Go Green …. ยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย

ความสามารถในการแข่งขันของไทยในอนาคตขึ้นอยู่กับ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผลิตไฟฟ้า ‘พลังงานแสงอาทิตย์’ แซงหน้าถ่านหิน จนมากกว่าความต้องการใช้

ตามรายงานของ Ember สถาบันวิจัยด้านพลังงาน พบว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 การผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 31% ขณะที่การผลิตพลังงานลมเติบโต 7.7% ทำให้การผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมรวมกันเติบโตมากกว่า 400 เทราวัตต์ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

รู้จัก “CI 2.0” ความหวังขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของอาเซียนสู่ปี 2045

ไทยผลักดัน “ข้อริเริ่มความเกื้อกูล 2.0” (CI 2.0) เน้นประเด็นสำคัญรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต ทั้ง การเงินสีเขียว, Climate Change, การเปลี่ยนผ่านพลังงาน, การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการสร้างเครือข่ายหุ้นส่วน หวังขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของอาเซียน

เปิดหลักฐานใหม่ ภาพถ่ายดาวเทียมเผยเหมืองแร่แรร์เอิร์ธอีก 19 แห่งใกล้แม่น้ำโขง กระทบไทยอย่างไรบ้าง

รายงานฉบับนี้จัดทำโดยมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ หรือ เอสเอชอาร์เอฟ (Shan Human Rights Foundation-SHRF) และเผยแพร่เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยทางผู้จัดทำระบุว่าเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ 19 แห่ง อยู่ในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา หรือ เอ็นดีเอเอ (National Democratic Alliance Army – NDAA) ซึ่งรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่ากองทัพเมืองลา

‘ยุโรป’ แดดดี ผลิตไฟฟ้าจาก ‘แสงอาทิตย์’ มากสุด พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

จากข้อมูลใหม่จาก Ember สถาบันวิจัยด้านพลังงาน แสดงให้เห็นว่า ในเดือนมิถุนายน 2568 “สหภาพยุโรป” สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์คิดเป็น 22.1% ซึ่งมากที่สุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยมากกว่าพลังงานนิวเคลียร์อย่างเฉียดฉิว และที่สำคัญคือแซงหน้าเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมาก

เปลี่ยน ‘เหมืองร้าง’ เป็น ‘โซลาร์ฟาร์ม’ มุ่งสู่พลังงานสะอาด ช่วยฟื้นฟูที่ดิน

นักวิจัยจาก Global Energy Monitor (GEM) ระบุว่าเหมืองถ่านหิน 312 แห่งทั่วโลกปิดตัวลงตั้งแต่ปี 2020 และมีแนวโน้มว่าจะปิดตัวเพิ่มขึ้นอีก 134 แห่งภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยครอบคลุมพื้นที่รวมกัน 5,820 ตร.กม. โดยนักวิจัยแนะนำว่าสามารถเปลี่ยนเหมืองถ่านหินร้างเหล่านี้ให้เป็น “โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” อาจมีพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเกือบ 300 กิกะวัตต์ ภายในปี 2030