![]()
จนท.ตรวจจุดเกิดเหตุยิงตำรวจน้ำนราฯดับ พยานชี้คนร้าย 2 คนหนีเข้าสวนยาง เร่งรวบรวมหลักฐาน
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงตำรวจน้ำเสียชีวิตอีก 1 ราย ในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ล่าสุดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืน M16 ขนาด 5.56 มม. จำนวน 4 ปลอก และกองเลือดริมถนน ขณะที่พยานหลักฐานชี้คนร้ายมี 2 คน ลงมือยิง ร.ต.ท.อุสมาน นิมะยุ อายุ 58 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน หลังเสร็จภารกิจเตรียมงานพิธีสุนัตให้เครือญาติ ก่อนรื้อค้นร่างชิงปืนพกขนาด 9 มม. และโทรศัพท์มือถือของผู้ตายอย่างละ 1 รายการ แล้วหลบหนีเข้าป่าสวนยาง เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือสมาชิกแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เร่งรวบรวมหลักฐานติดตามตัวคนร้าย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม พ.ต.อ.ศุภชัย ศุภกิจจารักษ์ ผกก.สภ.รือเสาะ พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิยม สุวรรณคง ผกก.สส.ภ.จว.นราธิวาส พ.อ.นพดล พรหมมาก ผบ.ฉก.ทพ.46 พ.ต.ต.เมธา ช่วยบำรุง สารวัตรสอบสวน สภ.รือเสาะ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนราธิวาส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง ร.ต.ท.อุสมาน นิมะยุ อายุ 58 ปี รองสารวัตรป้องกันปราบปรามทางน้ำ สถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ หรือตำรวจน้ำนราธิวาส เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนหมายเลข 4060 บริเวณหมู่บ้านจือแร หมู่ 3 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 23.55 น. คืนวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดกระสุนที่ใช้กับอาวุธปืน M16 ตกอยู่บนพื้นถนนและบริเวณไหล่ทาง รวม 4 ปลอก นอกจากนี้ ยังพบกองเลือดจำนวนหนึ่งอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานประกอบการสืบสวนสอบสวน ขณะเดียวกัน บริเวณพุ่มไม้รกที่ริมทางฝั่งตรงข้ามหลักกิโลเมตร ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่คนร้ายใช้ดักซุ่มรอเหยื่อ เจ้าหน้าที่พบร่องรอยกิ่งไม้ถูกเหยียบย่ำ สอดคล้องกับข้อมูลเบื้องต้นว่าคนร้ายอาศัยความมืดและสภาพพื้นที่ริมสวนยางพาราเป็นที่กำบัง ก่อนออกมาลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจ หลังตรวจสอบและบันทึกรายละเอียดในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ส่วนร่างของ ร.ต.ท.อุสมาน พลเมืองดีได้นำส่งโรงพยาบาลรือเสาะตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ก่อนที่ครอบครัวจะรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
การสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.อุสมาน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นสกูปปี้ สีขาวชมพู ทะเบียนนราธิวาส เดินทางไปยังบ้านของนายสาฟูวัน มะลี ซึ่งเป็นเครือญาติ อยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 400 เมตร เพื่อช่วยเตรียมงานพิธีสุนัต หรือมาโซะยาวี ภายหลังเสร็จธุระ ร.ต.ท.อุสมาน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านญาติ เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักตามปกติ โดยออกมาได้เพียงประมาณ 50 เมตร ก่อนถึงถนนสายหลักบริเวณจุดเกิดเหตุ
ขณะนั้นมีคนร้ายจำนวน 2 คน ซึ่งดักซุ่มอยู่ในสวนยางพาราบริเวณพุ่มไม้ใหญ่ที่รกทึบริมทาง เดินออกมาพร้อมอาวุธปืน M16 แล้วเปิดฉากยิงใส่ร่างของ ร.ต.ท.อุสมาน จำนวน 4 นัดติดต่อกัน จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ภายหลังลงมือยิง เมื่อคนร้ายมั่นใจว่าเหยื่อเสียชีวิตแล้ว หนึ่งในคนร้ายได้เข้าไปรื้อค้นตัวผู้ตาย ก่อนชิงอาวุธปืนพกขนาด 9 มม. ซึ่งเหน็บอยู่บริเวณเอวไป 1 กระบอก พร้อมโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง จากนั้นคนร้ายทั้งสองได้หลบหนี โดยมุ่งหน้าเข้าไปในป่าสวนยางพารา
โดยพฤติการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบทั้งร่องรอยในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลี่คลายคดี รวมถึงติดตามอาวุธปืนประจำกายและโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตที่ถูกคนร้ายนำไป
หลังเกิดเหตุ นางรอกีเยาะ นิมายุ อายุ 51 ปี ภรรยาของ ร.ต.ท.อุสมาน พร้อมด้วยเครือญาติ ได้เดินทางไปรับศพจากโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีอาบน้ำศพ ที่บ้านพักเหมู่ 3 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จากนั้นครอบครัวได้เคลื่อนย้ายศพไปฝังที่กุโบร์บ้านจือแร หมู่ 3 ต.สาวอ ตั้งแต่ช่วงกลางคืนวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและญาติพี่น้อง ขณะที่ช่วงเช้าวันที่ 18 ตุลาคม หลังข่าวการเสียชีวิตแพร่กระจายออกไป เครือญาติและชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาแสดงความเสียใจกับนางรอกีเยาะและครอบครัวต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
สำหรับสาเหตุและกลุ่มผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นการกระทำของสมาชิกแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ยังต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและระบุตัวผู้ลงมืออย่างชัดเจน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ ตรวจสอบพฤติการณ์ของคนร้าย และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบเส้นทางหลบหนีและเบาะแสเกี่ยวกับอาวุธปืนพกขนาด 9 มม. กับโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตที่ถูกชิงไป
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นการสูญเสียเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความไม่สงบที่ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งคลี่คลายคดีเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษต่อไป
ที่มา : www.matichon.co.th / เผยแพร่วันที่ 18 ต.ค.69
Link : https://www.matichon.co.th/region/news_5937639









