![]()
รายงานจากทีมอิสระเกี่ยวกับการเจาะระบบเผยว่า สืบพบแฮกเกอร์เอไอ 700 ตัว ที่สร้างโดยโอเพนเอไอ บุกเจาะแพลตฟอร์มแบบโอเพนซอร์ส พร้อมทั้งพยายามกลบเกลื่อนร่องรอย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รายงานสองฉบับจากทีมสืบสวนอิสระเกี่ยวกับการเจาะระบบที่เปิดเผยเมื่อวันพุธระบุว่า ฝูงแฮกเกอร์เอไอจำนวน 700 ตัวที่สร้างโดย “โอเพนเอไอ” เป็นผู้ลงมือเจาะระบบของ “ฮักกิงเฟซ” แพลตฟอร์มแบบโอเพนซอร์สด้านปัญญาประดิษฐ์และแมชีน เลิร์นนิง เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และในหลายกรณียังพบว่า แฮกเกอร์เอไอเหล่านี้ พยายามที่จะลบร่องรอยความผิดของตนเอง
พฤติกรรมที่มีการประสานงานกันของเหล่าเอไอเอเยนต์ (โปรแกรมที่ทำงานโดยมนุษย์ควบคุมดูแลน้อยที่สุด) รวมถึงความพยายามในการปกปิดความผิด ส่งผลให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเข้มงวดของบริษัทเอไอในการเฝ้าระวังการทดสอบโมเดลที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ และอาจยิ่งเพิ่มแรงสนับสนุนให้เกิดข้อเรียกร้องในการกำกับดูแลที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
แม้ว่าจะเคยมีการเปิดเผยพฤติกรรม “เกเร” (ทำงานนอกเหนือขอบเขต ผิดพลาด หรือหลุดจากการควบคุม) ของเอไอบางส่วนมาก่อนหน้านี้ แต่รายงานสองฉบับ ซึ่งฉบับหนึ่งเป็นของโอเพนเอไอ และอีกฉบับเป็นของกลุ่มสืบสวนอิสระ ต่างเปิดเผยรายละเอียดใหม่ที่น่าตกใจเกี่ยวกับการเจาะระบบและเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น
ประเด็นแรกคือ การเจาะระบบไม่ได้เกิดจากเอไอเอเยนต์ที่ “เกเร” เพียงตัวเดียวตามที่เคยมีรายงานไว้ แต่เกิดจากเอไอเอเยนต์ประมาณ 700 ตัว ที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมขนาดใหญ่
ทางโอเพนเอไอระบุเพียงว่า “มีเอไอเอเยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง” แต่ไม่ได้ระบุจำนวน แต่ทางองค์กรวิจัยอิสระที่ไม่แสวงผลกำไร METR (Model Evaluation and Threat Research) และศูนย์วิจัยเรดวูด สององค์กรที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการสืบสวนอิสระเกี่ยวกับการเจาะระบบครั้งนี้ ระบุตัวเลขของเอไอเอเยนต์ไว้ที่ประมาณ 700 ตัว ซึ่งต่อมา โอเพนเอไอยืนยันว่าตัวเลขของทีมสืบสวนนั้นถูกต้อง
การสืบสวนอิสระพบว่าเอไอเอเยนต์เหล่านี้ได้แลกเปลี่ยนข้อความกันหลายหมื่นข้อความผ่านกระดานข้อความที่ไม่ได้รับอนุญาต สร้างความกังวลอย่างมากว่า โอเพนเอไอได้เฝ้าระวังการทดสอบได้ใกล้ชิดมากน้อยเพียงใด
ด้านโอเพนเอไอได้สรุปเหตุการณ์สองครั้งเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ซึ่งเอไอเอเยนต์บุกเจาะโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเอง ในกรณีหนึ่ง เอไอเอเยนต์ได้อาศัยช่องโหว่ในพื้นที่คอมพิวเตอร์ที่กักพวกมันไว้ แล้วเล็ดลอดออกไปยังระบบอื่นๆ ที่เชื่อมต่อได้
ในอีกเหตุการณ์หนึ่งในวันเดียวกัน เอไอเอเยนต์เหล่านี้ได้ขโมยข้อมูลที่ใช้ยืนยันเพื่อเข้าสู่ระบบของโอเพนเอไอ และเข้าไปดัดแปลงแก้ไขระบบคลาวด์ของบริษัท
โอเพนเอไอยังระบุว่า มีเอไอเอเยนต์ ไม่ทราบจำนวนพุ่งเป้าไปที่ระบบอัตโนมัติที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพของโมเดล เพื่อซ่อนหลักฐานการโกงของพวกมัน แม้ว่าการดัดแปลงดังกล่าวจะไม่ได้ส่งผลต่อบันทึกข้อมูลที่ประเมินโดยระบบเหล่านั้นในท้ายที่สุดก็ตาม
รายงานระบุว่า “มีหลักฐานน้อยมากที่บ่งชี้ถึงความพยายามขัดขวางผู้ตรวจสอบที่เป็นมนุษย์” แต่โอเพนเอไอไม่ได้ตอบคำถามที่ว่า มีความพยายามที่จะหลอกลวงมนุษย์เกิดขึ้นหรือไม่
ด้านทีมสืบสวนอิสระ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การเจาะระบบฮักกิงเฟซ ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า 1 ใน 5 ของเอไอเอเยนต์ที่ได้รับการตรวจสอบ “แสดงความสนใจอย่างชัดเจนในการบิดเบือนหลักฐาน” และเอไอเอเยนต์จำนวนมาก “ได้วิจัยเทคนิคต่าง ๆ อย่างกว้างขวางเพื่อบิดเบือนหรือแก้ไขบันทึกประวัติการทำงานของตนเอง”
โอเพนเอไอกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทกำลังเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานการวิจัย เพิ่มการเฝ้าระวัง และปรับปรุงมาตรการป้องกันที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันพฤติกรรมที่เป็นอันตรายหรือไม่พึงประสงค์
“เมื่อพิจารณาถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมเอไอ ควรสมมุติไว้ก่อนว่าการโจมตีในลักษณะนี้เป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงในระยะใกล้สำหรับองค์กรต่าง ๆ และจะมีความซับซ้อนยิ่งกว่าการโจมตีที่อธิบายไว้ในเหตุการณ์นี้” โอเพนเอไอระบุ
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS
เดลินิวส์ ออนไลน์ / เผยแพร่วันที่ 28 สิงหาคม 2569
Link : https://www.dailynews.co.th/news/6145612/








