงทะเบียนบัญชีโซเชียลมีเดียกับอีเมลแอดเดรสที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับบัญชีอื่น มีบริการเฉพาะที่เปิดใช้งานรูปแบบนี้และจะป้องกันไม่ให้อาชญากรไซเบอร์ใช้ข้อมูลดังกล่าวได้หากมีการรั่วไหล   ———————————————————————————————————————————- ที่มา : TechTalkThai    / วันที่เผยแพร่  26 เม.ย.2564 Link : https://www.techtalkthai.com/guest-post-kaspersky-facebook-email/

‘เกาหลีใต้’ จ่อฟ้องเฟซบุ๊ค ปล่อยข้อมูลส่วนตัวรั่ว

    กลุ่มผู้ใช้งานเฟซบุ๊ค ในเกาหลีใต้ เตรียมรวมตัวฟ้อง ฐานปล่อยให้ข้อมูลผู้ใช้งานรั่วไหลไปยังบริษัทอื่น ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต บริษัทกฎหมายจีฮยางและศูนย์ข้อมูลจินโบ ซึ่งเป็นหน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล อยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูลจากผู้ร้องทุกข์ที่ต้องการฟ้องเฟซบุ๊คจนถึงสิ้นเดือน พ.ค. เมื่อเดือน พ.ย. 2563 คณะกรรมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลแห่งเกาหลีใต้ (PIPC) ระบุว่า เฟซบุ๊คได้ละเมิดกฎหมายของเกาหลีใต้ด้วยการส่งมอบข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานอย่างน้อย 3.3 ล้านคน จากจำนวนผู้ใช้งานทั้งสิ้น 18 ล้านคนให้กับบุคคลที่ 3 ตั้งแต่เดือนพ.ค. 2555 ถึงเดือนมิ.ย. 2561 ข้อมูลดังกล่าวประกอบไปด้วยประวัติการศึกษา อาชีพ สถานที่เกิด และสถานภาพความสัมพันธ์ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อนของผู้ใช้งาน ซึ่งทางหน่วยงานได้สั่งปรับเฟซบุ๊คเป็นเงิน 6.7 พันล้านวอน (6 ล้านดอลลาร์) และยื่นคำฟ้องคดีอาญาฐานปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหล บริษัทกฎหมายจีฮยางระบุว่า “สิทธิในการตัดสินใจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลควรที่จะต้องมีกฎหมายคุ้มครองอย่างเข้มงวด ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิมนุษยชน” พร้อมกล่าวว่า การกระทำของเฟซบุ๊คถือเป็นปัญหาที่ร้ายแรง รายงานระบุว่า มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊คกว่า 500 ล้านคนทั่วโลกที่ประสบปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนตั้งคำถามถึงระบบการรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลของเฟซบุ๊ค   ——————————————————————————————————————————————– ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ …

พบข้อมูลผู้ใช้ LinkedIn กว่า 827 ล้านรายการ ถูกเร่ขายในเว็บไซต์กลุ่มแฮ็กเกอร์

  ในเว็บไซต์ของเหล่าแฮ็กเกอร์มีการโพสต์เร่ขายข้อมูลที่อ้างว่าเป็นผู้ใช้งาน LinkedIn จำนวนกว่า 827 ล้านรายการ   จากข้อมูลพบแฮ็กเกอร์ 2 กลุ่มที่ขายข้อมูลผู้ใช้ LinkedIn โดยหนึ่งในนั้นได้นำเสนอฐานข้อมูล 7 ตัวที่มีข้อมูลผู้ใช้กว่า 827 ล้านรายการ ทั้งนี้สนนราคาอยู่ที่ราว 7,000 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับข้อมูลที่พบประกอบด้วย อาชีพ, ชื่อจริง, บริษัท, เว็บไซต์บริษัท, อีเมล, ลิงก์ไปยังโปรไฟล์, วันเริ่มทำงาน ,จำนวน Connection, หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่   อย่างไรก็ดีเมื่อทีมงาน LinkedIn ตรวจสอบพบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลสาธารณะและมีการประกบกับข้อมูลจากเว็บไซต์หลายแห่งหรือบริษัทเข้ามาด้วย ทั้งนี้ข้อมูลของผู้ใช้ที่ปิดเป็นส่วนตัวไว้ยังปลอดภัยดีเพราะบริษัทไม่ได้ทำข้อมูลรั่วไหลหรือถูกแฮ็กแต่อย่างใด โดยทีมงานตั้งใจที่จะสร้างมาตรการป้องกันข้อมูลของผู้ใช้ สำหรับผู้สนใจอ่านถ้อยแถลงของทีมงานสามารถเข้าไปดูประกาศได้ที่ https://news.linkedin.com/2021/april/an-update-from-linkedin   ถือว่าเป็นประเด็นร้อนแรงในช่วงนี้เลยนะครับ กับการที่คนร้ายทำ Data Scraping จากโปรไฟล์ในอินเทอร์เน็ต แล้วมาเร่ขายต่อ เมื่ออาทิตย์ก่อนก็มีแจกฟรีข้อมูลผู้ใช้ Facebook กว่า 533 ล้านรายที่พบว่าออกมาตั้งแต่ 2 ปีก่อน (https://www.techtalkthai.com/533-millions-records-of-facebook-users-can-download-for-free-on-hacker-forums/) หรือล่าสุดไม่กี่วันก่อนมีการเร่ขายข้อมูลผู้ใช้…

อิหร่านจับกุมทีมสายลับทำงานให้อิสราเอล

    เจ้าหน้าที่อิหร่านจับกุมประชาชนหลายคน ในข้อหาเป็นสายลับให้อิสราเอล ประเทศศัตรูคู่ปรปักษ์หมายเลข 1 และอีกหลายประเทศ จากการประกาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันจันทร์ สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงข่าวกรองอิหร่าน ในจังหวัดอาเซอร์ไบจานตะวันออก เผยว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิหร่าน จับกุมประชาชนหลายคน ที่ต้องสงสัยกระทำจารกรรมให้อิสราเอล และอีกหลายประเทศที่ไม่ระบุชื่อ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยรายละเอียด สัญชาติของกลุ่มผู้ต้องสงสัย รวมทั้งหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาเป็นสายลับ อิหร่านไม่ให้การยอมรับรัฐอิสราเอล และยังให้การสนับสนุน กลุ่มติดอาวุธต่อต้านอิสราเอลหลายกลุ่ม ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ของชาวนิกายชีอะห์ในเลบานอน และกลุ่มฮามาสของชาวปาเลสไตน์ ที่ควบคุมเขตฉนวนกาซา     ทางการอิหร่านประกาศการจับกุมเป็นระยะ กลุ่มผู้ต้องสงสัยเป็นสายลับให้ต่างชาติ รวมถึงอิสราเอลและสหรัฐ แต่แทบไม่มีการรายงานเพิ่มเติม เกี่ยวกับชะตากรรมของผู้ถูกจับกุมหลังจากนั้น ปีที่แล้วอิหร่านประหารชีวิตชายคนหนึ่ง ที่ถูกศาลอิหร่านตัดสินว่ามีความผิด ฐานรั่วไหลข้อมูลให้สหรัฐและอิสราเอล เกี่ยวกับ พล.ต.กัสเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ ในสังกัดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ซึ่งต่อมา พล.ต.โซไลมานีถูกซีไอเอสหรัฐ ใช้โดรนติดจรวดยิงถล่มขบวนรถยนต์เสียชีวิต ขณะออกจากสนามบินกรุงแบกแดด เมืองหลวงอิรัก…