![]()
เสียงสัญญาณแจ้งเหตุ การเคลื่อนกำลังของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รถดับเพลิงกู้ภัย และทีมการแพทย์บริเวณด้านทิศเหนือของอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดจากเหตุร้ายจริง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมภาวะฉุกเฉินเต็มรูปแบบที่ออกแบบให้ใกล้เคียงสถานการณ์จริงมากที่สุด
การฝึกซ้อมภายใต้ชื่อ CREMEX 26 จำลองกรณีการโจมตีด้วยอาวุธหรือการก่อวินาศกรรมภายในท่าอากาศยาน รวมถึงการตรวจพบสิ่งของต้องสงสัยหรือวัตถุต้องห้าม โดยมีเป้าหมายทดสอบว่า หากเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นจริง หน่วยงานต่าง ๆ จะสามารถตัดสินใจ สั่งการ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ควบคุมพื้นที่ และสื่อสารร่วมกันได้รวดเร็วเพียงใด
นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมเมื่อเวลา 09.30 น. ณ ลานจอดรถ 2 ด้านทิศเหนือของอาคารผู้โดยสาร โดยมีนาวาอากาศเอกสกรรจ์ อุดล ผู้เชี่ยวชาญ 9 และรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมหน่วยงานด้านความมั่นคง การกู้ภัย การแพทย์ พิสูจน์หลักฐาน และข่าวกรองเข้าร่วมปฏิบัติการ
แม้จะเป็นสถานการณ์สมมติ แต่การเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้กรอบเวลาและคำสั่งที่ชัดเจน เพราะในเหตุจริง ความผิดพลาดเพียงไม่กี่นาทีอาจหมายถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ และประชาชนจำนวนมาก
ซ้อมใหญ่ตามข้อกำหนดทุกสองปี
การฝึกซ้อมครั้งนี้ดำเนินการตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 37 ว่าด้วยมาตรฐานสนามบิน ซึ่งกำหนดให้สนามบินจัดการซ้อมแผนฉุกเฉินเต็มรูปแบบอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกรอบสองปี เพื่อให้มั่นใจว่าแผนฉุกเฉินมีความพร้อมและเพียงพอสำหรับรองรับเหตุหลายลักษณะ
ข้อกำหนดยังกำหนดให้สนามบินจัดการฝึกซ้อมบางส่วนในปีที่ไม่มีการซ้อมเต็มรูปแบบ และจัดการฝึกซ้อมบนโต๊ะจำลองสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอทุกหกเดือน เว้นแต่เป็นช่วงที่มีการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบ เพื่อให้ข้อบกพร่องจากการฝึกครั้งก่อนถูกแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รอทบทวนเมื่อเกิดเหตุจริงแล้วเท่านั้น
ความสำคัญของข้อกำหนดนี้อยู่ที่การทำให้การรับมือเหตุฉุกเฉินเป็นระบบที่ได้รับการทดสอบ ไม่ใช่เอกสารที่เก็บอยู่ในแฟ้ม เพราะแผนที่ดูสมบูรณ์บนกระดาษอาจพบอุปสรรคเมื่อใช้จริง เช่น วิทยุสื่อสารคนละระบบ รถฉุกเฉินเข้าพื้นที่ล่าช้า จุดบัญชาการไม่ชัดเจน หรือหน่วยงานเข้าใจคำสั่งไม่ตรงกัน
การซ้อมใหญ่จึงช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกันว่า ใครเป็นผู้บัญชาการ ใครมีหน้าที่ควบคุมพื้นที่ ใครช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ใครตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย และใครทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะ
จำลองเหตุโจมตีและสิ่งของต้องสงสัย
สถานการณ์สมมติของ CREMEX 26 ครอบคลุมภัยคุกคามด้านการรักษาความปลอดภัยสองส่วนที่เชื่อมโยงกัน คือการโจมตีด้วยอาวุธหรือการก่อวินาศกรรม และการพบสิ่งของต้องสงสัยหรือวัตถุต้องห้ามภายในเขตท่าอากาศยาน
