เกาหลีเหนืออ้างความสำเร็จ ทดสอบระบบดาวเทียมสอดแนมครั้งสำคัญ

  รัฐบาลเปียงยางประกาศความสำเร็จ “การทดสอบครั้งสำคัญ” ของระบบดาวเทียมสอดแนม ซึ่งนับเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งที่ 9 แล้วในปีนี้   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง รายงานว่า สำนักงานพัฒนาอากาศยานแห่งชาติของเกาหลีเหนือ ประสบความสำเร็จ “ในการทดสอบครั้งสำคัญ” ของระบบดาวเทียมสอดแนม ซึ่งสามารถรับและส่งข้อมูลได้อย่างเที่ยงตรงตามแผนการ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา   (LEAD) N. Korea says it conducted another 'important test' for 'reconnaissance satellite' development https://t.co/9tFuEUlcLI — Yonhap News Agency (@YonhapNews) March 6, 2022 ▪ N. KOREA LAUNCHES MISSILE N.…

ผู้นำ 3 ชาติยุโรปจับมือหาวิธีหลีกเลี่ยงสงคราม รัสเซียปรามยูเครนขอระบบต่อสู้ขีปนาวุธ ‘ธาด’จากอเมริกา

  ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส (ขวา) พูดในที่ประชุมแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีอันเดรจ์ ดูดา ของโปแลนด์ (ซ้าย) และนายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนี (กลาง) ณ สำนักนายกรัฐมนตรีเยอรมนีในกรุงเบอร์ลิน เมื่อวันอังคาร (8 ก.พ.)   บรรดาผู้นำยุโรปให้คำมั่นที่จะสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกันในเป้าหมายของพวกเขาที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสงครามขึ้นในทวีปนี้ ขณะที่ “มาครง” ย้ำเห็นช่องทางในการผ่อนคลายความตึงเครียดกับรัสเซียกรณียูเครน กระนั้น ล่าสุดมอสโกออกมาเตือนว่า ยูเครนกำลังยั่วยุด้วยการร้องขอระบบป้องกันขีปนาวุธ “ธาด” จากอเมริกา และหากมีการพิจารณาคำขอนั้นอย่างจริงจังก็อาจบ่อนทำลายโอกาสในการแก้ไขวิกฤตยูเครนด้วยแนวทางการทูต   หลังจากเยือนมอสโกและต่อด้วยการไปกรุงเคียฟ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส เดินทางถึงกรุงเบอร์ลินเมื่อวันอังคาร (8 ก.พ.) และพบเจรจากับผู้นำเยอรมนีและโปแลนด์   ประมุขของฝรั่งเศสเรียกร้องให้เจรจากับรัสเซียอย่างแข็งขันและต่อเนื่อง เพราะเป็นวิธีเดียวในการผ่อนคลายความกังวลว่า รัสเซียอาจบุกยูเครน   มาครงที่หารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ราว 5 ชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ (7) เสริมว่า ผู้นำแดนหมีขาวยืนยันว่า รัสเซียจะไม่เป็นต้นเหตุให้สถานการณ์ความขัดแย้งบานปลาย แม้ขณะนี้สะสมอาวุธและกำลังพลกว่า 100,000 นาย ใกล้ชายแดนยูเครนก็ตาม…

ยังไม่หยุด! ‘เกาหลีเหนือ’ ซัดขีปนาวุธลงทะเลอีก 2 ลูก เป็นรอบที่ 6 ในเดือนนี้

  เกาหลีเหนือยิงทดสอบสิ่งที่น่าจะเป็น “ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้” จำนวน 2 ลูก ไปตกในทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (27 ม.ค.) ซึ่งนับเป็นการทดสอบขีปนาวุธครั้งที่ 6 แล้วสำหรับเดือนนี้ คณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้ (JCS) ระบุว่า กองทัพสามารถตรวจจับการยิงขีปนาวุธทิ้งตัว 2 ลูก เมื่อเวลา 8.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ใกล้ๆ กับเมืองฮัมฮุง (Hamhung) ริมชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ โดยขีปนาวุธดังกล่าวเดินทางไปได้ราวๆ 190 กิโลเมตร และมีเพดานบินสูงสุด 20 กิโลเมตร ด้านโนบุโอะ คิชิ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์สื่อเช้านี้ (27) ว่า ขีปนาวุธทั้ง 2 ลูก ดูเหมือนจะตกลงสู่ทะเลนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของญี่ปุ่น ขณะที่นายกรัฐมนตรี ฟุมิโอะ คิชิดะ ออกมาย้ำเตือนว่า หากโสมแดงทดสอบขีปนาวุธทิ้งตัวจริงก็นับว่าเป็นเรื่อง “น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” และยังเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย เกาหลีเหนือประกาศจะยกระดับการป้องกันตนเองจากสหรัฐฯ พร้อมขู่จะพิจารณารื้อฟื้น “กิจกรรมต่างๆ ที่ถูกระงับไว้ชั่วคราว”…

