นโยบาย Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน

ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

จัดทำเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2558

 

1.วัตถุประสงค์

สำนักข่าวกรองแห่งชาติในฐานะองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ได้จัดทำ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้ ข่าวสาร สร้างความเข้าใจและให้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยและการรักษาความลับของทางราชการตลอดจนเป็นแหล่งติดต่อ ประชาสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานของรัฐฝ่ายพลเรือน รวมถึงภาคเอกชนและประชาชน

การให้บริการ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนแก่ผู้ใช้บริการ ดำเนินการตามเงื่อนไขและข้อกำหนด ผู้ใช้บริการควรศึกษาเงื่อนไขและข้อกำหนดการใช้งาน Web site นี้ ซึ่งได้แจ้งให้ทราบโดยละเอียดไว้บน Web site แล้ว เมื่อมีการเข้าใช้บริการแล้ว สำนักข่าวกรองแห่งชาติจะถือว่า ผู้ใช้บริการยินยอมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดการให้บริการที่กำหนดไว้แล้ว หากผู้ใช้บริการไม่ประสงค์ที่จะผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติขอความกรุณาให้ยุติการเข้าชมและใช้งาน Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนนี้ในทันที

2. เงื่อนไขและข้อกำหนดการใช้งาน Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน

2.1 ผู้ใช้บริการอาจได้รับ เข้าถึง สร้าง ส่ง หรือแสดงข้อมูล เช่น ไฟล์ข้อมูล ข้อความเป็นลายลักษณ์อักษร รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว หรืออื่นใด ที่เป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการหรือจากการผ่านการใช้บริการ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “เนื้อหา”

2.2 เนื้อหาที่นำเสนอต่อผู้ใช้บริการ อาจได้รับการคุ้มครองโดยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของเจ้าของเนื้อหานั้น ผู้ใช้บริการไม่มีสิทธิเปลี่ยนแปลง ปรับแก้ จำหน่าย จ่าย โอน หรือสร้างผลงานต่อเนื่องโดยอาศัยเนื้อหาดังกล่าว ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ผู้ใช้บริการจะได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้งจากเจ้าของเนื้อหานั้นเสียก่อน

2.3 ผู้ใช้บริการอาจพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือหยาบคาย อันก่อให้เกิดความไม่พอใจ ภายใต้ความเสี่ยงของตนเอง

2.4 สำนักข่าวกรองแห่งชาติ มีสิทธิในการคัดกรอง ตรวจทาน ทำเครื่องหมาย เปลี่ยนแปลง ปรับแก้ ปฏิเสธ หรือลบเนื้อหาใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมออกจากบริการ ซึ่งสำนักข่าวกรอง แห่งชาติ อาจจัดเตรียมเครื่องมือในการคัดกรองเนื้อหาอย่างชัดเจน โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง

2.5 สำนักข่าวกรองแห่งชาติ อาจหยุดให้บริการ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน เป็นการชั่วคราวหรือถาวร หรือยกเลิกการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการรายใดเป็นการเฉพาะ หากการให้บริการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการอื่น ๆ หรือขัดแย้งต่อกฎหมาย โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า

2.6 การหยุดหรือการยกเลิกบริการตามข้อ 2.5 ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถเข้าใช้บริการและเข้าถึงรายละเอียดบัญชีของผู้ใช้บริการ ไฟล์เอกสาร หรือเนื้อหาอื่นๆ ที่อยู่ในบัญชีของผู้ใช้บริการได้

2.7 หากสำนักข่าวกรองแห่งชาติหยุดให้บริการ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนเป็นการถาวร หรือยกเลิกบริการแก่ผู้ใช้บริการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติมีสิทธิทำการลบข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในบัญชีของผู้ใช้บริการได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า

3.สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน

3.1 ผู้ใช้บริการจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เช่น ข้อมูลระบุตัวตนหรือรายละเอียดการติดต่อ ที่ถูกต้อง เป็นจริง และเป็นปัจจุบันเสมอ แก่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ อันเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อเข้าเป็นสมาชิกใช้บริการที่ต่อเนื่อง

3.2 ผู้ใช้บริการจะใช้บริการ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน เพื่อวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนดของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และไม่ขัดต่อกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ รวมทั้งหลักปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

3.3 ผู้ใช้บริการจะไม่เข้าใช้หรือพยายามเข้าใช้บริการหนึ่งบริการใดโดยวิธีอื่น รวมถึงการใช้วิธีการอัตโนมัติอื่นใด นอกจากช่องทางที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติจัดเตรียมไว้ให้ เว้นแต่ผู้ใช้บริการจะได้รับอนุญาตจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นลายลักษณ์อักษรให้สามารถดำเนินการเป็นอื่นได้

