![]()

หลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลหลายประเทศ หรือถ้าพูดแบบตรงไปตรงมา ก็คือรัฐบาลซีกโลกตะวันตกที่สมาทานระบอบเสรีประชาธิปไตยได้จัดตั้ง หน่วยเฉพาะกิจต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติ (Counter Foreign Interference Task Force) ขึ้นเพื่อรับมือกับอำนาจแทรกซึม (Sharp Power) เช่น การบิดเบือนข้อมูล การโจมตีทางไซเบอร์ การจารกรรมข้อมูล การปราบปรามข้ามพรมแดน และการสนับสนุนเงินทุนให้พรรคการเมืองและมูลนิธิต่าง ๆ หน่วยเฉพาะกิจนี้มีภารกิจเดียวกันคือการบูรณาการข้อมูลข่าวสารเพื่อตรวจจับ สกัดกั้น และยับยั้งปฏิบัติการแทรกแซงจากต่างชาติ โดยเฉพาะจากมหาอำนาจฝ่ายตรงข้ามอย่างจีนและรัสเซีย
ก่อนที่จะพูดถึงประเทศไทย เรามาดูกันก่อนว่าต่างประเทศเขามีการใช้ Task Force เหล่านี้ยังไงบ้าง
1.สหรัฐอเมริกา
ปี 2017 FBI จัดตั้ง Foreign Influence Task Force (FITF) เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากการแทรกแซงการเลือกตั้ง หลังรัสเซียถูกเปิดโปงว่าใช้สื่อสังคมออนไลน์โจมตีการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2016 ต่อมาปี 2022 สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (ODNI) เปิดตัว Foreign Malign Influence Center (FMIC) เพื่อบูรณาการงานข่าวกรองเกี่ยวกับปฏิบัติการแทรกแซงของรัสเซีย จีน และอิหร่าน ครอบคลุมตั้งแต่การโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบการเลือกตั้ง การจารกรรมไซเบอร์ ไปจนถึงแคมเปญข่าวปลอมที่มุ่งสร้างความแตกแยกในสังคม
FITF ทำหน้าที่รวบรวมข่าวกรอง แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่รัฐและท้องถิ่น และประสานกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อระบุและสกัดกั้นปฏิบัติการต่างชาติ การสืบสวนของ FITF เป็นจุดเริ่มต้นของการฟ้องร้องในคดี Missouri v. Biden ซึ่งโจทก์กล่าวหาว่ารัฐบาลกดดันแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ลบเนื้อหาเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ
2.ออสเตรเลีย
ปี 2018 ออสเตรเลียออกกฎหมายต่อต้านการแทรกแซง และจัดตั้ง Counter Foreign Interference Taskforce ภายใต้การนำของ Australian Federal Police (AFP) และ ASIO (หน่วยต่อต้านข่าวกรองออสเตรเลีย) เพื่อประสานข่าวกรองและการบังคับใช้กฎหมาย ASIO ระบุว่าภัยคุกคามด้านการจารกรรมและการแทรกแซงอยู่ในระดับ “CERTAIN” หรือสูงสุด โดยครอบคลุมการข่มขู่ชุมชนจีนพลัดถิ่น การจารกรรมข้อมูล การดึงบุคลากรวิจัย และการแทรกแซงทางการเมือง
ออสเตรเลียเดินหน้าอย่างจริงจัง เช่น ตัดสินคดีแรกภายใต้กฎหมายใหม่ต่อผู้พยายามลอบมีอิทธิพลต่อ ส.ส. ในสภา ตลอดจนจับกุมและดำเนินคดีนายทหารและบุคคลทั่วไปในคดีจารกรรม
3.แคนาดา
แคนาดาสร้าง Security and Intelligence Threats to Elections Task Force (SITE TF) ซึ่งรวม CSIS, CSE, RCMP และกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่เฝ้าระวังภัยคุกคามต่อการเลือกตั้ง เป็นส่วนหนึ่งของ Plan to Protect Democracy ปี 2019 มีภารกิตจับตาการแทรกแซงการเลือกตั้ง เช่น เงินทุนลับ การรณรงค์ข้อมูลบิดเบือน และการข่มขู่ผู้สมัคร ล่าสุดได้เปิดเผยกรณี แคมเปญจากจีน ที่โจมตี Chrystia Freeland บน WeChat
SITE ให้ข้อมูลแก่พรรคการเมืองและสื่อ จัดประชุมกับชุมชนพลัดถิ่น และประสานข่าวกรองเพื่อแจ้งเตือนหากพบภัยคุกคามที่ถึงเกณฑ์อันตราย และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ
4.อังกฤษ
ปี 2022 รัฐบาลอังกฤษตั้ง Defending Democracy Taskforce เพื่อตอบโต้การแทรกแซงจากรัฐต่างชาติ โดยทำงานร่วมกับ National Protective Security Authority ภารกิตครอบคลุมการโจมตีทางไซเบอร์ การลอบสอดแทรกเงินทุน และการข่มขู่สื่อมวลชนหรือเจ้าหน้าที่เลือกตั้ง รวมถึงความเสี่ยงจาก AI-generated content ในการเลือกตั้ง โดย Defending Democracy Taskforceทำหน้าที่ประสานงานหน่วยงานรัฐและท้องถิ่น ปรับปรุงระบบเลือกตั้ง และเสริมมาตรการป้องกันภัยไซเบอร์
5.สหภาพยุโรป
ไม่ใช่เฉพาะแค่รัฐเท่านั้น แต่เมื่อปี 2015 สหภาพยุโรปก็จัดตั้ง East StratCom Task Force เพื่อตอบโต้การบิดเบือนข้อมูลจากรัสเซีย และเปิดตัวเว็บไซต์ EUvsDisinfo เป็นแพลตฟอร์มเผยแพร่ข้อมูล รวมถึงติดตามข่าวปลอมและการรณรงค์โฆษณาชวนเชื่อ โดยเผยแพร่ฐานข้อมูลสาธารณะและรายงานประจำสัปดาห์
6.ไทย
ปัจจุบันยังไม่มีกลไกหรือกฎหมายต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติอย่างจริงจัง ทั้ง ๆ ที่กรณีคลิปเสียงฮุน เซน ถือว่าเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าการแทรกแซงจากต่างชาติมีอยู่จริง และส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศ
นอกจากนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมหาอำนาจอย่างจีนหรือสหรัฐฯ เท่านั้นที่จะมีปฏิบัติการแทรกแซงกิจการภายในของไทยได้ แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาก็ทำได้เช่นกัน แถมยังสำเร็จอีกด้วย
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะต้องพูดคุยถึงประเด็นการแทรกแซงจากต่างชาติในไทยอย่างจริงจัง ก่อนที่จะมีใครที่ตกเป็นเหยื่อของการใช้เครื่องมืออย่างการปั่นกระแสออนไลน์ การแบล็คเมล์ และการแทรกแซงการเมือง ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศ โดยที่แทบไม่ต้องยิงปืนสักนัดเดียว
ที่มา thaispycatcher / วันที่เผยแพร่ 17 กันยายน 2568
Link https://thaispycatcher.bearblog.dev/4165/






