![]()
“อินเดีย” สั่ง Google เร่งปิดบัญชีและเว็บไซต์บน Firebase หลายสิบรายการ หลังพบมิจฉาชีพใช้แพลตฟอร์มพัฒนาแอปฯ สร้างเว็บปลอมเลียนแบบธนาคารชั้นนำ
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 15.17 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อินเดียสั่งการให้ Google ปิดบัญชีจำนวนหลายร้อยบัญชีบนแพลตฟอร์มพัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Firebase หลังหน่วยงานด้านอาชญากรรมไซเบอร์ตรวจพบรูปแบบการหลอกลวงที่มิจฉาชีพนำบริการดังกล่าวไปใช้สร้างเว็บไซต์ปลอม เลียนแบบธนาคารรายใหญ่เพื่อขโมยข้อมูลและหลอกเอาเงินจากประชาชน
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยกับ Reuters ว่า หน่วยงาน Indian Cyber Crime Coordination Centre (I4C) ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยัง Google หลายครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียว มีคำสั่งให้ลบเว็บไซต์และฐานข้อมูลอย่างน้อย 57 รายการ ที่โฮสต์อยู่บน Firebase เนื่องจากถูกใช้เผยแพร่มัลแวร์และขโมยข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้งาน
เว็บไซต์ปลอมจำนวนหนึ่งถูกออกแบบให้มีหน้าตาคล้ายธนาคารชั้นนำของอินเดีย เช่น State Bank of India (SBI), ICICI Bank และ Axis Bank เพื่อหลอกให้เหยื่อติดตั้งแอปพลิเคชันอันตราย หรือกรอกข้อมูลสำคัญ เช่น หมายเลขบัตรเครดิต รหัส OTP และข้อมูลส่วนบุคคล
อย่างไรก็ตาม หนังสือแจ้งของทางการไม่ได้กล่าวหาว่า Google หรือ Firebase มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด แต่ภายใต้กฎหมายของอินเดีย Google อาจมีความรับผิดหากไม่ดำเนินการลบลิงก์ที่ถูกร้องเรียนภายใน 3 ชั่วโมง หลังได้รับแจ้ง
Google ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทมีนโยบายเข้มงวดในการห้ามใช้บริการเพื่อการฟิชชิง การเผยแพร่มัลแวร์ หรือการฉ้อโกงทางการเงิน และทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมถึง I4C เพื่อพิจารณาและดำเนินการตามคำร้องที่ได้รับ
แหล่งข่าวระบุว่า กลุ่มมิจฉาชีพเริ่มย้ายจากแพลตฟอร์มฟรีอื่นมาใช้ Firebase มากขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีบริการฟรีที่ยืดหยุ่นและระบบฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถสร้างเว็บไซต์และจัดเก็บข้อมูลที่ขโมยมาได้ง่ายขึ้น
หนึ่งในรูปแบบการหลอกลวงที่ถูกตรวจพบ คือการแอบอ้างโครงการ PM-KISAN ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาลอินเดีย โดยมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมอ้างว่าจะช่วยให้เกษตรกรรับเงินสนับสนุนจากรัฐ ก่อนหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่แฝงมัลแวร์
เมื่อเหยื่อติดตั้งแอปฯ ดังกล่าว ข้อมูลในโทรศัพท์จะถูกส่งไปยังฐานข้อมูลของมิจฉาชีพบน Firebase ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงแอปฯ อื่น ๆ ในเครื่อง รวมถึงข้อมูลทางการเงิน และทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
ปัญหาหลอกลวงออนไลน์กำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของอินเดีย ซึ่งมีระบบชำระเงินดิจิทัลขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569 มีการทำธุรกรรมดิจิทัลแบบเรียลไทม์กว่า 242,000 ล้านรายการ
ข้อมูลของรัฐบาลอินเดีย ระบุว่า ประชาชนสูญเสียเงินจากคดีฉ้อโกงทางไซเบอร์ในปี 2568 รวมเกือบ 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินเดียเคยออกคำเตือนเกี่ยวกับมัลแวร์ประเภทที่นักวิจัยไซเบอร์เรียกว่า “Android God Mode” ซึ่งสามารถเข้าควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อได้เกือบทั้งหมด โดยมักปลอมตัวเป็นแอปฯ จากธนาคาร หน่วยงานรัฐ หรือผู้ให้บริการสาธารณูปโภค เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานติดตั้งผ่านลิงก์ที่ส่งมาให้
อ้างอิง : www.reuters.com
ที่มา : moneyandbanking / เผยแพร่วันที่ 21 สิงหาคม 2569
Link : https://moneyandbanking.co.th/2026/264617/