3.4 ผู้ใช้บริการจะไม่ทำหรือมีส่วนร่วม ในการขัดขวางหรือรบกวนบริการของ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน รวมทั้งเครื่องแม่ข่ายและเครือข่ายที่เชื่อมต่อเพื่อการบริการ

3.5 ผู้ใช้บริการจะไม่ทำสำเนา คัดลอก ทำซ้ำ ขาย แลกเปลี่ยน หรือขายต่อบริการเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ ก็ตาม เว้นแต่ผู้ใช้บริการจะได้รับอนุญาตจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็น

ลายลักษณ์อักษรอย่างชัดแจ้งให้สามารถจัดทำเช่นนั้นได้

3.6 ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ในการรักษาความลับของรหัสผ่านที่เชื่อมโยงกับบัญชีใด ๆ ที่ใช้ในการเข้าถึงบริการ

3.7 ผู้ใช้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อความเสียหายที่เกิดต่อบุคคลและ/หรือต่อสำนักข่าวกรองแห่งชาติ หากเป็นความเสียหายที่เกิดจากผู้ใช้บริการกระทำการละเมิดหรือละเลยเงื่อนไขและข้อกำหนดที่แสดงไว้นี้

4. การเชื่อมโยง Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน กับ Web site อื่น

4.1 การเชื่อมโยงไปยัง Web site อื่นเป็นเพียงการให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการเท่านั้น สำนักข่าวกรองแห่งชาติมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีอำนาจควบคุม รับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ตลอดจนความรับผิดชอบในเนื้อหาข้อมูลของ Web site นั้น ๆ และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ไม่รับผิดชอบต่อเนื้อหาใด ๆ ที่แสดงบน Web site อื่น ซึ่งได้เชื่อมโยงมายัง Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ หรือต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการเข้าเยี่ยมชม Web site ดังกล่าว ผ่านการเชื่อมโยงกับ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

4.2 หากต้องการเชื่อมโยงมายัง Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

4.2.1 ผู้ใช้บริการสามารถเชื่อมโยงมายังหน้าแรกของ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนของสำนักข่าวกรองแห่งชาติได้ โดยแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษร แต่หากต้องการเชื่อมโยงมายังหน้าภายในของ Web site นี้ต่อไป จะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติแล้วเท่านั้น

4.2.2 ต่อการให้ความยินยอมดังกล่าว สำนักข่าวกรองแห่งชาติขอสงวนสิทธิ์ที่จะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วย

4.2.3 หาก Web site อื่นที่เชื่อมโยงมายัง Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน สำนักข่าวกรองแห่งชาติจะไม่รับผิดชอบต่อเนื้อหาใด ๆ ที่แสดงบน Web site ที่เชื่อมโยงมานั้น รวมทั้งต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ Web site เหล่านั้น

5. การปฏิเสธความรับผิด

5.1 สำนักข่าวกรองแห่งชาติ จะไม่รับผิดต่อความเสียหายใด ๆ รวมถึงความเสียหาย สูญเสียและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ที่เป็นผลหรือสืบเนื่องจากการที่ผู้ใช้บริการเข้าใช้ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน หรือ Web site ที่เชื่อมโยงกับ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนนี้ หรือต่อความเสียหาย สูญเสีย หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความล้มเหลวในการใช้งาน ความผิดพลาด การละเว้น การหยุดชะงัก ข้อบกพร่อง ความไม่สมบูรณ์ คอมพิวเตอร์ไวรัส ถึงแม้ว่าสำนักข่าวกรองแห่งชาติจะได้รับแจ้งว่า อาจจะเกิดความเสียหาย สูญเสียหรือมีค่าใช้จ่ายดังกล่าวขึ้น

5.2 สำนักข่าวกรองแห่งชาติไม่รับผิดต่อการเรียกร้องใด ๆ จากผู้ใช้บริการหรือบุคคลใด ที่เกิดขึ้นจากบน Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน หรือเนื้อหาใด ๆ ซึ่งรวมถึงการตัดสินใจหรือการกระทำใด ๆ ที่เกิดจากความเชื่อถือในเนื้อหาดังกล่าวของผู้ใช้บริการ หรือในความเสียหายใด ๆ ไม่ว่าความเสียหายทางตรงหรือทางอ้อม รวมถึงความเสียหายอื่นใดที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการยอมรับและตระหนักดีว่า สำนักข่าวกรองแห่งชาติจะไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำใดของผู้ใช้บริการทั้งสิ้น

