![]()

State Bank of India เร่งสอบสวนเหตุสงสัยถูกโจมตีไซเบอร์ หลังพบข้อมูลลูกค้าเกือบ 4,000 รายการรั่วไหลสู่ Dark Web ยันยังไม่กระทบธุรกิจหลัก
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 13.26 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า State Bank of India (SBI) ธนาคารที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในอินเดีย เปิดการสอบสวนเหตุสงสัยถูกโจมตีทางไซเบอร์ หลังพบข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหลายพันรายการถูกเผยแพร่บนดาร์กเว็บ (Dark Web)
SBI เปิดเผยผ่านเอกสารแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) ว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลเกือบ 4,000 รายการที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า จากข้อมูลประมาณ 375,000 รายการที่ปรากฏบนดาร์กเว็บและถูกนำมาวิเคราะห์ในขั้นต้น
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ภาคธนาคารอินเดียกำลังเผชิญ ท่ามกลางการขยายบริการดิจิทัลและการจัดเก็บข้อมูลสำคัญของลูกค้าในปริมาณมากขึ้น โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Bank of Baroda ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐอีกแห่งหนึ่ง ก็รายงานเหตุข้อมูลรั่วไหลในลักษณะคล้ายกัน
วิเวก ไอเยอร์ (Vivek Iyer) หุ้นส่วนของ Grant Thornton Bharat ระบุว่า ความเสี่ยงและช่องทางการโจมตีทางไซเบอร์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตามการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีในภาคบริการทางการเงิน โดยเฉพาะการนำระบบดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งานมากขึ้น ทำให้สถาบันการเงินจำเป็นต้องเสริมความแข็งแกร่งทั้งระบบป้องกันภัยไซเบอร์และศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India: RBI) ได้เตือนสถาบันการเงินหลายครั้งเกี่ยวกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน โดยผลสำรวจธนาคารและสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารจำนวน 43 แห่ง พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจเกือบ 1 ใน 3 ระบุว่าความเสี่ยงไซเบอร์เพิ่มขึ้นในระดับปานกลางหรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน
ความกังวลดังกล่าวยังเกิดขึ้นในประเทศอื่นของเอเชีย โดยญี่ปุ่นเผชิญเหตุข้อมูลรั่วไหลในบริษัทหลายแห่ง รวมถึง Daiwa Securities Group, East Japan Railway และ SoftBank ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐเร่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ สำหรับ SBI ซึ่งเป็นธนาคารที่มีความสำคัญเชิงระบบต่อภาคการเงินอินเดีย ระบุว่า ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วยชื่อลูกค้า หมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียน วันเดือนปีเกิด อีเมล ที่อยู่ หมายเลขสาขา หมายเลขประจำตัวลูกค้า ตลอดจนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อและข้อมูลผู้มีแนวโน้มเป็นลูกค้า
ธนาคาร ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อระบุแหล่งที่มาและขอบเขตของข้อมูลที่รั่วไหล รวมถึงประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อลูกค้าและธนาคาร พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจหลัก ผลประกอบการทางการเงิน หรือความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ
ที่มา : www.moneyandbanking.co.th / เผยแพร่วันที่ 21 ต.ค.69
Link : https://moneyandbanking.co.th/2026/280758/






