![]()

เครื่อง ATR-72-600 ของสายการบิน MNA ที่ถูกโดรนโจมตีเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
ข่าวกรองอินเดียยืนยัน เหตุโดรนโจมตีเครื่องบินเอกชนซึ่งมีผู้โดยสารอยู่เต็มลำที่สนามบินมิตจีน่า รัฐคะฉิ่น ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นผลงานเครือข่ายทหารรับจ้าง CIA ที่ถูกจับได้ในอินเดียเมื่อ 5 เดือนก่อน
วานนี้ (5 ก.ย. 69) สำนักข่าว DVB รายงานโดยอ้างข้อมูลจากสำนักงานสอบสวนแห่งชาติของอินเดีย(India’s National Investigation Agency : NIA) ระบุว่า นาย Matthew Aaron Van Dyke ซึ่งเป็นพลเมืองอเมริกัน และชาวยูเครนอีก 6 คน ที่ถูกทางการอินเดียจับกุมได้เมื่อเดือนมีนาคม 2569 อยู่เบื้องหลังเหตุก่อการร้าย บังคับโดรนบินไปโจมตีเครื่องบินพลเรือนซึ่งมีผู้โดยสารอยู่บนเครื่องที่สนามบินมิตจีน่า รัฐคะฉิ่น ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ชาวอเมริกันและยูเครน รวม 7 คน ที่ถูกทางการอินเดียจับกุมได้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569(ภาพจากเอเอฟพี)
ตามรายงานของ NIA ผู้ถูกจับกุมทั้ง 7 คน อยู่ในเครือข่ายทหารรับจ้างต่างชาติที่เข้ามาเคลื่อนไหว อบรมใช้โดรนให้กับกองกำลังติดอาวุธที่เป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเมียนมา เนื้อหาที่อบรมมีตั้งแต่การนำโดรนมาใช้โจมตีในการสู้รบ การประกอบโดรน และการรบกวนสัญญาน นอกจากนี้ ทั้ง 7 ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธซึ่งปฏิบัติการอยู่ทั้งในอินเดียและเมียนมา
NIA ระบุว่า โดรนที่ถูกนำไปใช้โจมตีเครื่องบินที่สนามบินมิตจีน่า ถูกส่งต่อให้กับกองกำลังติดอาวุธในรัฐคะฉิ่นผ่านเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับนาย Van Dyke โดยขณะนี้ NIA กำลังสืบสวนติดตามแหล่งที่มาของโดรนและบุคคลที่อยู่ในเครือข่ายนี้ทั้งหมด
นาย Van Dyke และชาวยูเครนอีก 6 คน ได้แก่ นาย Viktor นาย Hurba Petro นาย Slyviak Taras นาย Ivan Sukmanovskyi นาย Stefankiv Marian และ นาย Honcharuk Maksim ถูกจับกุมได้ในอินเดียเมื่อวันที่ 13 มีนาคม หลังพวกเขาลักลอบเข้าอินเดียอย่างผิดกฎหมายผ่านชายแดนเมียนมาที่อยู่ติดกับรัฐมิโซรัม
เหตุโดรนโจมตีเครื่องบินพลเรือนที่เป็นผลงานของ 7 คน เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่เครื่องบิน ATR-72-600 ของสายการบิน MNA (Myanmar National Airlines) ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของเมียนมา กำลังเตรียมเคลื่อนตัวออกจากหลุมจอด เพื่อจะเทคออฟ นำผู้โดยสารจากสนามบินมิตจีน่า บินไปส่งยังสนามบินมัณฑะเลย์ ปรากฏว่ามีโดรนพลีชีพอย่างน้อย 3 ลำ บินมาโจมตีเครื่องบินลำดังกล่าว
แรงระเบิดจากโดรนทำให้เครื่องบินได้รับความเสียหายบริเวณจมูกเครื่องบิน ช่วงกลางลำตัว และที่ส่วนหาง หลังถูกโจมตี เจ้าหน้าที่ได้เร่งอพยพผู้โดยสารออกจากเครื่องบิน และระงับเที่ยวบิน
ตามข่าวในขณะนั้น เชื่อว่าโดรนพลีชีพที่ถูกส่งมาโจมตีเครื่องบินโดยสารครั้งนี้ เป็นผลงานของกองกำลังติดอาวุธฝ่ายต่อต้าน(PDF) ของรัฐบาลเงา(NUG) ที่จับมือกับกองทัพเอกราชคะฉิ่น(KIA) เพื่อสร้างสถานการณ์รุนแรงให้เกิดขึ้นในเมืองมิตจีน่า โดยทั้ง PDF และ NUG ต่างได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานข่าวกรองกลาง(CIA) ของสหรัฐอเมริกา
ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ในช่วงเช้าของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ กองกำลังผสม PDF-KIA ได้ส่งโดรนพลีชีพจำนวนหนึ่งบินเข้ามาในบริเวณสนามบินมิตจีน่า และบริเวณโดยรอบ โดยเฉพาะในเขตปานมะตี ที่มีฐานทหารของกองทัพพม่าตั้งอยู่ ส่งผลให้ทางการต้องประกาศระงับการเดินทางทั้งหมด ทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก ของสนามบินมิตจีน่า ด้วยเหตุผลเพื่อความปลอดภัย
ตามข่าวที่เผยแพร่ในตอนนั้น ไม่ได้ให้รายละเอียดว่ามีโดรนพลีชีพที่ถูกส่งมาโจมตีสนามบินมิตจีน่ากี่ลำ เพียงระบุว่า ระบบแอนตี้โดรนของกองทัพพม่าตรวจจับโดรนเหล่านั้นได้ ช่วงเช้ามืดของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ และสามารถสกัดกั้นโดรนทุกลำได้ก่อนจะเกิดการระเบิด ทำให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดความเสียหายแก่สนามบิน
ที่มา : mgronline.com / เผยแพร่วันที่ 6 ก.ย.69
Link : https://mgronline.com/indochina/detail/9690000087301






