![]()
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนในหลายจังหวัดที่ประสบอุทกภัย เฝ้าระวังโรคที่มักเกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ (ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม) โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ (โรคอุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ) โรคที่ติดต่อจากการสัมผัสผ่านแผล (โรคฉี่หนู) รวมถึงโรคติดต่อนำโดยแมลงอย่างไข้เลือดออกซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ พร้อมกำชับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ดำเนินมาตรการควบคุมป้องกันโรคอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการป่วยและลดความรุนแรงของโรคในกลุ่มเสี่ยง
วันที่ 26 พ.ย. 2568 นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ กรมควบคุมโรคมีความห่วงใยในสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน จึงขอให้ติดตามข่าวสารจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด และหากมีการแจ้งเตือนให้อพยพ ขอให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังจุดที่ปลอดภัยทันที
ทั้งนี้ ในช่วงภาวะน้ำท่วมจะมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและระบบสุขาภิบาล ซึ่งเอื้อต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค กรมควบคุมโรคจึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง โดยเฉพาะ 4 กลุ่มโรคดังนี้
1. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและความชื้นสูงช่วยให้เชื้อแพร่ระบาดง่าย
2. กลุ่มโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ เช่น โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง เกิดจากการรับประทานแหล่งน้ำและอาหารที่ไม่สะอาดที่อาจปนเปื้อนในช่วงน้ำท่วม หรืออาหารที่เก็บค้างไว้นานเกิน 3 ชั่วโมงไม่ได้อุ่นให้ร้อนทั่วถึงก่อนนำมารับประทาน
3. กลุ่มโรคจากการสัมผัส เช่น โรคฉี่หนู หรือ
เลปโตสไปโรสิส ที่ติดต่อผ่านน้ำขังที่สัมผัสกับบาดแผลบนผิวหนัง จากการลุยน้ำหรือสัมผัสน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ ผู้ป่วยมักมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดน่อง อ่อนเพลีย หากพบแพทย์เร็วสามารถรักษาให้หายดีได้
4. กลุ่มโรคติดต่อนำโดยแมลง ได้แก่ โรคไข้เลือดออก ที่มียุงลายเป็นพาหะ ในช่วงหลังน้ำลด 1–2 สัปดาห์ ยังพบความเสี่ยงโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากแหล่งน้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายจำนวนมาก
นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอแนะนำประชาชนปฏิบัติตัวในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด ดังนี้ 1) หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ หากจำเป็นให้สวมรองเท้าบูต ถุงมือยาง และรีบอาบน้ำทำความสะอาดทันที
2) หากมีบาดแผลที่ร่างกาย ควรดูแลแผลให้แห้งสะอาด ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ
3) กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ ดื่มน้ำสะอาด ล้างมือก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
4) หลีกเลี่ยงการแช่น้ำนาน หากมีอาการแผลบวมแดง ปวด หรือมีไข้ ให้รีบพบแพทย์
5) ป้องกันยุงกัด เช่น ทาโลชั่นกันยุง หรือนอนในมุ้ง
6) รักษาสุขอนามัยเบื้องต้น ล้างมือบ่อย ๆ หากอยู่ในที่แออัด หรือมีอาการป่วย เช่น ไอ จาม มีน้ำมูก ควรสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจ
7) หลังน้ำลดให้ร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น คว่ำภาชนะ จัดเก็บของที่มีน้ำขัง และหมั่นตรวจรอบบ้าน
หากมีไข้สูงลอย (ไข้สูงไม่ลด) ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวรุนแรง (โดยเฉพาะน่อง) หรือ อาการท้องเสียไม่หยุด ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงได้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
ที่มา hfocus / วันที่เผยแพร่ 26 พฤศจิกายน 2568
Link https://www.hfocus.org/content/2025/11/36167








