![]()
โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: การกลับชาติมาเกิดขององค์ทะไลลามะ คำถามต่อการดำรงอยู่ของทิเบตพลัดถิ่น
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม องค์ทะไลลามะองค์ที่ 14 พระนาม เทนซิน เกียตโซ ซึ่งเป็นภาพจำยาวนานของผู้นำทางศาสนาของชาวทิเบต ทรงประกาศว่าพระองค์จะกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้ง เพียงไม่กี่วันก่อนที่พระองต์จะมีพระชนมายุครบ 90 พรรษาในวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2025 ในถ้อยแถลงผ่านวิดีโอที่ระบุว่า “ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าสถาบันทะไลลามะจะดำรงอยู่ต่อไป”
ถ้อยแถลงของพระองค์เป็นการปูทางสำหรับการสืบทอดตำแหน่งผู้นำทางจิตวิญญาณสำหรับชาวทิเบต ที่มีประวัติสืบเนื่องยาวนานกว่า 500 ปีหลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ กระนั้นก็ดีการประกาศข่าวดังกล่าวก็ยังไม่อาจคลายความกังวลของชาวพุทธทิเบตที่ยังคงมีคำถามและข้อสงสัยว่า อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากองค์ทะไลลามะองค์ปัจจุบันจากไป
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา องค์ทะไลลามะองค์ที่ 14 ทรงเป็นมากกว่าผู้นำทางศาสนา พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบตในต่างแดน ทรงสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับชุมชนชาวทิเบตพลัดถิ่น และรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของทิเบต พระองค์ยังทรงเป็นกระบอกเสียงของทิเบตในสายตาชาวโลก แม้จะถูกตำหนิว่าเป็นพวกแบ่งแยกดินแดน ทรงได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ทรงเป็นที่รู้จักในหมู่ราชวงศ์ นักการเมือง ตลอดจนดาราฮอลลีวูดชื่อดัง พระองค์ทรงมีบทบาทอย่างสำคัญในการดึงความสนใจและการสนับสนุนจากทั่วโลกมาสู่ทิเบต
เมื่อถึงเวลาที่พระองค์สิ้นพระชนม์ สังคมชาวทิเบตทั่วโลกอาจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเป็นเวลาหลายปี เพราะการหาผู้นำคนต่อไปจะต้องอาศัยกระบวนการเพื่อระบุ “การกลับชาติมาเกิดใหม่” ของพระองค์ในอนาคตตามธรรมเนียมของศาสนาพุทธทิเบต
แม้ว่าองค์ทะไลลามะจะกล่าวว่า Gaden Phodrang Trust องค์กรไม่แสวงหากำไรที่พระองค์ทรงก่อตั้งขึ้นเพื่อรักษาและสนับสนุนประเพณีและสถาบันของทะไลลามะ จะมีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการรับรองการกลับชาติมาเกิดของพระองค์ในอนาคต ผ่านการปรึกษาหารือร่วมกับคณะผู้นำทางศาสนาพุทธทิเบต
“พวกเขาควรดำเนินขั้นตอนการค้นหาและรับรองตามประเพณีในอดีต ไม่มีผู้ใดมีอำนาจใดๆ ที่จะเข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้ได้” องค์ทะไลลามะกล่าว แต่การดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะที่จีนยืนยันว่า จะไม่ยอมรับผู้สืบทอดที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากปักกิ่ง
ชาวทิเบตในเมืองธรรมศาลา ซึ่งเป็นที่พำนักของพระองค์ในประเทศอินเดีย และชุมชนชาวทิเบตทั่วโลกต่างวิตกว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้อาจทำให้อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและศาสนาของพวกเขาต้องเผชิญกับการทดสอบหนักอีกครั้ง
เพ็นปา เซริง ประธานาธิบดีแห่งรัฐบาลทิเบตพลัดถิ่นที่ได้รับการเลือกตั้งรับว่า การไม่มีองค์ทะไลลามะจะเป็นอุปสรรคและความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อชาวทิเบต ความรับผิดชอบจึงอยู่ที่พวกเราทุกคนว่า จะสืบสานมรดกของพระองค์ต่อไปอย่างไร
ทะไลลามะองค์ปัจจุบัน ที่ถูกพบว่าเป็นทะไลลามะกลับชาติมาเกิดใหม่ขณะอายุเพียง 2 ขวบ ทรงเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลกคนหนึ่ง ทั้งในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณและกระบอกเสียงของทิเบตที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ พระองค์ยังไม่ได้ระบุชื่อผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่งอย่างชัดเจน แต่ตรัสว่าพระองค์จะกลับชาติมาเกิดในโลกเสรีนอกประเทศจีน
