กองทัพเนปาล ส่งทหารลาดตระเวนคุมสถานการณ์

เมื่อวันพุธที่ 10 ก.ย. 2568 กองทัพของประเทศเนปาล ส่งทหารเดินลาดตระเวนในเมืองหลวงกรุงกาฐมาณฑุ หลังเกิดการประท้วงนองเลือดครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี หลังจากการประท้วงต่อต้านการคอร์รัปชันลุกลามกลายเป็นความรุนแรงเมื่อวันอังคาร ผู้ชุมนุมจุดไฟเผาอาคารรัฐสภา และบุกปล้นบ้านนักการเมืองท้องถิ่น

ฝรั่งเศสประท้วง “Block Everything” ปิดถนนทั่วประเทศ ต้านชนชั้นการเมือง-แผนลดงบประมาณ

ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาชุมนุมทั่วฝรั่งเศสวันนี้ (10 ก.ย.) โดยจุดไฟเผาถังขยะ ตั้งแนวกีดขวางถนน และปะทะกับตำรวจเป็นระยะ ภายใต้แคมเปญ “Block Everything” (ปิดทุกอย่าง) ที่มีเป้าหมายกดดันชนชั้นการเมืองและต่อต้านมาตรการตัดงบประมาณของรัฐบาล

ประกาศเตือนคนไทยในประเทศเนปาล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ

ขอแจ้งสถานการณ์ล่าสุดสืบเนื่องจากการชุมนุมประท้วงต่อต้านการทุจริตและมาตรการห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ของรัฐบาลเนปาล โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ส่งผลให้ทางการเนปาลบังคับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ดังนี้

Getty Images

เกิดอะไรขึ้นในเนปาล เหตุใด “Gen Z” ลุกขึ้นมาประท้วงรัฐบาล จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย ?

ที่ประเทศเนปาลการประท้วงที่นำโดยคนรุ่นใหม่ปะทุขึ้นทั่วประเทศเพื่อต่อต้านนโยบายปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ รวมไปถึงข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ผู้ประท้วงนับพันคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัย “เจนซี (Gen Z)” หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 2540-2555 ซึ่งพวกเขาระบุไว้บนแผ่นป้ายประท้วงต่างออกมาเดินขบวนตามท้องถนน พวกเขาเคลื่อนตัวผ่านเมืองหลวงอย่างกรุงกาฐมาณฑุ ขณะที่การประท้วงลุกลามไปสู่ความรุนแรงอย่างรวดเร็วและเกิดการสูญเสียชีวิต มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 ราย หลังเกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่าสุด รัฐบาลเนปาลได้ยกเลิกการปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแล้วในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยรัฐมนตรีของรัฐบาลเนปาลระบุว่า การตัดสินใจยกเลิกการแบนเกิดขึ้นหลังจากการประชุมฉุกเฉินเมื่อคืนวันจันทร์ (8 ก.ย.) เพื่อ “ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของเจนซี” นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี ของเนปาล ยังประกาศลาออกแล้วในวันนี้เช่นเดียวกัน การปะทะเริ่มต้นขึ้นหลังจากกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ประท้วงเรื่องการแบนโซเชียลมีเดียและข้อกล่าวหาต่อการทุจริต ได้บุกเข้าไปในพื้นที่อาคารรัฐสภา องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอย่าง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล (Amnesty International) ออกมาเรียกร้องให้มีการ “สอบสวน [กรณีการเสียชีวิต] อย่างทั่วถึง เป็นอิสระ และเป็นธรรม” แอมเนสตี้ฯ กล่าวว่ามีการใช้กระสุนจริงกับผู้ประท้วง ขณะที่บรรดาแพทย์บอกกับบีบีซีแผนกภาษาเนปาลว่า บาดแผลของผู้ประท้วงมาจากกระสุนจริง กองกำลังความมั่นคงได้ยิงแก๊สน้ำตาและใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง หลังผู้ประท้วงปีนกำแพงอาคารรัฐสภาและอาคารราชการอื่น…

การประท้วง ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ขยายความรุนแรงอย่างยิ่งยวด

นายกรัฐมนตรีเค.พี. ชาร์มา โอลี ของเนปาล ประกาศลาออกแล้วในวันอังคาร (9 ก.ย.) ขณะที่พวกผู้ประท้วงวัยหนุ่มสาว “ Gen Z” ซึ่งรวมพลังต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ออกมาท้าทายไม่ยอมจำนนกับมาตรการประกาศเคอร์ฟิว รวมทั้งยังคงปะทะกับตำรวจ หลังจากที่ในวันจันทร์ (8) ได้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 19 คนจากการประท้วงอย่างรุนแรงที่มีชนวนเหตุมาจากการที่รัฐบาลสั่งแบนโซเชียลมีเดีย

เกิดเหตุประท้วงที่กรุงกาฐมาณฑุ​ ประเทศเนปาล

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานสัปดาห์ก่อนรัฐบาลเนปาลตัดสินใจปิดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์ม เช่น เฟซบุ๊ก ทำให้คนหนุ่มสาวโกรธเกรี้ยว ในบรรดาประชากรเนปาล 30 ล้านคน ราว 90% ใช้อินเทอร์เน็ตทางการให้เหตุผลว่าที่ต้องปิดการเข้าถึงเพราะแพลตฟอร์มเหล่านั้นไม่ยอมลงทะเบียนเพื่อปราบปรามการใช้โซเชียลมีเดียในทางที่ผิด