![]()
รัฐบาลสหรัฐสั่งห้ามนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ของจีน’ กังวลกระทบความมั่นคงชาติ
รัฐบาลทรัมป์ประกาศห้ามนำเข้าหุ่นยนต์จีนรุ่นใหม่และเครื่องแปลงไฟฟ้ารุ่นใหม่ เพื่อพยายามปกป้องการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของสหรัฐจากภัยคุกคามด้านความมั่นคงของชาติ และดึงอุตสาหกรรมสำคัญที่คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วกลับมายังประเทศ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะกรรมการการสื่อสารแห่งสหรัฐอเมริกา (FCC) ได้ประกาศมาตรการต่างๆ เมื่อวันอังคาร (28 ก.ค.) ซึ่งเป็นมาตรการห้ามนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขารุ่นใหม่จากจีน รวมถึงอินเวอร์เตอร์ไฟฟ้าหรือเครื่องแปลงไฟฟ้าที่เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อแหล่งพลังงานหมุนเวียนและแบตเตอรี่เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์สำหรับศูนย์ข้อมูล (data center equipment)
มาตรการห้ามดังกล่าวซึ่งรายงานจากรอยเตอร์เป็นที่แรก แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์มีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องห่วงโซ่อุปทานปัญญาประดิษฐ์ของสหรัฐจากภัยคุกคามจีน ทั้งการขัดขวาง การขโมยข้อมูล และการโจมตีทางไซเบอร์ ขณะเดียวกันก็ผลักดันให้บริษัทต่างๆ ย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐ
“อุปกรณ์เหล่านี้อาจสร้างความอ่อนไหวในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติสหรัฐ และอาจสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่คุกคามโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของอเมริกา” FCC ระบุในแถลงการณ์ FCC จะยังคงทำหน้าที่ของเราต่อไปเพื่อรักษาความปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของอเมริกา เบรนแดน คาร์ ประธาน FCC กล่าวเสริมในแถลงข่าว
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ได้เตือนไว้ว่าบริษัทเอไอจีนอาจเผชิญกับการคว่ำบาตรจากสหรัฐ ฐานขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ
ขณะที่สถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันแถลงว่า ปักกิ่งขอเรียกร้องให้สหรัฐ รับฟังความคิดเห็นอย่างเที่ยงธรรมและมีเหตุผลจากภาคธุรกิจทั้งสองประเทศ” และ “หยุดใส่ร้ายป้ายสีบริษัทจีน รวมถึงการข่มขู่ว่าจะคว่ำบาตร”
สถานทูตระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจีนจะ “ดำเนินการทุกวิถีทางที่จำเป็นเพื่อตอบโต้การกระทำใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของตน”
อนึ่ง มาตรการดังกล่าวที่มีผลบังคับใช้ทันทีที่ประกาศ จะมีผลกับเฉพาะกับหุ่นยนต์และอินเวอร์เตอร์รุ่นที่ยังไม่วางจำหน่ายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม FCC มีอำนาจในการเพิกถอนใบอนุญาตจำหน่ายรุ่นที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในสหรัฐอเมริกาด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ แหล่งข่าวอีก 4 ราย เผยว่า หลังมีประกาศห้ามล่าสุด คาดว่า FCC อาจยกเว้นให้กับซัพพลายเออร์ที่ไม่ใช่บริษัทจีนจำนวนมาก เช่นเดียวกับที่เคยดำเนินการในการสั่งห้ามนำเข้าโดรนและเราเตอร์จากต่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้
เจ้าหน้าที่สหรัฐยังคงพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่หวั่นซ้ำรอยกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเทคโนโลยีที่จีนยังคงครองตลาดอยู่มาก จนปักกิ่งสามารถใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงแร่เหล่านี้เพื่อสร้างผลประโยชน์มหาศาลในเวทีระหว่างประเทศ
ตามข้อมูลของ Counterpoint Research คาดว่า การห้ามนำเข้าหุ่นยนต์รุ่นใหม่จากจีนอาจกระทบบริษัท Unitree ซึ่งเป็นผู้นำด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่มีส่วนแบ่งตลาดเกือบ 1 ใน 5 ของโลก บริษัทดังกล่าวซึ่งเป็นหนึ่งในสามบริษัทจีนที่ครองอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตและได้รับความสนใจอย่างมาก เพิ่งถูกระบุเข้าไปรายชื่อบริษัทที่ถูกกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวหาว่า ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพจีน และนั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าพวกเขาอาจเผชิญกับมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นของสหรัฐ
เมื่อไม่นานมานี้ Unitree เพิ่งร่วมมือกับเอ็นวิเดีย (Nvidia) ในการใช้ชิป Blackwell ที่ล้ำสมัย เพื่อขับเคลื่อนสมองของหุ่นยนต์ Unitree เอ็นวิเดียยืนยันว่าข้อมูลจากหุ่นยนต์จะยังคงอยู่ในสหรัฐ และลูกค้าหลักของ Unitree คือสถาบันการศึกษาและการวิจัยในสหรัฐ แต่กลุ่มที่ต่อต้านจีนเกรงว่าหุ่นยนต์เหล่านี้อาจสอดแนมอุตสาหกรรมสำคัญของสหรัฐ ดึงข้อมูลและส่งข้อมูลไปยังปักกิ่ง หรือขัดขวางการทำงานสำคัญต่างๆ
ด้าน FCC ระบุในแถลงเมื่อวันอังคารว่า “หุ่นยนต์รวบรวมข้อมูลที่ผู้ไม่ประสงค์ดีอาจนำไปใช้ในการสอดแนมชาวอเมริกัน เพิ่มขีดความสามารถของหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ หรือควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกลได้”
จอห์น มูเลนาร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐมิชิแกน พรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการพิเศษของสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยกิจการเกี่ยวกับจีน และผู้เคยเสนอกฎหมายมุ่งเป้าไปที่หุ่นยนต์จีนเพื่อให้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ และการสั่งห้ามใช้งาน กล่าวสนับสนุน FCC ว่า การดำเนินการของหน่วยงานเป็นไปเพื่อปกป้องประเทศ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของประเทศ
ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก นำโดยบริษัท Sungrow Power Supply และหัวเว่ย (Huawei) ซึ่งถูกสหรัฐคว่ำบาตรอย่างหนักอยู่แล้ว และปักกิ่งกำลังขยายส่วนแบ่งในตลาดอินเวอร์เตอร์ของตะวันตกด้วยการลดราคาลง
ก่อนหน้านี้รอยเตอร์เคยรายงานว่า FCC กำลังดำเนินการแบนอินเวอร์เตอร์จากจีน ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินการล่าสุดของยุโรปและความกังวลเกี่ยวกับการขัดขวางและการติดตั้งมัลแวร์ ด้าน Unitree, Sungrow และหัวเว่ย ยังไม่ตอบกลับคำขอความคิดเห็นในทันที
นักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ติดตั้ง “สมอง” ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จะนำมาใช้อย่างแพร่หลายในภาคผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรม และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในสหรัฐจะต้องพึ่งพาแหล่งผลิตอินเวอร์เตอร์ที่เชื่อถือได้ และตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าสหรัฐจะพึ่งพาซัลพลายเออร์จากที่ใดเป็นหลัก
ที่มา : bangkokbiznews.com / เผยแพร่วันที่ 29 ก.ค.69
Link : https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1245186







