![]()
ทุนจีนศูนย์เหรียญ ไหลเข้าตลาดก่อสร้างไม่หยุด ซ้ำเติมธุรกิจรับเหมาไทยเปราะบางหนัก
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) รายงานว่า เงินลงทุนโดยตรงจากจีนในภาคก่อสร้างไทยขยายตัวต่อเนื่องในปี 2563-2567 ที่ 21% โดยผู้รับเหมาก่อสร้างจีนเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างในไทยเพิ่มขึ้น ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 นำมาสู่วิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่รุนแรงในจีน ส่งผลกระทบต่อภาคก่อสร้างในจีนตามมา ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างจีนมองหาโอกาสในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงไทยมากขึ้น ประกอบกับในไทยยังมีการขยายตัวของความเป็นเมือง ที่ทำให้ยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ
ทั้งนี้ ในปี 2568 ผู้รับเหมาก่อสร้างจีนนิยมเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างรูปแบบการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการไทย ทั้งกลุ่มงานก่อสร้างอาคารเพื่อการพาณิชย์ กลุ่มงานก่อสร้างวิศวกรรมโยธา เช่น ระบบสาธารณูปโภค, การก่อสร้างและการซ่อมเหมืองแร่, กลุ่มงานก่อสร้างถนน สะพาน และอุโมงค์ และกลุ่มงานก่อสร้างทางรถไฟและรถใต้ดิน
สำหรับผู้รับเหมาไทยมีความเปราะบางอยู่แล้ว และถูกซ้ำเติมจากการเข้ามาของผู้รับเหมาจีน
– ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยมีความเปราะบาง ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังต้องยกระดับ Productivity ไปจนถึงความท้าทาย ทั้งข้อจำกัดด้านรายได้ การรับงานก่อสร้างใหม่ ๆ การบริหารจัดการด้านต้นทุน และปัญหาด้านสภาพคล่อง โดยการเข้ามาของผู้รับเหมาก่อสร้างจีน ซ้ำเติมผู้รับเหมาก่อสร้างไทย โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคา รวมถึงยังกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน Supply chain จากการใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากจีนเป็นหลัก
-เหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ เมื่อ 28 มีนาคมที่ผ่านมา กระทบความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างจีน รวมถึงผู้รับเหมาก่อสร้างกลุ่มรับงานก่อสร้างภาครัฐเผชิญความเข้มงวดจากผู้ว่าจ้างมากขึ้น ในส่วนของกลุ่ม
-รับงานก่อสร้างภาคเอกชน แม้จะไม่ได้รับผลกระทบด้านความเชื่อมั่นจากผู้ว่าจ้าง แต่ต้องยกระดับความสามารถในการก่อสร้างให้ตอบโจทย์ด้านการรองรับภัยพิบัติ ขณะที่ผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งด้านคุณสมบัติและประสบการณ์ ส่งมอบงานได้ตามคุณภาพ และตรงเวลา รวมถึงมีการใช้เทคโนโลยีก่อสร้างสมัยใหม่ ที่สามารถรองรับภัยพิบัติต่าง ๆ จะยังคงรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันไว้ได้
-ผู้รับเหมาไทยควรเร่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรับมือกับการเข้ามาของผู้รับเหมาจีน ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงการสร้างพันธมิตรกับผู้รับเหมาต่างชาติอื่น ๆ เพื่อเปิดโอกาสในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
-การนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ซอฟต์แวร์ด้านการออกแบบและก่อสร้าง, เทคโนโลยีก่อสร้างแบบสำเร็จรูป, Building Information Modeling (BIM), 3D Printing, AI, เครื่องจักรก่อสร้างอัตโนมัติ, Drone, Sensor, Smart wearable จะช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งการเพิ่ม Productivity บริหารจัดการความท้าทาย รวมถึงได้เปรียบในการแข่งขันเข้าประมูลงานก่อสร้าง
-ผู้ว่าจ้างมีแนวโน้มว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีความสามารถ และประสบการณ์ในการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่สามารถรองรับภัยพิบัติ ส่งผลให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยควรขยายพันธมิตรไปสู่การร่วมลงทุนกับผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น, เยอรมนี และเกาหลีใต้ ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในแข่งขันในการเข้าประมูลงาน สร้างความเชื่อมั่นสำหรับผู้ว่าจ้าง รวมถึงเปิดโอกาสในการได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีก่อสร้าง
ภาครัฐต้องสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้รับเหมาต่างชาติ และการปกป้องผู้รับเหมาไทย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมขีดความสามารถให้ผู้รับเหมาไทย
-แม้มีการกำหนดสิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติ รวมถึงภาคก่อสร้างไทยได้ประโยชน์จากการเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติ ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และเกิดการจ้างงาน
รวมถึงที่ผ่านมาได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีก่อสร้าง แต่ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณากำหนดเงื่อนไขที่ปกป้องภาคก่อสร้างไทย เช่น ต้องมีการร่วมลงทุนกับผู้รับเหมาก่อสร้างไทย ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีก่อสร้าง กำหนดให้ใช้แรงงานไทย และวัสดุก่อสร้างที่ผลิตในประเทศ กำหนดให้บริษัทไทยเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้าง อีกทั้งเข้มงวดกับการเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติ ที่ใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเป็นนอมินี
-สำหรับการส่งเสริมขีดความสามารถให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทย อาจอยู่ในรูปแบบการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล และการสนับสนุนเงินทุนสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างที่ลงทุนนำเทคโนโลยีมาใช้ ให้สามารถยกระดับ Productivity และแข่งขันกับผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติได้มากขึ้น
ผู้รับเหมาจีนเข้ามารับงานก่อสร้างกลุ่มไหนบ้าง ?
