![]()
KEYPOINTS
- การสนทนากับ AI Chatbot ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เนื่องจากบริษัทผู้ให้บริการจะเก็บข้อมูลไว้เพื่อฝึกฝน AI และเสี่ยงต่อการรั่วไหลจากเหตุโจมตีทางไซเบอร์
- ข้อมูลการพูดคุยกับ AI สามารถถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในกระบวนการทางกฎหมายและชั้นศาลได้ทั้งในคดีแพ่งและอาญา
- AI Agent มีช่องโหว่จากส่วนเสริม (Skills) ที่มาจากภายนอก ซึ่งอาจมีโค้ดอันตรายแฝงอยู่และกลายเป็นช่องทางให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลได้
ในช่วงที่ผ่านมา AI ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย ทั้งในส่วนการทำงาน ชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่ปรึกษาปัญหาชีวิต ส่งผลให้ผู้ใช้งานเกิดความไว้วางใจและแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวแก่ AI กันทั่วไป เพราะเข้าใจว่า AI Chatbot พร้อมจะยอมรับและพูดคุยในทุกเรื่อง โดยไม่มีการตัดสินหรือแรงกดดันทางจิตใจ แต่อันที่จริงข้อมูลที่เราป้อนให้ AI ไม่ได้เป็นความลับอย่างที่คิดและอาจถูกเข้าถึงได้ทุกเมื่อ
เมื่อเรื่องที่เราเล่าให้แก่ AI Chatbot พร้อมจะกลายเป็นเรื่องสาธารณะ
เวลาพูดคุยกับ AI Chatbot เราอาจรู้สึกเหมือนได้ปรึกษาใครสักคนที่ไว้ใจได้ หรือพิมพ์เรื่องไม่สบายใจทิ้งไว้ในเอกสารส่วนตัว จนพร้อมจะปรึกษาปัญหาทุกเรื่อง ส่วนนี้สอดคล้องกับผลสำรวจจาก DuckDuckGo ที่เปิดเผยว่า ผู้ใช้งาน AI กว่า 33% เคยบอกความลับที่ไม่กล้าปรึกษากับใครในชีวิตจริงกับ AI แต่อันที่จริงข้อมูลที่เราสนทนากับ AI Chatbot สามารถถูกเข้าถึงได้จากหลายช่องทาง ตั้งแต่บริษัทที่ให้บริการ AI Chatbot เช่น OpenAI หรือ Anthropic เก็บข้อมูลสนทนาของเราเอาไว้นานแค่ไหน เนื่องจากข้อบังคับทางกฎหมายที่บังคับให้บริษัทเหล่านี้ เก็บรักษาบันทึกการใช้งานแชทตามระยะเวลาที่กำหนด
นอกจากนี้ข้อมูลที่เราป้อนให้ AI Chatbot จะถูกนำไปใช้ในการฝึกฝน AI ต่อไป เพื่อพัฒนาระบบ AI รุ่นใหม่ให้มีขีดความสามารถยิ่งขึ้น แต่น่าเสียดายที่ข้อมูลการสำรวจจาก DuckDuckGo เปิดเผยว่า ผู้ใช้งานกว่า 53% ไม่ทราบว่า ข้อมูลการสนทนาของพวกเขาจะถูกนำไปใช้ฝึกฝน AI ของบริษัท และเมื่อมีการเก็บข้อมูลก็มีความเป็นไปได้ว่า บริษัทผู้ให้บริการ AI ทั้งหลายจะเกิดข้อมูลรั่วไหล ทั้งจากการโจมตีทางไซเบอร์หรือความผิดพลาดของทางบริษัทเอง นำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลที่สนทนากับ AI Chatbot จำนวนมหาศาล เหมือนที่เคยเกิดกับ Claude ที่มีข้อมูลรั่วครั้งใหญ่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2026
นั่นทำให้ในทางหนึ่งเนื้อหาที่พูดคุยกับ AI Chatbot จึงไม่ใช่ช่องทางสื่อสารหรือเก็บข้อมูลความลับส่วนตัวอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นคลังข้อมูลที่อาจถูกเข้าถึงและนำไปใช้งานในหลายรูปแบบ ซึ่งจะยิ่งซับซ้อนเมื่อมีประเด็นทางกฎหมายมาเกี่ยวข้อง
เรื่องที่คุยกับ AI Chatbot อาจถูกนำไปใช้ในกระบวการทางกฎหมาย
นอกจากมีโอกาสรั่วไหลสู่บุคคลภายนอกแล้ว เนื้อหาที่คุยกับ AI Chatbot ยังอาจถูกนำไปใช้ในกระบวนการทางกฎหมาย ตั้งแต่การใช้ AI Chatbot ของบริษัทที่นายจ้างมีสิทธิตรวจสอบย้อนหลัง การเข้าถึงข้อมูลผ่านอุปกรณ์ ตลอดจนบริษัท AI สามารถถูกตำรวจขอออกหมายศาล เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเนื้อหาสนทนาของผู้ใช้งานได้ด้วย
ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจาก The Washington Post ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีคดีความในศาลสหรัฐฯที่มีการนำบันทึกการสนทนากับ AI Chatbot มาใช้อ้างอิงเป็นข้อมูลในบันทึกสาธารณะและกลายเป็นหลักฐานในชั้นศาลเป็นจำนวนถึง 12 คดี ทั้งในส่วนของคดีทั้งในทางแพ่งและอาญา
