![]()
สื่อสิงคโปร์เปิดโปงเครือข่ายบัญชี TikTok ใช้ AI สร้างผู้หญิงสวย ปล่อยข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับสิงคโปร์และมาเลเซีย หวั่นบ่อนทำลายความเชื่อมั่นและสร้างความแตกแยกในสังคม
ผลการสืบสวนของ CNA พบเครือข่ายบัญชี TikTok อย่างน้อย 30 บัญชี ที่เผยแพร่วิดีโอกว่า 550 คลิป โดยเกือบทั้งหมดใช้ ผู้หญิงที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือดัดแปลงภาพบุคคล พร้อมนำเสียงและสคริปต์เดิมมาใช้ซ้ำ เพื่อสร้างภาพลวงว่ามีผู้คนจำนวนมากกำลังพูดถึงประเด็นเดียวกัน
จากการตรวจสอบพบว่า กว่า 98% ของวิดีโอถูกสร้างด้วย AI หรือมีการดัดแปลง และเกือบ 90% มีเนื้อหาที่เป็นข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด เกี่ยวกับสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยมียอดรับชมรวมมากกว่า 3 ล้านครั้ง
รายงานระบุว่า คลิปเหล่านี้เผยแพร่ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงมิถุนายน 2569 โดยใช้วิธีนำข้อเท็จจริงมาผสมกับข้อมูลบิดเบือนและเรื่องแต่ง เพื่อให้ผู้ชมหลงเชื่อ
หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกกล่าวถึงคือ การอ้างว่ารัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์เดินทางไปขอร้องจีนและอินโดนีเซีย ไม่ให้เปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ที่เลี่ยงท่าเรือสิงคโปร์ ทั้งที่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้น
หลัง CNA ส่งข้อมูลให้ TikTok ตรวจสอบ บัญชีตัวอย่าง 2 บัญชีถูกปิดในเวลาต่อมา โดย TikTok ระบุว่าละเมิดนโยบายเกี่ยวกับพฤติกรรมหลอกลวง ซึ่งรวมถึงปฏิบัติการชี้นำความคิดเห็น การแอบอ้างตัวตน สแปม และรีวิวปลอม
ผู้เชี่ยวชาญจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (NTU) ระบุว่า จุดประสงค์ของปฏิบัติการลักษณะนี้ ไม่จำเป็นต้องทำให้คนเชื่อข้อมูลทั้งหมด แต่ต้องการให้ข้อมูลเท็จ ถูกเห็นซ้ำ ๆ จนกลายเป็นเรื่องคุ้นเคย และทำให้ผู้คนเริ่มสงสัยหรือไม่ไว้วางใจข้อมูลจากรัฐบาล
นอกจากนี้ ยังพบว่ามาเลเซียก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมาย โดยคลิปจำนวนหนึ่งกล่าวอ้างว่า การพัฒนาของประเทศล่าช้าเพราะนโยบายที่กีดกันชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ซึ่งเป็นการนำประเด็นอ่อนไหวทางชาติพันธุ์มาสร้างความแตกแยก
การสืบสวนยังพบว่า บัญชีเหล่านี้ใช้ สคริปต์เดียวกัน เสียงเดียวกัน และใบหน้าผู้หญิง AI ซ้ำกันหลายบัญชี โดยสลับกันโพสต์คลิปในช่วงเวลาใกล้เคียง ทำให้ดูเหมือนเป็นความคิดเห็นจากหลายแหล่ง ทั้งที่อาจมาจากผู้ผลิตเพียงรายเดียว
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ปัจจุบันการพยายามจับผิดว่าใครเป็น AI อาจไม่ใช่วิธีที่ได้ผลอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยี Deepfake พัฒนาอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือการสังเกตพฤติกรรมของเครือข่าย เช่น การเผยแพร่ข้อความเดิมซ้ำ ๆ จากหลายบัญชี หรือการนำเสนอข้อมูลที่ไม่มีสำนักข่าวน่าเชื่อถือรายงาน
นักวิชาการแนะนำให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนแชร์ทุกครั้ง เพราะในยุค AI ไม่เพียงภาพและเสียงจะปลอมได้ แต่ยังสามารถสร้างผู้ประกาศข่าว ที่ไม่มีตัวตนขึ้นมา เพื่อชี้นำความคิดเห็นของสังคมและแทรกแซงข้อมูลข่าวสารได้อย่างแนบเนียน.
ที่มา :channelnewsasia
——————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ / วันที่เผยแพร่ 14 กรกฎาคม 2569
Link : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2946077
Link : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2946077