เกาหลีเหนือ : ทำไมการปล่อยขีปนาวุธร่อนของรัฐบาลเปียงยางทำให้หลายชาติกังวล

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ เกาหลีเหนือประกาศว่าประสบความสำเร็จในการทดสอบการปล่อยขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลที่มีขีดความสามารถในการโจมตีพื้นที่ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นได้ ขีปนาวุธร่อน (cruise missiles) ต่างจากขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missiles) มันสามารถเปลี่ยนทิศทางและหักเลี้ยวได้ระหว่างการเดินทาง ทำให้โจมตีเป้าหมายได้จากมุมที่คาดเดาไม่ได้ การทดสอบนี้แสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือยังคงพยายามที่จะพัฒนาวิธีการที่ซับซ้อนและหลากหลายต่าง ๆ เพื่อให้สามารถปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ได้ เป็นที่ชัดเจนว่าในช่วงการระบาดใหญ่ การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายครั้ง และความยากลำบากของภาวะเศรษฐกิจในประเทศ แทบไม่เป็นอุปสรรคต่อเกาหลีเหนือในป้องกันอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งเกาหลีเหนือให้ความสำคัญอย่างมากได้เลย การทดสอบที่ประสบความสำเร็จครั้งล่าสุด ทำให้เกิดคำถามหลายข้อขึ้นว่า ทำไมเกาหลีเหนือจึงทำการทดสอบในช่วงนี้ การทดสอบนี้มีความสำคัญอย่างไร และมันบอกอะไรเราบ้างเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของเกาหลีเหนือ     รัฐบาลเกาหลีเหนือยังไม่เปลี่ยนเป้าหมาย เกาหลีเหนือกำลังพัฒนาขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของประเทศ ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ นับตั้งแต่ มี.ค. 2019 นับตั้งแต่กลับจากการประชุมสุดยอดที่ล้มเหลวในเดือน ก.พ. 2019 กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในกรุงฮานอยของเวียดนาม คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ก็ได้แสดงความแน่วแน่ในการลงทุนด้านการป้องกันอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือต่อไป และเดินหน้ายุทธศาสตร์กลาโหมแห่งชาติ “พึ่งพาตัวเอง” แต่ทำไมเกาหลีเหนือเลือกที่จะทำเช่นนี้ ทั้งที่ก็เผชิญกับการขาดแคลนอาหารและวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรง มันตอบสนองต่อเป้าหมายหลายอย่างของเกาหลีเหนือ ภายในประเทศ การทดสอบเหล่านี้ช่วยสนับสนุนสิ่งที่นายคิมบอกว่า พยายามที่จะพึ่งพาตัวเองในการป้องกันประเทศและเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจด้วย ในทางปฏิบัติ ขีดความสามารถใหม่ของขีปนาวุธร่อนเหล่านี้ ทำให้การวางแผนของศัตรูเกาหลีเหนือยุ่งยากขึ้น เพราะต้องต่อกรกับขีดความสามารถใหม่เหล่านี้…

