![]()
ผู้นำสหรัฐขยายมาตรการห้ามเดินทางเข้าประเทศ ครอบคลุมพลเมืองซีเรีย แอฟริกาหลายประเทศ และลาว รวมถึงผู้ถือหนังสือเดินทางปาเลสไตน์ พร้อมเพิ่มข้อจำกัดบางส่วนต่ออีกหลายชาติ โดยอ้างเหตุความมั่นคงและปัญหาอาชญากรรม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำประกาศ ขยายมาตรการห้ามเดินทางเข้าสหรัฐอย่างจำเพาะเจาะจง กับพลเมืองหรือผู้ถือหนังสือเดินทางของ ซีเรีย บูร์กินาฟาโซ มาลี ไนเจอร์ เซียร์ราลีโอน ซูดานใต้ และลาว ตลอดจนผู้ถือหนังสือเดินทางของปาเลสไตน์
ทรัมป์กล่าวว่า การยกระดับมาตรการดังกล่าว เป็นไปเพื่อ “ปกป้องชาวอเมริกัน” จาก “ชาวต่างชาติซึ่งมีเจตนาคุกคาม” และเพื่อป้องกันไม่ให้พลเมืองต่างชาติซึ่งอาศัยอยู่ในสหรัฐ “พยายามบ่อนทำลายหรือสร้างความไม่มั่นคงต่อวัฒนธรรม รัฐบาล สถาบัน หรือหลักการพื้นฐานของการก่อตั้งประเทศ”
ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐยกระดับมาตรการจำกัดการเดินทางบางส่วน ครอบคลุมพลเมืองหรือผู้ถือหนังสือเดินทางของ ไนจีเรีย แองโกลา แอนติกาและบาร์บูดา เบนิน โดมินิกา กาบอง แกมเบีย ไอวอรีโคสต์ มาลาวี มอริเตเนีย เซเนกัล แทนซาเนีย ตองกา แซมเบีย และซิมบับเว
ทั้งนี้ ทรัมป์ให้เหตุผลอ้างถึงอัตราอาชญากรรมที่สูงลิ่ว ในบางประเทศซึ่งอยู่ในบัญชี รวมถึงปัญหาด้านระบบบันทึกข้อมูลหนังสือเดินทางของประเทศแห่งนั้น
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยอมรับว่า มี “ความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ” จากประเทศหนึ่งที่อยู่ในบัญชีดังกล่าวมานานแล้ว นั่นคือ เติร์กเมนิสถาน หมายความว่า นับจากนี้ พลเมืองจากประเทศในเอเชียกลางแห่งนี้ จะสามารถขอวีซ่าเข้าสหรัฐได้อีกครั้ง แต่ยังจำกัดเฉพาะวีซ่าชั่วคราวที่ไม่ใช่เพื่อการตั้งถิ่นฐานเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ในเรื่องนี้ เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ทหารอเมริกัน 2 นาย และล่ามพลเรือน 1 ราย ถูกลอบยิงสังหารในซีเรีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้รัฐบาลทรัมป์พยายามฟื้นฟูสถานะของซีเรียบนเวทีระหว่างประเทศ ด้วยการยกระดับความสัมพันธ์กับรัฐบาลซีเรียชุดปัจจุบัน ที่มาจากกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งผูกขาดการปกครองซีเรียมานานกว่า 2 ทศวรรษ
ที่มา สำนักข่าวเดลินิวส์ / วันที่เผยแพร่ 17 ธันวาคม 2568
Link https://www.dailynews.co.th/news/5411688/