โดยปกติแล้ว กระบวนการค้นหาและระบุตัวตนขององค์ทะไลลามะพระองค์ใหม่ จะอาศัยพิธีกรรมทางศาสนาดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยสาวกของอดีตทะไลลามะที่เป็นพระสงฆ์ทิเบตชั้นผู้ใหญ่ เช่น การตีความสัญลักษณ์ การสอบถามเทพพยากรณ์ และการส่งคณะค้นหาบ้านเรือนชาวทิเบต เพื่อหาเด็กที่มีลักษณะตรงกับองค์ทะไลลามะองค์ก่อน
กระบวนการเหล่านี้ใช้เวลานานหลายปี ซึ่งในระหว่างนั้นก็จะทำให้เกิดสุญญากาศของผู้นำจิตวิญญานทิเบต และแม้จะพบองค์ทะไลลามะที่กลับมาเกิดใหม่แล้ว เด็กคนดังกล่าวยังต้องเข้ารับการศึกษาเล่าเรียนและการฝึกอบรมทางศาสนาอย่างเข้มข้นเป็นเวลาหลายปี ก่อนจะรับผิดชอบและทำหน้าที่ผู้นำทางจิตวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์
กระนั้นก็ดี ไม่มีสิ่งใดจะรับประกันได้ว่า องค์ทะไลลามะพระองค์ต่อไปจะมีบุญบารมีและเสน่ห์ดึงดูดใจผู้คนได้อย่างพิเศษ พร้อมกับความสามารถในการรักษาสมดุลในการสร้างความปิติและความแข็งแกร่งภายในที่จะปฏิบัติหน้าที่ที่แบกไว้บนบ่าของพระองค์ เช่นเดียวกับองค์ทะไลลามะที่ 14 องค์ปัจจุบัน
เทนซิน ซุนดู นักเขียนและนักเคลื่อนไหวชาวทิเบต กล่าวว่า พระองค์คือ ศูนย์กลาง ทรงเป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวของชาวทิเบต การจากไปของพระองค์จะส่งผลอย่างมากต่อต่อชาวทิเบตทั่วโลก
ความกังวลดังกล่าวเข้มข้นมากที่สุดในชุมชนทิเบตราว 20,000 คนที่อาศัยอยู่ในธรรมศาลา ที่องค์ทะไลลามะทรงมอบอำนาจทางการเมืองให้กับรัฐบาลพลัดถิ่นในปี 2011 ขณะที่จีนประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ผู้สืบทอดตำแหน่งทะไลลามะจะต้องเกิดในจีน และได้รับการรับรองจากรัฐบาลจีน
อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่าความสนใจของโลกต่อประเด็นทิเบตนั้นลดลงตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลทั่วโลกต่างให้การต้อนรับองค์ทะไลลามะที่ 14 ด้วยความเคารพในฐานะผู้สนับสนุนสิทธิของชาวทิเบตและผู้เผยแพร่สันติวิธี นอกจากนี้ยังช่วยให้พระองค์ระดมเงินได้นับสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปสร้างสถาบันวัฒนธรรมและศาสนาของชาวทิเบต
เทนซิน ซุนดู รับว่า ปัจจุบันประเทศมหาอำนาจมีท่าทีที่ไม่แน่นอนและไม่น่าเชื่อถือต่อการสนับสนุนชาวทิเบตมากขึ้น เนื่องจากอิทธิพลที่เติบโตขึ้นของจีน ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกามองว่า ความพยายามของจีนในการควบคุมกระบวนการเลือกองค์ทะไลลามะองค์ใหม่ เป็นการละเมิดเสรีภาพทางศาสนาและประเพณีทางวัฒนธรรมของทิเบต ขณะที่สหภาพยุโรปและอินเดียยังมีจุดยืนที่ระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือการกระทบกระทั่งกับจีน
ภายใต้นโยบาย “ทางสายกลาง” ขององค์ทะไลลามะ ขบวนการเรียกร้องของทิเบตส่วนใหญ่ยึดหลักสันติวิธี โดยสนับสนุนการปกครองตนเองภายใต้อำนาจอธิปไตยของจีน อย่างไรก็ดีแผนการสืบทอดผู้ดำรงตำแหน่งองค์ทะไลลามะล่าสุดนี้ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ต้องทบทวนนโยบายทางสายกลางดังกล่าว และยังไม่แน่ชัดว่า ทะไลลามะพระองค์ใหม่จะมีแนวทางในการเจรจากับจีนเช่นใด
เซริงเตือนว่า สถานการณ์ต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และสิ่งที่เขากังวลที่สุดคือหากองค์ทะไลลามะสิ้นพระชนม์ อาจกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงภายในทิเบต เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีรายงานว่าพระสงฆ์และชาวทิเบตหลายร้อยคนได้จุดไฟเผาตัวเอง เพื่อต่อต้านการปกครองของจีน
อนาคตและการกลับชาติมาเกิดขององค์ทะไลลามะยังเป็นสิ่งที่มาไม่ถึง แต่สิ่งหนึ่งที่จะตามมาจากการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ คือคำถามต่อการดำรงอยู่ของชาวทิเบตพลัดถิ่นทั้งหลาย ที่ดูจะได้รับความสนใจจากโลกน้อยลง ท่ามกลางสภาพการณ์ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยปัญหามากมาย จนประเทศส่วนใหญ่หันมาสนใจเพียงความอยู่รอดของตนเป็นสำคัญ ขณะที่การปกป้องผู้อื่นที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของพวกเขา อาจเลือนลางและจางหายไปเหมือนไม่เคยมีมาก่อนก็เป็นได้เช่นกัน
ที่มา : สำนักข่าวมติชนออนไลน์ / วันที่เผยแพร่ 6 กรกฎาคม 2568
Link :https://www.matichon.co.th/foreign/indepth/news_5263396