เหตุลักษณะนี้แตกต่างจากอุบัติเหตุอากาศยานทั่วไป เพราะเจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงจากผู้ก่อเหตุที่อาจยังอยู่ในพื้นที่ วัตถุต้องสงสัยที่อาจก่ออันตรายเพิ่มเติม และการเคลื่อนย้ายผู้โดยสารโดยไม่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก
ลำดับการปฏิบัติงานจึงต้องเริ่มจากการรับแจ้งเหตุ การตรวจสอบข้อมูล การประเมินระดับภัยคุกคาม การแบ่งเขตพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่อันตราย ตลอดจนการประสานตำรวจ ทหาร ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หน่วยดับเพลิง ทีมแพทย์ และฝ่ายบริหารท่าอากาศยาน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ต้องดูแลการเดินทางของผู้โดยสาร เที่ยวบิน และการเข้าออกอาคาร เพราะการควบคุมพื้นที่ทั้งหมดโดยไม่มีแผนรองรับอาจสร้างความแออัดและกระทบการช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในจุดเสี่ยง
ความปลอดภัยไม่ได้อยู่ที่เครื่องตรวจเพียงอย่างเดียว
เมื่อกล่าวถึงความปลอดภัยในสนามบิน หลายคนอาจนึกถึงเครื่องเอกซเรย์สัมภาระ ประตูตรวจโลหะ หรือเจ้าหน้าที่ตรวจค้น แต่ระบบความปลอดภัยของท่าอากาศยานมีองค์ประกอบมากกว่านั้น
การป้องกันเหตุเริ่มตั้งแต่การกำหนดพื้นที่ควบคุม การตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะ การเฝ้าระวังผ่านกล้องวงจรปิด การคัดกรองข้อมูลข่าวกรอง และการฝึกบุคลากรให้สังเกตพฤติกรรมหรือวัตถุผิดปกติ
หากตรวจพบเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจว่า ควรปิดพื้นที่เพียงบางส่วน อพยพทั้งอาคาร หรือคงการให้บริการในพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง การตัดสินใจเหล่านี้ต้องอาศัยข้อมูลที่รวดเร็วและผู้สั่งการที่มีอำนาจชัดเจน
การฝึกซ้อมเต็มรูปแบบจึงทำหน้าที่ทดสอบทั้งเครื่องมือและคน เพราะแม้อุปกรณ์จะทันสมัย แต่หากบุคลากรไม่เข้าใจขั้นตอนหรือไม่สามารถประสานงานกันได้ ประสิทธิภาพของระบบก็ลดลงทันที
หลายหน่วยงานรวมกำลังในสถานการณ์เดียว
การฝึกซ้อมที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีหน่วยงานเข้าร่วมหลายภาคส่วน ได้แก่ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ ฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงราย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 15 เชียงราย สำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงราย สำนักข่าวกรองแห่งชาติประจำท่าอากาศยาน และโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการฉุกเฉินของสนามบินและหน่วยงานสนับสนุนด้านการสื่อสาร การดับเพลิง การกู้ภัย และการแพทย์ร่วมปฏิบัติ
การรวมหลายหน่วยงานไว้ในสถานการณ์เดียวมีความสำคัญ เพราะเหตุฉุกเฉินขนาดใหญ่ไม่สามารถจัดการโดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หน่วยรักษาความปลอดภัยของสนามบินอาจควบคุมพื้นที่เบื้องต้น แต่การติดตามผู้ก่อเหตุเป็นหน้าที่ของตำรวจ การจัดการวัตถุต้องสงสัยต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ขณะที่การช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บต้องอาศัยทีมแพทย์และระบบส่งต่อโรงพยาบาล
