![]()
“ไชยชนก” สั่ง PDPC ผนึกไปรษณีย์ไทยพัฒนา Digital Post ID ใช้รหัส 6 ตัวและ QR Code แทนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรบนพัสดุ หลัง 8 เดือนพบคดีออนไลน์กว่า 7 แสน
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการหารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือด้านการคุ้มครองข้อมลส่วนบุคคลของประชาชน ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ
การหารือดังกล่าวมี พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ PDPC และ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท พร้อมผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ทั้งนี้ การหารือมีขึ้นหลังพบว่าหนึ่งในช่องทางที่อาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลมาจากข้อมูลบนจ่าหน้าซองพัสดุและกระบวนการขนส่งสินค้า ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 มีการรับแจ้งคดีออนไลน์มากกว่า 700,000 คดี โดยกว่า 70% เป็นคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพฤติกรรมหลักของกลุ่มมิจฉาชีพ
กระทรวงดีอีจึงมอบหมายให้ PDPC และ ปณท บูรณาการข้อมูลและการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านการพัฒนาระบบ Digital Post ID หรือ D/ID ซึ่งใช้รหัสจำนวน 6 ตัวและ QR Code แทนการแสดงชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์บนจ่าหน้าพัสดุ ช่วยลดความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจะถูกเปิดเผย พร้อมดำเนินการภายใต้มาตรฐานของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA
ปัจจุบัน ปณท เริ่มทดลองใช้ระบบ D/ID โดยเปิดให้บุคลากรขององค์กรกว่า 24,000 คน ลงทะเบียนเข้าร่วมทดสอบระบบแล้ว ก่อนประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ เพื่อเปิดให้ประชาชนที่ใช้บริการรับส่งพัสดุของไปรษณีย์ไทยเข้าร่วมทดลองใช้งานในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ข้อมูล Address ID ที่เกิดขึ้นจากระบบดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาเป็นฐานข้อมูลระดับประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่สำคัญ โดยกระทรวงดีอีได้มอบหมายให้ ปณท บูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (DBD)
ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการระบบข้อมูลให้มีความถูกต้องและเป็นระเบียบ รวมถึงสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ภายใต้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ PDPC
นายไชยชนกกล่าวว่า การพัฒนาระบบ D/ID ถือเป็นกลไกสำคัญที่สามารถขยายผลไปยังผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นให้เข้าร่วมปรับเปลี่ยนระบบ พร้อมต่อยอดการปรับปรุงฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศให้เป็นปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ ปณท และ PDPC พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลตามมาตรฐานสูงสุด พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงระบบรับส่งสินค้า โดยต้องคำนึงถึงความสะดวก ไม่สร้างภาระแก่ผู้ใช้บริการ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมั่นคงปลอดภัย
ที่มา : kaohoon.com / เผยแพร่วันที่ 11 ก.ย.69
Link : https://www.kaohoon.com/news/862111







