![]()
ระเบียบเนรเทศฉบับใหม่ “อนุทิน” ลงนาม วางกรอบจัดการต่างด้าวเข้าประเทศหรือทำงานผิดกฎหมาย รวมถึงผู้กระทำความผิดตามเกณฑ์ พร้อมกำหนดขั้นตอนส่งกลับให้ชัดเจน
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569” ซึ่งลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายกำหนดแนวทางและขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐให้ชัดเจน รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความปลอดภัยในสังคม
ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้คนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน สามารถถูกเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาออกคำสั่งเนรเทศได้ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ได้รับมอบหมายจะเป็นผู้รายงานข้อมูลต่อรัฐมนตรี รวมถึงกรณีผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนพฤติกรรมดังกล่าวด้วย
สำหรับกลุ่มคนต่างด้าวที่เข้าข่ายตามระเบียบ ได้แก่ ผู้ที่เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทำงานหรือประกอบธุรกิจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม รวมถึงผู้ที่กระทำความผิดตามกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป และผู้ที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว
กรณีคนต่างด้าวที่ได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดและได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจออกคำสั่งเนรเทศได้ โดยกรมราชทัณฑ์ต้องแจ้งรายชื่อ สัญชาติ สำนวนคดี และข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อดำเนินการตามระเบียบ ก่อนปล่อยตัวจากเรือนจำไม่น้อยกว่า 50 วัน ขณะที่หากศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกแต่รอการลงโทษ หรือรอการปรับ สำนักงานศาลยุติธรรมต้องแจ้งข้อมูลให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาดำเนินการโดยด่วน
ทั้งนี้ การออกคำสั่งเนรเทศต้องคำนึงถึงกฎหมาย กฎระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี และพันธกรณีของไทยภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยหลักการส่งตัวกลับ เจ้าพนักงานจะส่งผู้ถูกสั่งเนรเทศกลับไปยังประเทศที่มีสัญชาติ หากไม่มีสัญชาติแน่นอน จะส่งกลับไปยังประเทศที่บุคคลดังกล่าวแจ้งว่าเป็นสถานที่พำนักครั้งสุดท้ายก่อนเข้าประเทศไทย
ระเบียบยังเปิดช่องกรณีประเทศอื่นหรือองค์การระหว่างประเทศยื่นหนังสือร้องขอผ่านช่องทางการทูตภายใน 7 วันนับแต่มีคำสั่งเนรเทศ เพื่อขอรับตัวไปยังประเทศของตนหรือประเทศที่สาม หากมีเหตุด้านความปลอดภัย เช่น เสี่ยงถูกทรมาน ถูกปฏิบัติอย่างโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรี หรือถูกทำให้สูญหาย โดยผู้ร้องขอต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และผู้ถูกเนรเทศต้องให้ความยินยอมเป็นหนังสือ
กรณีการส่งตัวตามคำร้องขอดังกล่าว ต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ประเทศไทยได้รับหนังสือร้องขอ และรัฐมนตรีสามารถขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่สามารถส่งตัวไปยังประเทศผู้ร้องขอหรือประเทศที่สามได้ ให้ดำเนินการส่งกลับตามขั้นตอนปกติโดยเร็ว
ด้านค่าใช้จ่ายในการเนรเทศ ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ขณะที่หากเกิดปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำวินิจฉัยแล้ว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามนั้น
ที่มา : thebetter.co.th / เผยแพร่วันที่ 30 ส.ค.69
Link : https://www.thebetter.co.th/news/news/46277