6.กรรมสิทธิ์และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

6.1 สำนักข่าวกรองแห่งชาติหรือผู้ให้อนุญาตแก่สำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียวในกรรมสิทธิ์-ผลประโยชน์ทั้งหมด รวมถึงสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ ที่มีอยู่ในบริการ ซึ่งสำนักข่าวกรองแห่งชาติหรือผู้ให้อนุญาตแก่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นผู้จัดทำขึ้น ไม่ว่าสิทธิเหล่านั้นจะได้รับการจดทะเบียนไว้หรือไม่ก็ตาม

6.2 ผู้ใช้บริการจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติกำหนดให้เป็นความลับ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติเสียก่อน

6.3 ผู้ใช้บริการจะต้องไม่ใช้เครื่องหมาย การบริการ ตราสัญลักษณ์ ชื่อโดเมนของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

7.กฎหมายที่ใช้บังคับ

การตีความและการบังคับตามเงื่อนไขการให้บริการฉบับนี้เป็นไปตามกฎหมายแห่งประเทศไทย

 

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ

Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

จัดทำเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2558

        � Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้น เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการทุกท่าน ที่ติดต่อเข้ามายัง Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ดังนี้

1.การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

1.1 เพื่อความสะดวกในการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน เมื่อท่านสมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือเพื่อใช้บริการอย่างใดอย่างหนึ่งบน Web site นี้ สำนักข่าวกรองแห่งชาติจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ ได้แก่ Email Address ชื่อ-นามสกุล เพศ ที่อยู่หรือที่ทำงาน เขตไปรษณีย์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ส่วนบุคคล เป็นต้น

1.2 การสำรวจการใช้บริการ เพื่อนำสถิติไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน สำนักข่าวกรองแห่งชาติจึงจำเป็นต้องจัดเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านเพิ่มเติม ได้แก่ IP Address, Browser Type, Domain Name, web page ของ Web site ที่ผู้ใช้บริการเยี่ยมชม และ Access Times อาจรวมทั้ง Web site ที่ผู้ใช้บริการเข้าถึงก่อนหน้านั้นด้วย

1.3 สำนักข่าวกรองแห่งชาติขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ Web site อื่นที่เชื่อมโยงจาก Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนนี้ เพื่อจะได้ทราบและเข้าใจว่า Web site เหล่านั้น เก็บ รวบรวม ใช้ หรือดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร ทั้งนี้ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ไม่สามารถรับรองข้อความ หรือรับรองการดำเนินการใดๆ ตามที่ได้มีการประกาศไว้ใน Web site เหล่านั้นได้ และไม่ขอรับผิดชอบใดๆ หาก Web site เหล่านั้นไม่ได้ปฏิบัติการหรือดำเนินการใดๆ ตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ Web site เหล่านั้นได้ประกาศไว้

2.การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

2.1 Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการติดต่อ ให้บริการ ประชาสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งสำรวจความคิดเห็นของท่านในกิจการหรือกิจกรรมของ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนเท่านั้น

2.3 กรณีที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติต้องว่าจ้างหน่วยงานอื่น เพื่อให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบน Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน สำนักข่าวกรองแห่งชาติจะกำหนดดังนี้

2.3.1 กำหนดให้หน่วยงานที่ว่าจ้างดังกล่าว เก็บรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และห้ามมิให้นำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้นอกเหนือจากกิจกรรมของ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน

2.3.2 สิทธิ์ในการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ในการรักษาความเป็นส่วนตัวของท่าน ท่านมีสิทธิเลือกที่จะให้มีการใช้หรือแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรืออาจเลือกที่จะไม่รับข้อมูลหรือสื่อใดๆ จาก Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนก็ได้ โดยท่านกรอกความประสงค์ เพื่อแจ้งให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติทราบที่ http://www.secnia.go.th

3.การรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล

3.1 เพื่อประโยชน์ในการรักษาความลับและความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สำนักข่าวกรองแห่งชาติจึงกำหนดระเบียบภายในหน่วยงาน เพื่อกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3.2 การใช้คุกกี้ (Cookies) “คุกกี้” คือ ข้อมูลที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติส่งไปยังโปรแกรมค้นผ่าน Web browser ของผู้ใช้บริการ และเมื่อมีการติดตั้งข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบของท่านแล้ว หากมีการใช้ “คุกกี้” ก็จะทำให้ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ของสำนักข่าวกรองแห่ง ชาติสามารถบันทึกหรือจดจำข้อมูลของผู้ใช้บริการไว้ จนกว่าผู้ใช้บริการจะออกจากโปรแกรมค้นผ่าน Web site หรือจนกว่าผู้ใช้บริการจะทำการลบ “คุกกี้” นั้น หรือไม่อนุญาตให้ “คุกกี้” นั้นทำงานอีกต่อไป

