![]()

ผู้นำสหรัฐยืนยันมาตรการระงับการพิจารณาสถานะผู้ขอลี้ภัย จะ “ไม่มีการจำกัดระยะเวลา” โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการ “คนไม่ดี” ในประเทศ ซึ่งเป็นไปตามแผนการระงับการย้ายถิ่นฐานถาวร จาก “กลุ่มประเทศโลกที่สาม”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล ในการระงับพิจารณาสถานะผู้ขอลี้ภัยว่า “ไม่มีการจำกัดระยะเวลา” สำหรับมาตรการดังกล่าวทรัมป์กล่าวว่า “สหรัฐไม่ต้องการคนเหล่านั้น” เพราะ “มีคนจำนวนมากเป็นคนไม่ดี ดังนั้นคนเหล่านี้ไม่ควรอยู่ในสหรัฐอีกต่อไป”
ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐประกาศเมื่อปลายเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลวอชิงตันกำลังวางแผนที่จะระงับการย้ายถิ่นฐานจากพื้นที่ซึ่งถือเป็น “กลุ่มประเทศโลกที่สาม” เป็นการถาวร เพื่อให้ระบบคนเข้าเมืองของสหรัฐ “สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่”
นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวว่า จะมีการยุติสวัสดิการและเงินอุดหนุนของรัฐบาลกลางทั้งหมด “แก่ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐ” รวมถึงเนรเทศชาวต่างชาติซึ่งถือเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือ “ไม่เข้ากันกับอารยธรรมตะวันตก” พร้อมทั้งย้ำว่า “การย้ายถิ่นฐานกลับประเทศ” เท่านั้น ที่จะสามารถแก้ไขวิกฤติประชากรผิดกฎหมายและก่อกวนได้
การดำเนินการครั้งนี้มีขึ้น หลังเกิดเหตุพลเมืองอัฟกานิสถานวัย 29 ปี ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ 2 นาย ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่นายหนึ่งเสียชีวิต และสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐระบุว่า ผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวได้รับสถานะผู้ลี้ภัย ไม่ใช่สถานะผู้อยู่อาศัยถาวร เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา
สำหรับประเทศเป้าหมายของการทบทวนครอบคลุม 19 ประเทศ เป็นไปตามรายชื่อที่ประกาศไว้เมื่อเดือน มิ.ย. โดยแบ่งเป็น 12 ประเทศที่ถูกห้ามเข้าเมือง ได้แก่ อัฟกานิสถาน เมียนมา ชาด สาธารณรัฐคองโก (คองโก-บราซาวีล) อิเควทอเรียลกินี เอริเทรีย เฮติ อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน และอีก 7 ประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมบางส่วน ได้แก่ บุรุนดี คิวบา ลาว เซียร์ราลีโอน โตโก เติร์กเมนิสถาน และเวเนซุเอลา.
เครดิตภาพ : AFP
ที่มา สำนักข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ / วันที่เผยแพร่ 30 พฤศจิกายน 2568
Link https://www.dailynews.co.th/news/5356540/