ตัวอย่างในกรณีดังที่เคยเกิดขึ้น เช่น คดี The New York Times ฟ้องร้อง Microsoft ที่มีการสั่งให้เก็บบันทึกและกู้คืนบทสนทนาที่ลบไปแล้วทั้งหมด หรือคดีความระหว่าง Krafton และสตูดิโอ Unknown Worlds Entertainment จากกรณีเกม Subnautica 2 ที่บทสนทนากับ AI เป็นหลักฐานสำคัญในชั้นศาลจนต้องเสียเงินกว่า 250 ล้านเหรียญ
ไม่เพียงแค่ในสหรัฐฯหลายประเทศเริ่มมีการยอมรับเนื้อหาสนทนาใน AI Chatbot แล้วเช่นกัน อย่างในสหราชอาณาจักร มีการยอมรับบทสนทนากับ AI เป็นหลักฐานบนชั้นศาลในคดีครอบครัว และยอมรับให้มีสถานะเทียบเท่ากับ ประวัติการค้นหาในอินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศที่มียอมตรวจสอบบทสนทนากับ AI ในฐานะบันทึกทางดิจิทัล นั่นทำให้ข้อมูลการสนทนาของเรากับ AI ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด และอาจถูกนำมาใช้เล่นงานเราได้ทุกเมื่อ
ไม่ใช่แค่ AI Chatbot แต่ AI Agent เองก็ไม่ปลอดภัย
ขยับออกมาจาก AI Chatbot ที่หลายท่านเริ่มมองเป็นของตกรุ่น ปัจจุบันเป็นยุคแห่ง AI Agent ที่เริ่มถูกนำมาใช้งานกันทั่วไป อย่างไรก็ตามระบบ AI Agent เหล่านี้เองก็มีช่องโหว่ และอาจกลายเป็นช่องทางที่ทำให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลภายในองค์กรรั่วไหลออกสู่ภายนอกได้เช่นกัน
ข้อมูลจากการวิจัยเปิดเผยว่าช่องโหว่นี้เกิดจากส่วนขยายอย่าง Skills เดิม AI Agent เป็นระบบอัตโนมัติที่วิเคราะห์ ประมวลผล และทำงานเป็นขั้นตอนเพื่อบรรลุเป้าหมายอัตโนมัติ ส่วน Skills เป็นส่วเสริมเพื่อเพิ่มขีดความสามสามารถแก่ AI เช่น การใช้งานเครื่องมือ เข้าถึงข้อมูล และชุดคำสั่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ปัญหาสำคัญคือหลายครั้ง Skills เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากชุมชนหรือแหล่งภายนอกแล้วนำมาใช้กับ AI Agent ของเรา ซึ่งเป็นระบบที่มีสิทธิในการเข้าถึงและใช้งานเครื่องมือ รายละเอียดเชิงลึก หรือแม้แต่ข้อมูลละเอียดอ่อน แต่กลับไม่มีการตรวจสอบป้องกันจากผู้พัฒนาที่ดีพอ ผลที่เกิดขึ้นอาจทำให้ Skills จาก AI Agent มีช่องโหว่ระบบจนอาจกลายเป็นช่องทางขโมยข้อมูล หรือร้ายแรงกว่านั้นคือ Skills ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นมาโดยแอบฝังโค้ดอันตรายไว้ ที่อาจเป็นการรวบรวมและส่งข้อมูลไปยังเป้าหมายที่กำหนด ก็อาจทำให้เกิดข้อมูลรั่วไหลได้
จากการตรวจสอบของทีมวิจัยใน SkillsMP แพลตฟอร์มสำหรับรวบรวม Skills ของ AI Agent แล้วสุ่มสำรวจราว 17,022 รายการ พบว่ามี 520 รายการมีปัญหาร้ายแรง แม้จะเป็นเพียง 3% แต่ข้อมูลที่รั่วไหลกว่า 89% ล้วนเป็นข้อมูลละเอียดอ่อน ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง หรือถูกนำไปใช้ในการสวมรอยตัวตนเพื่อการโจมตีที่รุนแรงยิ่งขึ้นต่อไป แม้ปัจจุบันช่องโหว่ทั้งหมดจะได้รับการแจ้งเตือนและแก้ไขเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังทำให้เกิดคำถามต่อ AI Agent ไม่น้อย ทั้งในส่วนของข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงินก็ตาม
จากที่พูดมาข้างต้นไม่ได้หมายความว่าให้ผู้อ่านเบือนหน้าหรือเลิกใช้ AI แค่พึงระลึกไว้เสมอว่า นี่ไม่ใช่ช่องทางส่วนตัวแต่สามารถถูกเข้าถึงแล้วนำไปใช้งานในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ AI Agent ที่สะดวกสบายและทรงประสิทธิภาพยิ่งต้องระวัง เพราะอาจสร้างปัญหาครั้งใหญ่ได้โดยง่าย
ที่มา : posttoday.com / เผยแพร่วันที่ 14 ก.ย.69
Link : https://www.posttoday.com/ai-today/748641