ผู้รับเหมาก่อสร้างจีนเข้ามาร่วมลงทุนกับผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเป็นอันดับต้น ๆ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภทโครงการก่อสร้างในปี 2568
-ผู้รับเหมาก่อสร้างจีนนิยมเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างในไทยในรูปแบบการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการไทย และมีแนวโน้มเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างในกลุ่มอาคารเพื่อการพาณิชย์ต่าง ๆ
เช่น โรงงาน อาคารสำนักงาน, โรงแรม, ศูนย์การค้า, ภัตตาคาร, ท่าอากาศยาน และคลังสินค้าในไทย โดย ณ เดือนกันยายน 2568 มูลค่าการร่วมลงทุนในกลุ่มงานก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยของผู้รับเหมาก่อสร้างจีนคิดเป็นสัดส่วน 34% ของมูลค่าการร่วมลงทุนในกลุ่มงานก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยของผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติโดยรวม และขยายตัวถึง 21% เมื่อเทียบกับปี 2567
การเข้ามาของผู้รับเหมาจีนกระทบผู้รับเหมาไทยอย่างไร ?
-ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยมีความเปราะบางในการประกอบธุรกิจอยู่แล้ว และถูกซ้ำเติมด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างจีน ที่มีการแข่งขันด้านราคา ยังกระทบกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน Supply chain ภาคก่อสร้างไทย Productivity ของแรงงานในภาคก่อสร้างยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ รวมถึงผู้รับเหมาก่อสร้างไทยยังมีความท้าทายด้านต้นทุนก่อสร้าง ทั้งค่าวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงงาน ตลอดจนความท้าทายด้านรายได้ การเบิกจ่ายค่า K ที่เป็นไปอย่างล่าช้า ตลอดจนสูตรการคำนวณค่า K ที่ไม่สะท้อนต้นทุนการก่อสร้างที่แท้จริง
-ผู้รับเหมาก่อสร้างที่รับงานภาคเอกชนเป็นหลัก ยังเผชิญข้อจำกัดในการรับงานก่อสร้างใหม่ ๆ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัย ที่หดตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องถึงปี 2569 ส่งผลให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเผชิญปัญหาขาดสภาพคล่องของกิจการตามมาอย่างรุนแรง ในระดับที่มีการปิดกิจการจำนวนมากในปี 2566และ2567
-การเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติ โดยเฉพาะผู้รับเหมาก่อสร้างจีน ซ้ำเติมให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาในการเข้าประมูลงาน หรือรับจ้างก่อสร้าง
-ผู้รับเหมาก่อสร้างจีนสามารถดำเนินงานก่อสร้างได้โดยมีโครงสร้างต้นทุนที่ต่ำกว่าผู้รับเหมาก่อสร้างไทย จากความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ และการใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากจีนที่มีต้นทุนต่ำ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้รับเหมาก่อสร้างจีนสามารถเข้าประมูลงาน หรือรับงานก่อสร้างได้ในระดับราคาที่ต่ำกว่าผู้รับเหมาก่อสร้างไทยได้มาก จนผู้รับเหมาก่อสร้างไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ และสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ ๆ
-ยังกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน Supply chain ภาคก่อสร้างไทย จากการใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากจีนเป็นหลักในหลายกลุ่มสินค้า เช่น เหล็กโครงสร้างสำเร็จรูป, อะลูมิเนียม และกระเบื้อง ซึ่ง มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าสินค้าไทย กระทบต่อเนื่องมายังภาคการผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างไทยให้สูญเสียโอกาสในการจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างสำหรับการดำเนินงานก่อสร้างในประเทศ และกดดันให้อัตราการใช้กำลังการผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างของไทยอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง
การปรับตัวของผู้รับเหมาไทย และบทบาทของภาครัฐ ควรเป็นอย่างไร ?
-เร่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน รับมือการเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างจีน ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้
-เปิดโอกาสในการได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีก่อสร้าง ด้วยการขยายพันธมิตรไปสู่การร่วมลงทุนกับผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติที่มีการพัฒนา และใช้เทคโนโลยีก่อสร้างอย่างรุดหน้า
-ภาครัฐต้องสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติ และการปกป้องผู้รับเหมาก่อสร้างไทย
-ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งลดข้อจำกัด และส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างไทยควบคู่กันไป
ที่มา สำนักข่าวมติชนออนไลน์ / วันที่เผยแพร่ 11 ตุลาคม 2568
Link https://www.matichon.co.th/economy/news_5407938







