![]()
เกิดเหตุเด็ก ม.3 ใช้ปืนกราดยิงเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียนมัธยมแห่งชาติบังกา บนเกาะมินดาเนา ของฟิลิปปินส์ ก่อนยิงตัวเองเสียชีวิต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย บาดเจ็บอีก 17 คน พบอาวุธเป็นของบิดา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งชาติบังกาใน ต.เบนิเตช เขตเทศบาลเมืองบังกา จ.เชาท์โคตาบาโต บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ช่วงเวลาประมาณ 13.00-13.30 น. วันนี้ (18 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บอีก 17 คน ตามการยืนยันของกระทรวงการพัฒนาสังคมและสวัสดิการฟิลิปปิปปินส์
รายงานระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือ Grade 9 ใช้อาวุธบินยิงเพื่อนร่วมชั้น ก่อนยิงตัวเองเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จอนวิก เรมุลยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและการปกครองท้องถิ่น (DILG) เปิดเผยผลการสอบสวนเบื้องตันว่า ปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของบิดาผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานปกครองท้องถิ่น
ด้านเรย์นัลโด ทามาโย ผู้ว่าราชการ จ.เชาท์โคตาบาโต ระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว พร้อมเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มออนไลน์ที่ชื่นชอบบคดีอาชญากรรม และความรุนแรง (True Crime Community) หลังเกิดเหตุ สำนักงานจัดการและบรรเทาความเสี่ยงจากภัยพิบัติประจำเทศบาลเมืองบังกา DRRMO) มีคำสั่งระงับการเรียนการสอนทุกระดับทั่วทั้งเขตเทศบาลเมืองบังกาทันที ปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสภาพจิตใจของนักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ขณะที่ DSWD ส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่เพื่อเร่งเยียวยา และฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้รอดชีวิตและครอบครัวผู้เสียชีวิต
ส่วนกระทรวงศึกษาธิการฟิลิปปินส์ประสานงานกับฝ้ายบริหารโรงเรียน และตำรวจเพื่อเร่งสอบสวนหาสาเหตุ พร้อมขอประชาชน และสื่อมวลชนงดเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ เพื่อเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้เสียหาย และป้องกันผลกระทบทางจิตใจซ้ำเติม
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นเหตุความรุนแรงจากอาวุธปินในสถานศึกษา ที่มีผู้เสียชีวิตเป็นครั้งที่ 3 ของฟิลิปปินส์ในเวลาไม่ถึง 3 เดือน หลังเกิดเหตุที่เมืองทักโลบันในเดือน มิ.ย. และเมืองชัมบวงกาในเดือน ส.ค. โดยกระทรวงศึกษาธิการเพิ่งจัดฝึกช้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิงทั่วประเทศเมื่อต้นเดือน เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา
thebangkokinsight / เผยแพร่วันที่ 18 กันยายน 2569
Link : https://www.thebangkokinsight.com/news/world-news/1697776/