หากแต่ละฝ่ายเข้าพื้นที่โดยไม่มีศูนย์บัญชาการร่วม อาจเกิดคำสั่งซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกัน การฝึกซ้อมจึงต้องทดสอบโครงสร้างบัญชาการและช่องทางสื่อสารระหว่างหน่วยงานไปพร้อมกับทักษะเฉพาะด้าน
ทุกนาทีของการช่วยเหลือมีความหมาย
หนึ่งในส่วนสำคัญของการฝึกคือการทดสอบระยะเวลาตอบสนอง ตั้งแต่ได้รับแจ้งเหตุจนถึงการเข้าควบคุมพื้นที่ การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ และการส่งต่อโรงพยาบาล
ในเหตุการณ์ที่มีอาวุธหรือวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่ต้องช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บโดยไม่ทำให้ทีมกู้ภัยเข้าไปอยู่ในพื้นที่อันตรายเพิ่มขึ้น จึงต้องมีการแบ่งเขตและยืนยันความปลอดภัยก่อนเข้าสู่จุดเกิดเหตุ
ทีมการแพทย์ยังต้องคัดแยกผู้บาดเจ็บตามความเร่งด่วน เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้บาดเจ็บวิกฤตต้องได้รับการช่วยเหลือก่อน ขณะที่ผู้บาดเจ็บเล็กน้อยต้องถูกนำไปยังพื้นที่ปลอดภัยเพื่อลดความสับสน
การสื่อสารกับโรงพยาบาลก็มีผลต่อประสิทธิภาพของการส่งต่อ หากโรงพยาบาลทราบจำนวนและลักษณะผู้บาดเจ็บล่วงหน้า จะสามารถเตรียมห้องฉุกเฉิน ทีมแพทย์ เลือด และอุปกรณ์ได้เหมาะสมกว่าเมื่อผู้บาดเจ็บเดินทางถึงโดยไม่มีข้อมูล
ทบทวนข้อผิดพลาดหลังการฝึกคือหัวใจของความพร้อม
การฝึกซ้อมไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อสถานการณ์จำลองยุติ เพราะขั้นตอนที่สำคัญที่สุดอีกส่วนคือการรวบรวมปัญหาและข้อขัดข้องจากทุกหน่วยงาน
ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์และประเมินว่า การสั่งการชัดเจนหรือไม่ การสื่อสารติดขัดจุดใด อุปกรณ์เพียงพอหรือไม่ เส้นทางรถฉุกเฉินมีสิ่งกีดขวางหรือไม่ และบุคลากรเข้าใจหน้าที่ของตนตรงกันหรือไม่
ข้อกำหนดของ กพท. ระบุให้สนามบินทบทวนผลการฝึกซ้อมหรือเหตุฉุกเฉินจริง เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องและจัดเก็บบันทึกผลการประเมินไว้ การดำเนินการหลังการฝึกจึงมีสถานะเป็นส่วนหนึ่งของระบบมาตรฐาน ไม่ใช่กิจกรรมเพิ่มเติมตามความสมัครใจ
หากพบว่าจุดบัญชาการอยู่ไกลเกินไป ก็ต้องพิจารณาปรับตำแหน่ง หากวิทยุสื่อสารใช้ร่วมกันไม่ได้ ต้องกำหนดช่องทางกลาง หากรถพยาบาลเข้าพื้นที่ช้า ต้องทบทวนเส้นทางและจุดผ่านเข้าออก
ความพร้อมที่แท้จริงจึงไม่ได้หมายถึงการฝึกโดยไม่พบข้อผิดพลาด แต่หมายถึงการค้นพบข้อผิดพลาดก่อนเกิดเหตุจริงและแก้ไขได้ทันเวลา
สนามบินภูมิภาคคือโครงสร้างเศรษฐกิจของพื้นที่
ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ไม่ได้เป็นเพียงจุดขึ้นลงเครื่องบิน แต่เป็นประตูการเดินทางของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ นักลงทุน และประชาชนในจังหวัดเชียงรายกับพื้นที่ใกล้เคียง
เหตุด้านความปลอดภัยเพียงครั้งเดียวอาจสร้างผลกระทบกว้างกว่าพื้นที่สนามบิน ตั้งแต่ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ตารางเที่ยวบิน ธุรกิจโรงแรม การขนส่งสินค้า ไปจนถึงภาพลักษณ์ของจังหวัด
ดังนั้น การลงทุนด้านความปลอดภัยจึงเชื่อมกับเศรษฐกิจโดยตรง เมื่อนักเดินทางรู้สึกมั่นใจ สายการบินและผู้ประกอบการก็สามารถวางแผนบริการได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่จังหวัดสามารถใช้สนามบินเป็นส่วนหนึ่งของการดึงดูดการท่องเที่ยวและการลงทุน
แนวคิดการพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังปรากฏในนโยบายของกระทรวงคมนาคมและกรมท่าอากาศยาน ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับทั้งมาตรฐานความปลอดภัยและการขยายตัวของเศรษฐกิจท้องถิ่น
แม้ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน ไม่ใช่กรมท่าอากาศยาน แต่ทิศทางการยกระดับบุคลากรและมาตรฐานสนามบินภูมิภาคทั่วประเทศสะท้อนหลักเดียวกันว่า สนามบินจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนต้องพัฒนาคน ระบบ และอุปกรณ์ควบคู่กัน
บุคลากรต้องพร้อมก่อนสถานการณ์จริงมาถึง
กระทรวงคมนาคมรายงานว่า กรมท่าอากาศยานร่วมมือกับสถาบันการบินพลเรือนดำเนินแผนฝึกอบรมประจำปีงบประมาณ 2569 รวม 26 หลักสูตร โดยดำเนินการแล้ว 12 หลักสูตร และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 14 หลักสูตร ครอบคลุมงานด้านนิรภัย การรักษาความปลอดภัย และการบริหารสนามบิน
หลักสูตรสำคัญมีทั้งระบบการจัดการด้านนิรภัย การดับเพลิงและกู้ภัยอากาศยาน การบริหารสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบิน การตรวจค้น การจัดการวัตถุอันตราย การตรวจสอบภายในด้านการรักษาความปลอดภัย และการพัฒนาผู้จัดการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน
สถาบันการบินพลเรือนยังดำเนินหลักสูตรด้านการจัดการท่าอากาศยานและความปลอดภัยหลายรูปแบบ เพื่อให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานตามมาตรฐานสากล รวมถึงหลักสูตรผู้จัดการด้านการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานและการปฏิบัติการสนามบิน
การฝึกบุคลากรมีความสำคัญเพราะภัยคุกคามด้านการบินเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตั้งแต่วัตถุต้องห้ามรูปแบบใหม่ การโจมตีระบบเทคโนโลยี การใช้โดรนในพื้นที่หวงห้าม ไปจนถึงการก่อเหตุโดยบุคคลที่มีพฤติกรรมผิดปกติ
เจ้าหน้าที่จึงต้องเรียนรู้และทบทวนทักษะอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถอาศัยประสบการณ์จากการอบรมครั้งเดียวตลอดอายุการทำงาน
ผู้โดยสารมีบทบาทในระบบความปลอดภัย
แม้การฝึกซ้อมจะมุ่งทดสอบหน่วยงานรัฐและเจ้าหน้าที่สนามบิน แต่ผู้โดยสารและประชาชนก็มีบทบาทสำคัญต่อระบบความปลอดภัย
หากพบกระเป๋าหรือสิ่งของที่ไม่มีเจ้าของ ไม่ควรสัมผัส เคลื่อนย้าย หรือเปิดดูด้วยตนเอง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที พร้อมจดจำตำแหน่ง ลักษณะสิ่งของ และบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องเท่าที่สามารถทำได้โดยไม่เข้าใกล้พื้นที่เสี่ยง
เมื่อเกิดเหตุ ผู้โดยสารควรปฏิบัติตามประกาศของสนามบิน หลีกเลี่ยงการย้อนกลับไปเอาสัมภาระ และไม่เผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะข่าวลืออาจทำให้ผู้คนตื่นตระหนกหรือเปิดเผยตำแหน่งการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
การถ่ายภาพหรือถ่ายทอดสดใกล้พื้นที่ควบคุมอาจรบกวนการปฏิบัติและเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ก่อเหตุได้ ความร่วมมือของประชาชนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว
ความปลอดภัยต้องเดินคู่กับการสื่อสารที่น่าเชื่อถือ
