![]()
KEY POINT
- การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลมาพร้อมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์
- สมาร์ตโฟนกลายเป็นเป้าหมายหลักของอาชญากรรมทางไซเบอร์
- แคสเปอร์สกี้เผยการโจมตีอุปกรณ์มือถือในประเทศไทยช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้นถึง 127% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
- แม้จะเผชิญกับการโจมตีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ผลสำรวจกลับพบว่าผู้บริโภคไทยมีระดับการตระหนักรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์สูงที่สุดในภูมิภาค
เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตย้ายเข้าสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น สมาร์ตโฟนกำลังกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของผู้บริโภค แต่ในอีกด้านหนึ่งก็กลายเป็นเป้าหมายของอาชญากรรมไซเบอร์ที่ขยายตัวรวดเร็วขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
แคสเปอร์สกี้ เผยผลสำรวจ B2C Pulse Survey และข้อมูลการติดตามภัยคุกคามไซเบอร์ พบการโจมตีอุปกรณ์มือถือในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยประเทศไทยมีจำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้น 127% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผู้บริโภคไทยมีระดับการตระหนักรู้ด้านอาชญากรรมไซเบอร์สูงสุดในภูมิภาคที่ 39% ท่ามกลางการใช้งานดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังมาพร้อมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการโจมตีผ่านอุปกรณ์พกพา ซึ่งกลายเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงบริการทางการเงิน การชำระเงิน และบริการดิจิทัลต่างๆ ของผู้บริโภค
ข้อมูลจากแคสเปอร์สกี้ระบุว่า บริษัทได้บล็อกการโจมตีอุปกรณ์มือถือของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเกือบ 30,000 ครั้งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการขยายตัวของภัยคุกคามบนสมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้นตามพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัล
ไทยหนึ่งในเป้าหมายการโจมตีผ่านมือถือ
ข้อมูลระบุว่า อินเดียและอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีจำนวนการโจมตีผ่านมือถือสูงที่สุดในภูมิภาค โดยพบ 18,187 ครั้ง และ 15,163 ครั้ง ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม แคสเปอร์สกี้พบว่าหลายประเทศในเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญการเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามในอัตราเร่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างไตรมาส 1 ปี 2569 กับไตรมาส 1 ปี 2568 พบว่า ไต้หวันมีจำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้น 373% ศรีลังกา 132% ไทย 127% บังกลาเทศ 108% จีน 69% และฟิลิปปินส์ 28%
ชุน ฮอง ชี หัวหน้าฝ่ายช่องทางจำหน่ายสำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า แม้จำนวนภัยคุกคามบนมือถือเกือบ 30,000 รายการในไตรมาสแรกอาจดูไม่สูงเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้งานดิจิทัลในภูมิภาค แต่ตัวเลขดังกล่าวอาจสะท้อนเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นจริง
เขาระบุว่า แม้อินเดียและอินโดนีเซียจะมีจำนวนการโจมตีสูงสุด แต่การเติบโตแบบก้าวกระโดดในหลายประเทศ รวมถึงไทย แสดงให้เห็นว่าภัยคุกคามบนมือถือกำลังขยายตัวออกไปนอกเหนือจากตลาดดิจิทัลขนาดใหญ่ของภูมิภาค
โทรศัพท์มือถือมักไม่ได้รับการปกป้องในระดับเดียวกับเครื่องพีซี ทั้งที่กำลังกลายเป็นประตูสู่ชีวิตทางการเงิน สังคม และการทำงานของผู้ใช้งานมากขึ้น ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ความปลอดภัยของมือถือพัฒนาไปพร้อมกับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
เอเชียแปซิฟิกใช้งานดิจิทัลสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก
ผลการศึกษาล่าสุด B2C Pulse Survey ซึ่งจัดทำโดย Kaspersky Market Intelligence พบว่า ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกมีการใช้งานบริการดิจิทัลสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกในหลายด้าน
การชอปปิงออนไลน์มีสัดส่วนผู้ใช้งาน 80% เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 71% ขณะที่การเงินดิจิทัลอยู่ที่ 72% เทียบกับ 70% ความบันเทิงดิจิทัล 70% เทียบกับ 62% และการสื่อสารดิจิทัล 68% เทียบกับ 61%
นอกจากนี้ ผู้บริโภคในภูมิภาคยังมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดยอยู่ที่ 35% เทียบกับ 32%
ไทยถูกโจมตีผ่านมือถือพุ่ง 127% ติดท็อป 3 เอเชียแปซิฟิก
ไทยตระหนักภัยไซเบอร์สูงสุดในภูมิภาค
ผลสำรวจยังพบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระดับการตระหนักรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์สูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิกที่ 39% รองลงมาคือ มาเลเซีย 38% อินโดนีเซีย 35% จีน 34% อินเดีย 32% และเวียดนาม 31%
แคสเปอร์สกี้ระบุว่า ระดับการตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการขยายตัวของกิจกรรมดิจิทัลในภูมิภาค ซึ่งมีอัตราการใช้งานออนไลน์เฉลี่ยอยู่ที่ 77%
ชุน ฮอง ชี กล่าวว่า ปัจจุบันการใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของการชำระเงินออนไลน์ทั้งหมดในภูมิภาค และคาดว่าจะมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มเป็น 2.11 พันล้านคนภายในปี 2573
ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและธุรกรรมทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตของภูมิภาค
ความปลอดภัยต้องเข้าใกล้ผู้ใช้มากขึ้น
แคสเปอร์สกี้มองว่า เมื่อภัยคุกคามบนมือถือขยายตัวต่อเนื่อง แนวทางการรักษาความปลอดภัยจำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในจุดที่ผู้บริโภคใช้งานจริงมากขึ้น
หนึ่งในแนวทางที่ถูกยกขึ้นมาคือการผสานระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไปในแอปพลิเคชันบนมือถือโดยตรง แทนการพึ่งพาให้ผู้ใช้งานติดตั้งและดูแลระบบป้องกันแยกต่างหากด้วยตนเอง
เนื่องจากสมาร์ตโฟนกำลังกลายเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงบริการทางการเงิน การชำระเงิน การซื้อสินค้า และบริการดิจิทัลต่างๆ การฝังระบบป้องกันไว้ในแอปพลิเคชันจะช่วยลดภาระของผู้บริโภคในการรับมือกับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับการปกป้องข้อมูลและธุรกรรมดิจิทัลในวงกว้างได้มากขึ้น
ที่มา : bangkokbiznews.com / เผยแพร่วันที่ 16 ส.ค.69
Link : https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1247632









