![]()
รายงานจาก Group-IB เผยพฤติกรรม กลุ่มคนทำงานด้านไอทีจากเกาหลีเหนือ (DPRK IT workers) หรือที่ไมโครซอฟต์เรียกว่า Jasper Sleet แทรกซึมเข้าสู่บริษัทซอฟต์แวร์และไอทีระดับโลก โดยสร้าง ตัวตนปลอม (Synthetic Identities) ขึ้นมาหลอกว่าเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์มากประสบการณ์ ประกาศหางานบนแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง GitHub, LinkedIn, Upwork
อธิบายให้เข้าใจก่อนว่า Synthetic Identity (อ้างอิงจากเว็บไซต์ CyberArk) หมายถึง ตัวตนปลอมที่สร้างขึ้นโดยผสานข้อมูลจริงเข้ากับข้อมูลเท็จ แล้วต่อเติมเสริมแต่งข้อมูลตัวตนใหม่หรืออัตลักษณ์ใหม่ให้ดูน่าเชื่อถือ เสมือนว่ามีตัวตนจริง แล้วนำข้อมูลตัวตนปลอมไปใช้แสวงหาประโยชน์ทางการเงินด้วยวิธีที่ผิดกฎหมาย เช่น เปิดบัญชีธนาคาร, ขอสินเชื่อ, ฉ้อโกง
ต่อยอดการค้นหา สืบค้น Synthetic Identity
สำหรับบทความนี้ ทาง Group-IB ศึกษาวิจัยโดยต่อยอดจากรายงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะของ GitLab ที่ปรากฏในบทความ ‘GitLab Threat Intelligence Team reveals North Korean tradecraft’ เกี่ยวกับกลุ่มคนทำงานด้านไอทีจากเกาหลีเหนือ (Democratic People’s Republic of Korea (DPRK))โดยทีมข่าวกรองภัยคุกคามของ Group-IB นำข้อมูลมาสืบค้นต่อว่า บัญชีที่ถูกเปิดโปงโดย GitLab น่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่ายขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้อาจยังคงทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มอื่น แม้ว่าบัญชีผู้ใช้งานจะถูกระงับไปแล้วก็ตาม
Source : https://www.group-ib.com
ด้านอีเมลที่ Group-IB กล่าวถึง คือ [email protected] ซึ่งเมื่อนำมาขยายผลต่อจากข้อมูลโอเพนซอร์ส (Open-source pivoting) ก็พบบัญชี GitHub ชื่อ ‘cybersage14’ ส่งเรซูเม่สมัครงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 ในสายงานนักพัฒนาเว็บแบบ Full-stack ด้วยประสบการณ์ 8 ปี
ตอนแรกบัญชีดังกล่าวใช้ชื่อ Nicolas Edgardo อ้างว่าอาศัยอยู่ในบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ส่วนภาพที่เกี่ยวข้องก็ดูเหมือนว่าใช้ AI ปรับแต่งอย่างมาก
มาในเดือนพฤษภาคม 2024 บัญชี ‘cybersage14’ เดียวกันนี้โพสต์ประกาศหางานอีกครั้ง แต่คราวนี้ใช้ชื่อว่า Caddo Smith โดยอ้างว่ามาจากรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา
การเปลี่ยนตัวตนครั้งนี้เป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้แรกๆ ที่แสดงให้เห็นว่า บัญชีนี้ถูกใช้เปลือกครอบตัวตนที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ มากกว่าที่จะเป็นตัวแทนของบุคคลคนเดียว
Group-IB ยังระบุถึงการเชื่อมโยงกับชื่อ daren1028 ซึ่งมีข้อมูล Metadata ที่เปิดเผยอีเมล [email protected] และในที่เก็บข้อมูลก็มีข้อมูลอ้างอิงที่เชื่อมโยง daren1028 กลับไปยังตัวตนของ Caddo Smith และอีกสิ่งที่ Group-IB สังเกตเห็นคือ รูปแบบการตั้งชื่อบัญชีอื่นๆ เช่น adminGit71 และ darentGit28 ซึ่งบ่งชี้ว่า อาจช่วยให้ผู้ดูแลระบบติดตามหรือแยกตัวตนจากหลายๆ ชื่อได้
นอกจากนี้ ยังมีอีกตัวตนของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ชื่อ tech-veteran-71 ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ติดตาม cybersage14 ที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศเดียวกัน จากการมีโปรไฟล์ที่ใช้โปรเจกต์เกือบเหมือนกันและนำเสนอตัวเองว่าเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์อาวุโสที่มีประสบการณ์ 8 ปีเช่นกัน ทั้งนี้ เอกสารผลงานและประวัติย่อของ tech-veteran-71 ใช้ชื่อ Mirko Djuricic และ Aaron Groenke ซึ่งดูไม่สอดคล้องกันเท่าไหร่
