![]()
ศาลฎีกา พิพากษา “3 ผู้ก่อเหตุรุนแรง” ในคดีลอบยิงประชาชนในพื้นที่อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เมื่อ 9 ม.ค. 64
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาส อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีหมายเลขดำที่ อ.1280/67 หรือคดีหมายเลขแดงที่ อ.1280/66 มีจำเลย 3 ราย ได้แก่ นายอานัส (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1, นายฮัมดัน (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 และนายมูฮัมมัดซับรี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 จากคดีเหตุลอบยิง นายประสิทธิ์ ถาวรศรี จนได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนภายในหมู่บ้านทุ่งคา–มะนังตายอ หมู่ที่ 8 ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2564 ก่อนเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งจำเลยทั้ง 3 รายถูกฟ้องในความผิดฐาน ก่อการร้าย ซ่องโจร พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนและวัตถุระเบิดฯ
โดยเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 ศาลจังหวัดนราธิวาส มีคำพิพากษา ศาลชั้นต้น ลงโทษ “ประหารชีวิต” จำเลยทั้ง 3 ราย แต่เนื่องจาก นายอานัส (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพและเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือ “จำคุกตลอดชีวิต” ส่วน นายฮัมดัน (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 และและนายมูฮัมมัดซับรี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 ยังคงได้รับโทษ “ประหารชีวิต” โดยศาลชั้นต้นพิจารณาพยานหลักฐาน รวมถึงข้อมูลจากโทรศัพท์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ซึ่งพบการติดต่อสื่อสารผ่านข้อความในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ประกอบกับพยานหลักฐานอื่นในสำนวน
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำพิพากษาแก้โทษ ให้ จำเลยทั้ง 3 ราย โดย นายอานัส (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 ลดโทษให้ “จำคุก 34 ปี 20 เดือน” หลังได้รับการลดโทษจากคำให้การที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ส่วน นายฮัมดัน (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 และนายมูฮัมมัดซับรี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 ให้ “จำคุกตลอดชีวิต”
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาส อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์สามารถรับฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 3 ราย กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง จึงมีพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้ลงโทษจำเลยทั้ง 3 รายตามเดิม คือ นายอานัส (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 “จำคุก 34 ปี 20 เดือน” ส่วน นายฮัมดัน (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 และและนายมูฮัมมัดซับรี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 “จำคุกตลอดชีวิต” คดีถึงที่สุด จำเลยทั้ง 3 รายจึงต้องรับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการพิจารณาคดีตามข้อมูลที่ปรากฏในคดี อ.1280/66
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินต่อเนื่องผ่านการพิจารณาของศาลทั้ง 3 ระดับ โดยมีการตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในแต่ละชั้นศาล ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ที่มา : naewna.com / เผยแพร่วันที่ 23 ก.ย.69
Link : https://www.naewna.com/n/top-stories/75629/