3.3 หากท่านเลือกใช้ “คุกกี้” ท่านจะได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการ Web site มากขึ้น เพราะ“คุกกี้” จะช่วยจดจำ Web site ที่ท่านเข้าเยี่ยมชม ทั้งนี้ สำนักข่าวกรองแห่งชาติจะนำข้อมูลที่ “คุกกี้” ได้บันทึกหรือเก็บรวบรวมไว้ ไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนต่อไป

4. การปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักข่าวกรองแห่งชาติอาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ฉะนั้น สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ขอแนะนำให้ท่านอ่านนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้งที่เยี่ยมชม หรือใช้บริการจาก ของ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน

5. หากมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือข้อติชมใด ๆ ต่อนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามนี้ สำนักข่าวกรองแห่งชาติยินดีที่ตอบข้อสงสัย รับฟังข้อเสนอแนะ และคำติชมทั้งหลาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการให้บริการ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนต่อไป โดยท่านสามารถติดต่อกับสำนักข่าวกรองแห่งชาติตามที่อยู่ที่ปรากฏข้างล่างนี้ หรือกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มตามที่ปรากฎในเมนูติดต่อเรา

 

สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
321 ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทร. 022817399 ต่อ 236 / ส่วนวิชาการ 02-281-0403
โทรสาร 02-282-7711
E-mail : secnia@nia.mail.go.th

 

นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน

ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

จัดทำเมื่อ 20 กรกฎาคม 2558

 

ด้วย Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย เพื่อปกป้องข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ จากการถูกทำลายหรือบุกรุกของผู้ประสงค์ร้ายหรือผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ดังนั้น จึงกำหนดมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัย Web site โดยใช้มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลด้วยเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Secure Socket Layer โดยจะใช้การเข้ารหัสเป็นหลักในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารโดยให้ทำการเข้ารหัส เมื่อมีการส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย internet เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดการดักรับข้อมูลข่าวสารระหว่างทางและสามารถนำข้อมูลข่าวสารนั้น ๆ ไปใช้งานต่อได้ ทั้งนี้ผู้ใช้บริการสามารถสังเกตได้จากชื่อโปรโตคอลที่เป็น https://www.secnia.go.th

1.เทคโนโลยีเสริมที่นำมาใช้ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติยังเสริมระบบการรักษาความปลอดภัยเพื่อปกป้องข้อมูลข่าวสาร ดังนี้

1.1 Firewall เป็นระบบซอฟท์แวร์ที่จะอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์หรือผู้ที่ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน อนุมัติเท่านั้น จึงจะผ่าน Fire Wall เพื่อเข้าถึงข้อมูลได้

1.2 Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนได้ติดตั้ง Scan Virus Software บนเครื่อง Server โดยเฉพาะ

1.3 Cookies เป็น file ที่จะทำการเก็บข้อมูลชั่วคราวที่จำเป็น ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ขอใช้บริการ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ตระหนักถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการเป็นอย่างดี จึงหลีกเลี่ยงการใช้ Cookies แต่ถ้าหากมีความจำเป็นต้องใช้ Cookies จะพิจารณาอย่างรอบคอบ และตระหนักถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก

1.4 Auto Log off หลังจากเลิกการใช้บริการ Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนระบบจะทำการ Log off ให้โดยอัตโนมัติภายในเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการเอง

2.ข้อแนะนำเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

แม้ว่า Web site องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน จะมีมาตรฐานเทคโนโลยีและวิธีการทางด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างสูง เพื่อช่วยมิให้มีการเข้าสู่ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลที่เป็นความลับของท่านโดยปราศจากอำนาจตามที่กล่าวข้างต้นแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นที่ทราบกันอยู่โดยทั่วไปว่า

ปัจจุบันนี้ยังมิได้มีระบบการรักษาความปลอดภัยใด ๆ ที่จะสามารถปกป้องข้อมูลจากการทำลายแทรกแซง หรือเข้าถึงโดยบุคคลที่ปราศจากอำนาจหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์เด็ดขาด ดังนั้น ท่านจึงควรปฏิบัติตามข้อแนะนำเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดังต่อไปนี้ด้วย คือ

2.1 ระมัดระวังในการ Download Program จาก Internet มาใช้งาน ควรตรวจสอบ Address ของ Web site ให้ถูกต้องก่อน Login เข้าใช้บริการ เพื่อป้องกันการปลอมแปลง Web site

2.2 ควรติดตั้งระบบตรวจสอบ Virus ประจำที่เครื่องคอมพิวเตอร์ และพยายามปรับปรุงให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ

2.3 ติดตั้งโปรแกรมประเภท Personal Fire wall เพื่อป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์จากการโจมตีของผู้ประสงค์ร้าย