![]()
กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ขอประชาชน อย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือน ยืนยันทหาร-ตำรวจ ทำงานร่วมกันใกล้ชิด ไม่มีการควบคุมตัวตำรวจตามที่มีการเผยแพร่
จากกรณีที่มีการเผยแพร่และส่งต่อข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่ามีการควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสู่กระบวนการสอบสวนนั้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 สน.) ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และปัจจุบันไม่มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด
การเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จโดยปราศจากข้อเท็จจริง อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม สร้างความสับสน และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งยังอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ผู้ที่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย หากการกระทำนั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หน่วยงาน หรือกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
ภายหลังเกิดเหตุการณ์ หน่วยงานฝ่ายทหารและฝ่ายตำรวจได้ประชุมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และบูรณาการการปฏิบัติร่วมกันอย่างใกล้ชิดตามขั้นตอนปกติ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง สนับสนุนการสืบสวนสอบสวน และเร่งคลี่คลายคดีตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ดำเนินการร่วมกันมาโดยตลอดเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ
เจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยงานต่างแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น และยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยความเป็นมืออาชีพ บนพื้นฐานของความไว้วางใจ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน และการบูรณาการความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมทั้งสร้างความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือจากประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานของรัฐหรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือก่อนเชื่อหรือส่งต่อข้อมูล เพื่อป้องกันการสร้างความเข้าใจผิด ลดผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีที่มุ่งสร้างความแตกแยกในสังคม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันด้วยความสามัคคี โปร่งใส ยึดหลักกฎหมาย หลักนิติธรรม และประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และสันติสุขที่ยั่งยืนให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา นำเสนอข่าวการเชิญตัวตำรวจ 4 นาย เข้ากระบวนการซักถาม เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งด่านในวันโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส
ทั้งนี้ เนื่องจากมีการมองว่า คนร้ายที่โจมตีจุดตรวจ และทำร้ายทหารพรานขณะปฏิบัติหน้าที่ ใช้รถกระบะเป็นพาหนะ ซึ่งน่าจะต้องผ่านด่านตรวจของตำรวจ และเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นมาก่อน จึงจะเข้าถึงจุดตรวจบูเก๊ะซามีได้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การนำเสนอข่าวของ ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา ไม่ได้ระบุว่ามีการควบคุมตัวตำรวจเข้ากระบวนการสอบสวน ซึ่งจะหมายถึงการสอบสวนในทางอาญา
แต่ข่าวของศูนย์ข่าวภาคใต้ ระบุว่า เป็นการเชิญตัวเข้า “ซักถาม” หรือ “สอบถาม” ซึ่งไม่ใช่กระบวนการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแต่อย่างใด และไม่ได้เป็นการนำเสนอเพื่อบันทอนความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ โดยในเนื้อหาของข่าวมีแหล่งข้อมูลยืนยัน ทั้งเพื่อนตำรวจ และนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา แต่แหล่งขาวทุกนายไม่ขอออกชื่อ เนื่องจากเกรงผลกระทบในทางราชการที่จะตามมา
นอกจากนั้น ทันทีที่มีข่าวลือเกี่ยวกับการเชิญตัวตำรวจเข้ากระบวนการซักถาม ทางทีมข่าวได้พยายามติดต่อเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วย โดยเฉพาะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ข้อมูลกับสื่อ แต่ไม่มีหน่วยใดยอมให้ข้อมูลข้อเท็จจริง และไม่ได้ปฏิเสธข่าว ณ เวลานั้นเลย
ที่มา : isranews.org / เผยแพร่วันที่ 30 ก.ค.69
Link : https://www.isranews.org/…s/other-news/148193-isocpol







