![]()
ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ สั่งจำกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง เข้าแทรกแซงการประท้วงอย่างสันติในรัฐมินนิโซตา หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ให้เหตุผลว่า ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะประกาศใช้กฎหมายปราบปรามการก่อจลาจล
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า ในคำสั่งความยาว 83 หน้า น.ส.แคทเธอรีน เอ็ม. เมเนนเดซ ผู้พิพากษาศาลแขวงมินนิโซตา สั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองลดความรุนแรงของยุทธวิธีลง โดยห้ามการควบคุมตัว หรือจับกุมผู้ประท้วงและคนขับรถอย่างสันติ รวมถึงห้ามใช้สเปรย์พริกไทยกับผู้ประท้วง
ศาลให้เวลากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ ดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวใน 72 ชั่วโมง นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดยอ้างถึงปฏิบัติการในมินนิโซตา ซึ่งสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ 2 ครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง เปิดฉากยิงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 คน ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์
ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างทรัมป์ กับนายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา รวมถึงนายเจค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนีแอโพลิส ในข้อหาขัดขวางเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง ผู้นำสหรัฐขู่ว่าจะใช้มาตรการรุนแรง รวมถึงการประกาศใช้กฎหมาย “Insurrection Act” เพื่อปราบปรามการก่อจลาจล ซึ่งอนุญาตให้เขาส่งกองทัพไปควบคุมการประท้วง
ขณะเดียวกัน สหรัฐมีกฎหมาย “Posse Comitatus Act” ซึ่งจะจำกัดอำนาจในการส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เข้าสังกัดรัฐบาลกลาง และอนุญาตให้ใช้อาวุธและกำลังทหารในดินแดนสหรัฐ เพื่อปราบปรามจลาจลหรือความรุนแรงในประเทศ หากประธานาธิบดีเห็นว่าจำเป็น ซึ่งสวนทางกับ “Insurrection Act” ซึ่งทรัมป์ขู่จะใช้ เพื่อจัดการกับการประท้วงต่อต้านเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี)
ที่มา สำนักข่าวเดลินิวส์ / วันที่เผยแพร่ 18 มกราคม 2569
Link https://www.dailynews.co.th/news/5511627/