ชื่อ ‘cybersage14’ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Group-IB ค้นพบการเชื่อมโยงไปยังระบบนิเวศข้อมูลตัวตนปลอม (Personas) แหล่งเก็บไฟล์ข้อมูล (Repositories) และหลักฐานอีกสารพัดที่มีไว้เพื่อส่งเสริมความน่าเชื่อถือ
ยิ่งเมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกัน ยิ่งทำให้เห็นโครงสร้างที่เป็นระบบ โดยสิ่งที่ Group-IB สรุปไว้คือ พบขั้นตอนการทำงานที่มีโครงสร้างชัดเจนและทำซ้ำได้ ทั้งวิธีการสร้างตัวตน การรักษาตัวตน และยังมีการส่งต่อ ‘แพ็กเกจข้อมูลตัวตนปลอม’ ระหว่างกลุ่มคนทำงานด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง/จัดหาตัวตนปลอม สร้างประวัติการทำงานในฐานะ Developers หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ดูน่าเชื่อถือ สร้างพอร์ตโฟลิโอและแหล่งรวมโปรเจกต์ให้ดูมีน้ำหนักมากขึ้น ตลอดจนการรักษาสถานะช่องทางการสื่อสาร ช่องทางชำระเงินที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเตรียมชุดคำตอบสำหรับการสมัครงานที่ผ่านการปรับแต่งมาโดยเฉพาะ
เทคนิคที่ใช้ กับการทำงานเป็นระบบ จับจุดเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย
หนึ่งในข้อค้นพบที่สำคัญ คือ ความเชื่อมโยงของข้อมูลกับกิจกรรมในปี 2021 ที่เกี่ยวข้องกับอีเมล [email protected] บัญชีบน Upwork แพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ขนาดใหญ่ ซึ่งพนักงานไอทีเกาหลีเหนือมักใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการจ้างงานทางไกล
Group-IB ลุยต่อโดยใช้ระบบ DarkWeb (Group-IB DarkWeb forum monitoring) ตรวจสอบฟอรัม พบว่าบัญชีเดียวกันนี้ ([email protected]) เคยพยายามซื้อบัญชี Upwork ที่ได้รับการยืนยันตัวตนแล้วหลายครั้งในปี 2021 โดยใช้ชื่อ Talas
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ Group-IB ตรวจพบอีกว่าชื่อ Atsuo Koizumi ที่เชื่อมโยงกับบัญชี GitHub ในชื่อ up-pro มีประวัติในฐานข้อมูลว่า เคยใช้ชื่อ ‘mr-new-0509’ มาก่อน
ขณะวิเคราะห์โค้ดและไฟล์ในคลังเก็บข้อมูล cybersage14 ยังพบการอ้างอิงถึงชื่อ Dejan Teofilovic ทั้งยังพบหลักฐานอีกว่า โฟลเดอร์ข้อมูลของ Dejan Teofilovic เป็นหนึ่งในบัญชีที่ถูกซื้อจากนายหน้า (Broker) ของ Upwork
ส่วนเทคนิคที่ใช้ Group-IB สรุปว่า กลุ่มคนทำงานไอทีจากเกาหลีเหนือไม่ได้ใช้มัลแวร์ในการโจมตีแบบดั้งเดิม แต่ใช้รูปแบบ การเข้าถึง (องค์กร) เป้าหมายผ่านการจ้างงาน (Labor-enabled access model) ด้วยเทคนิค
1) วิศวกรรมสังคม (Social Engineering) คือ โน้มน้าวให้เชื่อและคลิกดูข้อมูล
2) การสร้างตัวตนปลอม (Synthetic Identity) บนแพลตฟอร์มหางานยอดนิยม เช่น GitHub, LinkedIn, Upwork ร่วมกับการทำงานกันเป็นเครือข่าย และ
3) การใช้แพลตฟอร์มไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ตั้งต้น
ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี AI ช่วย เช่น ใช้ ChatGPT เขียนตอบโต้กับนายจ้างบนแพลตฟอร์มต่างๆ ใช้ ChatGPT สร้างเรซูเม่ ตลอดจนใช้ปรับแต่งข้อมูลพอร์ตโฟลิโอ และปรับแต่งภาพถ่ายซ้ำๆ ของ Synthetic Identities ในหลายตัวตน
และเพื่อตบตาบริษัทนายจ้าง หลังจาก DPRK IT workers ได้งานทางไกลก็จะอาศัย Laptop farms หรือ เครือข่ายแล็ปท็อปของอาชญากรที่จัดตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกาซึ่งมักทำงานร่วมกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ สวมรอยเป็น Remote Workers รับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และรีโมทเข้าสู่ระบบเครือข่ายองค์กร แบบไม่ให้บริษัทต้นทางตรวจสอบที่ตั้งหรือที่อยู่จริงของคนทำงานได้
