![]()
นักวิจัยจากบริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์ “เซนทิเนลวัน” กล่าวว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของปากีสถานหลายแห่ง ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ที่แยกกัน ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์ที่เกี่ยวข้องกับจีนและอินเดีย
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า การโจมตีเหล่านี้เผยให้เห็นถึงความพยายามจากต่างประเทศ ในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความท้าทายด้านความมั่นคงของปากีสถาน รวมถึงความรุนแรงจากกลุ่มติดอาวุธ ความตึงเครียดกับอัฟกานิสถาน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน
นายอเล็กซานดาร์ มิเลนโคสกี นักวิจัยภัยคุกคามหลักจากเซนทิเนลวัน ระบุในบล็อกที่เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ว่า เมื่อผู้กระทำการจารกรรมทางไซเบอร์หลายราย ดำเนินการโจมตีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายแห่งของรัฐเดียว การรวมกันนั้นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงคุณค่าของเป้าหมาย
“สิ่งที่ดึงดูดพวกเขาคือ สถาบันประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ และนั่นคือสถาบันที่ดูแลภาพรวมด้านความมั่นคงภายในของรัฐบาล สถาบันที่ทราบเกี่ยวกับภัยคุกคามภายในพรมแดน และรู้วิธีรับมือกับภัยคุกคามเหล่านั้น” มิเลนโคสกี กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า หน่วยงานที่ตกเป้าหมายของการโจมตี มีบทบาทในการตรวจสอบภัยคุกคามภายในและภายนอกประเทศ ตลอดจนประสานงานการตอบสนองของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานภาครัฐ
ขณะที่เซนทิเนลวันระบุว่า บริษัทพบหลักฐานการโจมตีและการบุกรุกทางไซเบอร์หลายครั้ง ซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับจีนและอินเดีย ระหว่างเดือน ก.พ. 2567 ถึงเดือน เม.ย. 2569 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีต่อตำรวจจังหวัดบาลูจิสถาน
รายงานระบุเสริมว่า ความสนใจของจีนต่อหน่วยงานเหล่านี้ อาจเชื่อมโยงกับความปลอดภัยของชาวจีนที่ทำงานในปากีสถาน ซึ่งตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีร้ายแรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนความสนใจจากกลุ่มที่เชื่อมโยงกับอินเดีย อาจเกี่ยวข้องกับความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ และท่าทีด้านความมั่นคงโดยรวมของปากีสถาน.
เครดิตภาพ : REUTERS
ที่มา : สำนักข่าวเดลินิวส์ / เผยแพร่วันที่ 10 ก.ค.69
Link : https://www.dailynews.co.th/news/6015544/