เหตุฉุกเฉินในสนามบินมักได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์ หากหน่วยงานสื่อสารล่าช้า ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจกระจายก่อนข้อเท็จจริง
สนามบินจึงต้องมีผู้รับผิดชอบด้านการสื่อสารที่สามารถแจ้งข้อมูลสำคัญ เช่น พื้นที่ที่ปิดให้บริการ เที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบ ช่องทางเดินทางสำรอง และคำแนะนำสำหรับผู้โดยสาร โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดที่กระทบการปฏิบัติของฝ่ายความมั่นคง
การฝึกซ้อมควรทดสอบส่วนนี้พร้อมกับการกู้ภัย เพราะความเงียบของหน่วยงานอาจสร้างความวิตกกังวลไม่ต่างจากความผิดพลาดด้านปฏิบัติการ
ข้อมูลต้องรวดเร็วแต่ไม่เร่งจนผิดพลาด ต้องโปร่งใสแต่ไม่กระทบความปลอดภัย และต้องใช้ภาษาที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ ไม่ใช่คำศัพท์เฉพาะที่ทำให้เกิดความสับสนเพิ่มขึ้น
การซ้อมหนึ่งวันต้องนำไปสู่ความพร้อมทุกวัน
CREMEX 26 ทำให้เห็นภาพการรับมือเหตุโจมตีและวัตถุต้องสงสัยในระดับเต็มรูปแบบ แต่คุณค่าของการฝึกจะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อข้อค้นพบถูกนำไปปรับปรุงแผนและการปฏิบัติงานประจำวัน
ท่าอากาศยานต้องทบทวนทั้งจำนวนบุคลากร ความพร้อมของรถดับเพลิง เครื่องมือกู้ภัย ชุดปฐมพยาบาล ระบบกล้องวงจรปิด การสื่อสารสำรอง และเส้นทางอพยพ
หน่วยงานภายนอกต้องทราบจุดรวมพล ช่องทางเข้าเขตสนามบิน และโครงสร้างบัญชาการล่วงหน้า ไม่ใช่เริ่มทำความเข้าใจเมื่อได้รับแจ้งเหตุ
ขณะเดียวกัน การฝึกบางส่วนและการฝึกบนโต๊ะต้องดำเนินต่อเนื่องตามรอบที่กำหนด เพื่อให้บุคลากรใหม่เข้าใจระบบ และทำให้หน่วยงานสามารถทบทวนสถานการณ์ภัยรูปแบบอื่นได้โดยไม่ต้องรอการซ้อมใหญ่ครั้งถัดไป
จากสถานการณ์จำลองสู่ความเชื่อมั่นของเชียงราย
การฝึกซ้อมเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ไม่ได้หมายความว่าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กำลังเผชิญภัยเฉพาะหน้า แต่สะท้อนการเตรียมพร้อมตามมาตรฐานที่สนามบินต้องดำเนินการเป็นประจำ
ผลที่ประชาชนควรได้รับไม่ใช่เพียงภาพรถฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่จำนวนมากในวันฝึก แต่คือระบบที่ตอบสนองได้เร็วขึ้นเมื่อเกิดเหตุจริง มีคำสั่งชัดเจน ลดความสูญเสีย และสามารถฟื้นฟูการให้บริการกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างปลอดภัย
สำหรับจังหวัดที่พึ่งพาการเดินทาง การท่องเที่ยว และการค้าระหว่างภูมิภาคอย่างเชียงราย ความปลอดภัยของสนามบินคือส่วนหนึ่งของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต
ทุกครั้งที่ผู้โดยสารเดินผ่านจุดตรวจ เข้าอาคาร หรือขึ้นเครื่องบิน ความมั่นใจที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการมองเห็นเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียว แต่เกิดจากแผนงาน การฝึกฝน และการประสานงานของหลายหน่วยงานที่อยู่เบื้องหลัง
ท้ายที่สุด ความสำเร็จของ CREMEX 26 จะไม่ได้วัดจากความสมจริงของสถานการณ์จำลองเท่านั้น แต่ต้องวัดจากจำนวนข้อบกพร่องที่ถูกแก้ไข ความพร้อมของบุคลากรที่เพิ่มขึ้น และความสามารถของทุกหน่วยงานในการปกป้องชีวิตประชาชนเมื่อเหตุการณ์ที่ไม่มีใครต้องการเกิดขึ้นจริง
ที่มา : nakornchiangrainews.com / วันที่เผยแพร่ 15 กรกฎาคม 2569