ด้านเป้าหมายหลักที่กลุ่มคนทำงานไอทีสร้าง Synthetic Identities ขึ้นมา ก็เพื่อหาเงินสนับสนุนโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือ รวมถึงขโมยข้อมูลสำคัญอย่างซอร์สโค้ดองค์กร ลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนความลับทางการค้า แล้วข่มขู่เรียกเงินจากองค์กรที่ได้เข้าไปเป็น Remote Workers
แล้วองค์กรจะรับมือ ‘ตัวตนปลอม’ อย่างไร
Souce : https://www.microsoft.com
ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของ Synthetic Identity คือ ตรวจจับได้ยาก เพราะมี ‘ข้อมูลจริง’ ปะปนอยู่ ทำให้โปรไฟล์เหล่านี้สามารถหลบเลี่ยงระบบยืนยันตัวตน (Verification protocols) แบบดั้งเดิมขององค์กรต่างๆ ได้
เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มาในรูปแบบ ‘ตัวตนปลอม’ Group-IB ย้ำว่า องค์กรควร ยกระดับการตรวจสอบตัวตนของผู้สมัครอย่างเข้มงวด เช่น
-ให้ผู้สมัครเปิดกล้องวิดีโอสัมภาษณ์แบบไม่ใช้ฟิลเตอร์ (ภาคบังคับ) เพื่อป้องกันการใช้ AI ปลอมแปลงใบหน้า
-ให้แผนกการเงินตรวจสอบบัญชีธนาคารที่ผู้สมัครใช้รับเงินเดือนอย่างเข้มงวด ว่าใช้ชื่อเดียวกัน ข้อมูลตรงกัน และหากพนักงานต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชีธนาคารใดๆ ในนาทีสุดท้าย อาจต้องมีการตรวจสอบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
-จำกัดการใช้อุปกรณ์ส่วนตัวในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ขององค์กร โดยใช้หลักการ ‘ให้สิทธิ์เข้าถึงขั้นต่ำสุด’ เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานใหม่ที่ทำงานทางไกลจะมีสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะเครือข่ายหรือข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น
-สังเกตพนักงานใหม่ที่หลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์ เช่น การประชุม การสนทนาผ่าน Teams หรือ Meets
-เฝ้าระวังพฤติกรรมการเข้าถึงระบบเครือข่ายที่ผิดปกติ รวมถึงคอยตรวจสอบการเข้าถึงพื้นที่เก็บโค้ด กิจกรรมการคัดลอกโค้ดจำนวนมากนอกเวลาทำงานปกติ
ในมุมของ Microsoft ให้คำแนะนำไว้หลายข้อ ดังนี้
-ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้สมัครงานมีข้อมูลดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์จริง (ไม่ใช่ VoIP) ที่อยู่ และบัญชีโซเชียลมีเดีย ต้องไม่ไปคล้ายคลึงกับบัญชีของบุคคลอื่น หรือไม่ได้ถูกใช้โดยบัญชีอื่น
-ตรวจสอบประวัติการทำงานอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าชื่อ ที่อยู่ และวันที่ตรงกัน และอาจติดต่อบุคคลอ้างอิงทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลล์ร่วมด้วย
-ตรวจสอบพนักงานของบริษัทจัดหางานเข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากนี่เป็นช่องทางที่ง่ายที่สุดสำหรับอาชญากรไซเบอร์ที่จะแทรกซึมเข้าสู่บริษัทเป้าหมาย
-ตรวจสอบว่าผู้สมัครงานคนนั้นทำงานในหลายบริษัทโดยใช้ชื่อผู้ใช้เดียวกันหรือไม่
-ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้สมัครงานปรากฏตัวบนกล้องระหว่างการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ หากผู้สมัครงานรายงานปัญหาเกี่ยวกับวิดีโอและ/หรือไมโครโฟน ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ให้พิจารณาว่านี่เป็นสัญญาณเตือน
-ระหว่างตรวจสอบผ่านทางวิดีโอ ขอให้บุคคลนั้นถือใบขับขี่ หนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวขึ้นมาให้กล้องเห็น
-ให้เก็บบันทึก รวมถึงวิดีโอตอนสัมภาษณ์ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สมัครงานเอาไว้
ที่มา techsauce / วันที่เผยแพร่ 18 เมษายน 2569
Link https://techsauce.co/tech-and-biz/dprk-it-workers-build-synthetic-identities-fake-remote-developers











