![]()
ซีบีทีลิงก์ ผู้ผลิตเราเตอร์รายใหญ่ของจีน ประกาศระงับจำหน่ายเราเตอร์มากกว่า 20 รุ่น ซึ่งมีการพบ “แบ็กดอร์” ที่อาจเปิดช่องให้บุคคลภายนอกเข้าถึงและควบคุมอุปกรณ์ พร้อมเร่งพัฒนาซอฟต์แวร์แก้ไขช่องโหว่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่า หลังบริษัทวูล์นเช็ก (VulnCheck) ซึ่งเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เผยแพร่รายงานว่า เราเตอร์ที่ผลิตในจีนมากกว่า 20 รุ่น ซึ่งวางจำหน่ายทั่วโลก ติดตั้ง “ช่องทางลับ” หรือแบ็กดอร์ ที่อาจเปิดทางให้บุคคลภายนอกเข้าถึงอุปกรณ์ และเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์อื่นภายในเครือข่ายได้
ทั้งนี้ นักวิจัยเรียกแบ็กดอร์ดังกล่าวว่า “เอนด์เลสส์ดอร์ส” (Endlessdoors) และพบว่ามีอยู่ในเราเตอร์หลายรุ่นที่ผลิตและจำหน่ายโดยบริษัทซีบีทีลิงก์ (Zbtlink) ภายใต้แบรนด์ “Zbtlink” และ “ไวฟลายเออร์” (Wiflyer) ซึ่งจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลก
บริษัทซีบีทีลิงก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเราเตอร์รายใหญ่ของจีน ออกแถลงการณ์ว่า รับทราบผลการตรวจสอบดังกล่าว ซึ่งพบช่องโหว่ที่อาจเปิดทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงและควบคุมเราเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์อื่นที่เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่ายเดียวกัน
เกี่ยวกับ เอนด์เลสส์ดอร์ส ซีบีทีลิงก์ กล่าวว่า มีไว้เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนด้านเทคนิคหลังการขายเท่านั้น โดยใช้ช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหาและตั้งค่าอุปกรณ์ เมื่อได้รับคำร้องขอและอนุญาตอย่างชัดเจน
ซีบีทีลิงก์ยืนยันว่า เครื่องมือนี้ไม่เคยถูกนำไปใช้เพื่อเข้าถึงอุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงระงับการจำหน่ายเราเตอร์รุ่นที่พบแบ็กดอร์ พร้อมถอดซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องออกจากเว็บไซต์แล้ว ระหว่างพัฒนาการอัปเดตเพื่อแก้ไขปัญหา
การค้นพบดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของชาติตะวันตกเกี่ยวกับความมั่นคงทางไซเบอร์และความเสี่ยงจากอุปกรณ์เครือข่ายที่ผลิตในจีน โดยรัฐบาลแคนาดาออกประกาศเตือนด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับช่องโหว่นี้แล้ว
อย่างไรก็ตาม วูล์นเช็ก ยังตั้งข้อสังเกตว่า คำชี้แจงของบริษัทไม่ได้อธิบายว่า เพราะเหตุใดเครื่องมือดังกล่าวจึงใช้ชื่อที่ตรวจพบได้ยาก เว้นแต่ผู้ตรวจสอบจะค้นหาโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ยังไม่มีคำอธิบายด้วยว่า เพราะเหตุใดบริษัทจึงเลือกติดตั้งเครื่องมือในลักษณะที่ไม่ปลอดภัย และเปิดช่องให้ถูกยึดการควบคุมได้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
ที่มา : เดลินิวส์ ออนไลน์ / เผยแพร่วันที่ 7 สิงหาคม 2569
Link : https://www.dailynews.co.th/news/6087681/