เกาหลีเหนือโชว์ภาพวินาทีปล่อยมิสไซล์จากรถไฟครั้งแรก

  เกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จทดสอบยิงขีปนาวุธจากขบวนรถไฟเป็นครั้งแรก สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือเปิดเผยถึงความสำเร็จในการทดสอบปล่อยขีปนาวุธจากขบวนรถไฟเป็นครั้งแรก พร้อมระบุว่าได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที โดยขีปนาวุธดังกล่าวมีพิสัยประมาณ 800 กิโลเมตร และสามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ         เมื่อวันที่ 13 ก.ย. KCNA ระบุว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล (long-range cruise missile) รุ่นใหม่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอาวุธทางยุธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และชี้ว่าสามารถโจมตีได้อย่างแม่นยำ และมีพิสัยไกลถึง 1,500 กิโลเมตรโดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง โดยวานนี้ (15 ก.ย.) ยังมีรายงานว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูกตกลงสู่ทะเลตะวันออก ระหว่างคาบสมุทรเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเยือนกรุงโซล และเกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากที่เกาหลีเหนือประกาศถึงความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลรุ่นใหม่ ในวันเดียวกันเกาหลีใต้ได้เผยถึงความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธชนิดยิงจากเรือดำน้ำ (SLBM) ซึ่งเป็นประเทศแรกที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถพัฒนาขีปนาวุธชนิดยิงจากเรือดำน้ำได้สำเร็จ โดยมีประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ร่วมสังเกตการณ์ด้วย ซึ่งทำเนียบประธานาธิบดีกล่าวว่าการครอบครองขีปนาวุธชนิดยิงจากเรือดำน้ำนั้นมีความหมายอย่างยิ่งในแง่ของการป้องกันภัยคุกคามจากทุกทิศทาง และคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันประเทศและเสริมสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีในอนาคต ทั้งเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือกำลังพัฒนาขีดความสามารถทางทหารรวมถึงขีปนาวุธใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีที่ตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง Photo…

Poseidon 2M39 ขีปนาวุธที่จะทำให้สหรัฐเจอสึนามิรังสี

  ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตก เมื่อต้นเดือนนี้มีรายงานข่าวการทดสอบอาวุธที่ดินแดนใกล้ขั้วโลกของรัสเซีย เมื่อวันที่ 5 เมษายน CNN รายงานว่า รัสเซียกำลังเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารอย่างไม่เคยมีมาก่อนในดินแดนอาร์กติก (แถบขั้วโลกเหนือ) และทำการทดสอบอาวุธใหม่ล่าสุด CNN คาดว่ารัสเซียกำลังต้องการปกป้องชายฝั่งทางตอนเหนือของตนและเปิดเส้นทางเดินเรือจากเอเชียไปยังยุโรป ในช่วงเวลาที่น้ำแข็งแถบขั้วโลกเหนือกำลังละลายเพราะภาวะโลกร้อน จากเดิมที่เส้นทางนี้เดินทางได้ยากเพราะมีน้ำแข็งปกคลุม จากภาพถ่ายดาวเทียมที่ส่งให้ CNN โดยบริษัทดาวเทียม Maxar เมื่อต้นเดือนนี้ทำให้ทราบถึงความเคลื่อนไหวดังกล่าว รายงานระบุว่ารัสเซียจะติดตั้งขีปนาวุธ Poseidon 2M39 ในภูมิภาคอาร์กติกในฤดูร้อนหน้า ขีปนาวุธถูกอ้างถึงในรายงานของ CNN ว่าเป็นอาวุธระดับ “โลกาวินาศ” เนื่องจากมีอานุภาพทำลายล้างสูง Poseidon 2M39 เป็นตอร์ปิโดนิวเคลียร์ใต้น้ำที่ออกแบบมาเพื่อกระทบพื้นมหาสมุทรก่อให้เกิดคลื่นสึนามิปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีที่สามารถแผ่รังสีร้ายแรงไปทั่วพื้นที่หลายพันกิโลเมตรทำให้ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ และ Times of London รายงานว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียร้องขอการอัปเดต “ขั้นตอนสำคัญ” ของการทดสอบในเดือนกุมภาพันธ์จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคาดว่าจะมีการทดสอบเพิ่มเติมในปลายปีนี้ Poseidon 2M39 มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบโต้ระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐแบบไม่สมมาตร เช่น ขีปนาวุธต่อต้านขีปนาวุธ, ปืนรางไฟฟ้า หรืออาวุธเลเซอร์เพื่อให้มั่นใจว่ารัสเซียสามารถเอาชนะระบบดังกล่าวได้ หัวรบ Poseidon 2M39 มีกัมมันตรังสีสามารถปนเปื้อนพื้นที่ขนาดใหญ่ และคาดว่า Poseidon 2M39…