![]()
สหรัฐอเมริกาและอังกฤษกำลังลดจำนวนกำลังพลที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศอัล-อูเดด ในกาตาร์ ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการใดๆ ต่ออิหร่าน เพื่อตอบโต้การปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลภายในประเทศ
เจ้าหน้าที่เปิดเผยกับซีบีเอสว่าการถอนกำลังบางส่วนของสหรัฐเป็น “มาตรการป้องกันล่วงหน้า” ขณะที่บีบีซีเผยว่า มีการถอนกำลังพลทหารอังกฤษบางส่วนออกจากพื้นที่เช่นกัน
แถลงการณ์ของรัฐบาลกาตาร์ระบุว่า มาตรการที่สหรัฐกำลังดำเนินการอยู่นั้นเป็นการตอบสนองต่อความตึงเครียดในภูมิภาคที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
รัฐบาลกาตาร์ยังแสดงท่าทีเกี่ยวกับการถอนกำลังทหารโดยระบุว่า กาตาร์จะยังคงดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนและผู้อยู่อาศัย ที่ถือว่ามีความสำคัญสูงสุด รวมถึงการคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและสถานที่ทางทหาร
ด้านโฆษกกระทรวงกลาโหมอังกฤษปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวที่ระบุว่า ได้มีการดำเนินการถอนกำลังพลอังกฤษออกจากกาตาร์ เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
ขณะที่โฆษกรัฐบาลอังกฤษระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษได้ประกาศปิดสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษในกรุงเตหะรานเป็นการชั่วคราว โดยจะเปลี่ยนไปดำเนินงานทางไกลแทน
นอกจากการปิดสถานทูตอังกฤษในกรุงเตหะรานเป็นการชั่วคราวแล้ว คณะผู้แทนสหรัฐประจำซาอุดีอาระเบียยังแนะนำให้เจ้าหน้าที่และพลเมืองสหรัฐ เพิ่มความระมัดระวังและจำกัดการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังสถานที่ตั้งทางทหารใดๆ ในภูมิภาคอีกด้วย
ด้านอิตาลีและโปแลนด์ก็ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้พลเมืองของตนเดินทางออกจากอิหร่าน ขณะที่เยอรมนีออกประกาศเตือนสายการบิน แนะนำให้หลีกเลี่ยงการบินเข้าสู่น่านฟ้ากรุงเตหะราน โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงและอาวุธต่อต้านอากาศยาน
ในเวลาเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงโดฮาได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวัง และจำกัดการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังฐานทัพอากาศอัล-อูเดด
ฐานทัพอัล-อูเดดถือเป็นฐานทัพทหารสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีทหารประจำการอยู่ประมาณ 10,000 นาย และมีเจ้าหน้าที่อังกฤษราว 100 คน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่ามีกำลังพลจำนวนเท่าใดที่ถูกถอนออก
รอยเตอร์รายงานโดยอ้างนักการทูตว่า แม้เจ้าหน้าที่บางส่วนจะได้รับคำสั่งให้อพยพออกจากฐานทัพอัล-อูเดด แต่ยังไม่พบสัญญาณของการอพยพทหารจำนวนมาก เหมือนกับช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการโจมตีของอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว
ตามข้อมูลจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน ระบุว่ามีผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลมากกว่า 2,400 คนเสียชีวิตจากการปราบปรามอย่างรุนแรงของทางการอิหร่านในช่วงที่ผ่านมา
ในวันพุธ ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลของเขาได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ” ว่าการสังหารในอิหร่านกำลังหยุดลง และไม่มีแผนการประหารชีวิต โดยทรัมป์กล่าวว่าแหล่งข่าวดังกล่าวเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญมากจากอีกฝ่าย และเขาหวังว่ารายงานเหล่านี้จะเป็นความจริง
เมื่อถูกถามว่าการใช้กำลังทางทหารได้ถูกตัดออกไปแล้วหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า เราจะเฝ้าดูและดูว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไร
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เตือนทรัมป์ระหว่างให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า “อย่าทำผิดพลาดซ้ำรอยเหมือนเมื่อเดือนมิถุนายน หากคุณพยายามทำในสิ่งเคยล้มเหลว คุณก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิม”
รัฐบาลอิหร่านกล่าวหาสหรัฐว่าพยายามสร้างข้ออ้างเพื่อการแทรกแซงทางทหาร โดยประธานรัฐสภาอิหร่านเตือนว่า หากสหรัฐโจมตี ทั้งฐานทัพทหารสหรัฐและอิสราเอล ศูนย์การส่งสินค้าทางเรือในภูมิภาคจะกลายเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม
———————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————————
ที่มา มติชน ออนไลน์ / วันที่เผยแพร่ 15 มกราคม 2569
Link https://www.matichon.co.th/foreign/news_5549552







