![]()
KEY POINTS
- รัฐบาลเยอรมนีประกาศยกระดับการเตือนภัยก่อการร้ายสู่ “ขั้นสูง” หลังหน่วยข่าวกรองพบข้อมูลและแผนการโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเตือนว่าอาจเกิดเหตุได้ทุกเมื่อ
- รัฐบาลเตรียมพิจารณาปฏิรูปกฎหมายเพื่อขยายอำนาจให้หน่วยข่าวกรองสามารถปฏิบัติการโดยตรงในสถานการณ์เสี่ยงสูงได้ จากเดิมที่ทำได้เพียงรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
- การยกระดับเตือนภัยและแก้กฎหมายเป็นผลมาจากเหตุการณ์ก่อการร้ายรุนแรงหลายครั้งในเยอรมนีช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยในประเทศ
สำนักข่าว First Post รายงานว่า รัฐบาลเยอรมนี ประกาศยกระดับการเตือนภัยคุกคาม จากการก่อการร้ายระดับชาติ สู่ระดับ “ขั้นสูง” (High) จากเดิมที่อยู่ในระดับ “นามธรรม” (Abstract) หลังหน่วยข่าวกรองตรวจพบข้อมูลและแผนการโจมตีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกระทรวงมหาดไทย เตือนว่าเหตุวินาศกรรมอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน รัฐบาลเตรียมเดินหน้าพิจารณาขยายอำนาจหน่วยงานข่าวกรอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับภัยความมั่นคงที่กำลังคุกคามประเทศ
อเล็กซานเดอร์ โดบรินด์ต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเยอรมนี เปิดเผยผ่านบทสัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ Welt am Sonntag ว่า การปรับระดับการเตือนภัยในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการประเมินสถานการณ์ใหม่ตามปริมาณข้อมูลข่าวกรอง ที่บ่งชี้ถึงภัยคุกคามจากการก่อการร้ายที่เพิ่มสูงขึ้น
“ปริมาณรายงานและข้อมูลข่าวกรองที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องตัดสินใจยกระดับการเตือนภัยคุกคามจากเดิมที่เคยกำหนดไว้ในระดับนามธรรม ขึ้นสู่ระดับความเสี่ยงสูง ซึ่งหมายความว่าเยอรมนีต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงของการก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ” โดบรินด์ตกล่าว
สำนักข่าว Reuters รายงานอ้างอิงคำกล่าวของ โดบรินด์ต ว่า ทางการสามารถระบุถึงแผนการโจมตีเยอรมนีได้อย่างชัดเจน โดยได้กล่าวเตือนว่า เป้าหมายของการคุกคามในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังพุ่งเป้าไปที่บุคคลและสถาบันสาธารณะต่างๆ ด้วย รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ ยังเตรียมพิจารณาการปฏิรูปกฎหมายข่าวกรองครั้งใหญ่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 13 ส.ค. เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นนี้ด้วย โดยสำนักข่าว DW รายงานว่า ร่างกฎหมายฉบับใหม่จะเปิดทางให้หน่วยข่าวกรองสามารถดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดหรือลงมือปฏิบัติการโดยตรงในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง จากเดิมที่บทบาทของหน่วยงานถูกจำกัดอยู่เพียงการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเท่านั้น
“เป้าหมายคือการพัฒนาระบบข่าวกรองให้กลายเป็นหน่วยสืบราชการลับที่แท้จริง เพื่อให้เรายังคงมีขีดความสามารถในการแข่งขัน และสามารถทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในต่างประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” รัฐมนตรีมหาดไทยของเยอรมนีกล่าว
ภายใต้ร่างกฎหมายฉบับแก้ไขนี้ เจ้าหน้าที่ข่าวกรองภายในประเทศจะได้รับอำนาจในการบุกเข้าตรวจค้นอาคารบ้านเรือนในกรณีฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย หากประเมินแล้วว่ากำลังตำรวจไม่สามารถระงับเหตุได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม โดบรินด์ต ย้ำชัดเจนว่าอำนาจในการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยจะยังคงเป็นหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดิม
ความเคลื่อนไหวในการยกระดับเตือนภัยและเร่งแก้ไขกฎหมายความมั่นคงในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญหลายครั้งที่เยอรมนีต้องเผชิญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยในประเทศ โดยเมื่อเดือนที่แล้ว ศาลเพิ่งมีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แพทย์ชาวซาอุดีอาระเบียที่ก่อเหตุขับรถเช่าพุ่งชนฝูงชนในตลาดคริสต์มาสที่เมืองมักเดบวร์ก ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อเดือนธันวาคม 2024 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 รายและบาดเจ็บอีกนับร้อยคน
นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา ศาลเยอรมนี ยังได้ตัดสินลงโทษชายชาวซีเรียจากเหตุไล่แทงคนในงานเทศกาลที่เมืองโซลิงเงน ทางตะวันตกของประเทศเมื่อปี 2024 จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 10 ราย
เหตุการณ์ความสูญเสียต่อเนื่องเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้รัฐบาลต้องเร่งขยายอำนาจหน่วยงานความมั่นคง เพื่อป้องกันและรับมือกับแนวโน้มภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคต
ที่มา : bangkokbiznews.com / วันที่เผยแพร่ 20 กรกฎาคม 2569







